KOMONO แอคเซสซารีแบรนด์จากเบลเยี่ยม บุกทำตลาดเจาะกลุ่มคนรักงานอินดี้ อิงศิลปะกราฟิตี้ระดับโลกมาไว้บนนาฬิกา
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
โคโมโน (KOMONO) แอคเซสซารีแบรนด์จากเบลเยี่ยมบุกทำตลาดเจาะกลุ่มคนรักงานอินดี้ ชูจุดเด่นดีไซน์คนรักศิลปะในราคารับได้ เติมช่องว่างตอบโจทย์วัยรุ่นทั่วโลกรวมถึงไทย เตรียมส่งคอลเล็กชั่นพิเศษผ่านงานศิลป์ของศิลปินกราฟิตี้ระดับโลก หวังสร้างยอดขายเพิ่ม 100%ในตลาดไทย
5 ปีที่แล้ว "ราฟ เมยส์" หนุ่มเบลเยี่ยมที่ทำหน้าที่บายเออร์สินค้าจากทั่วโลก มองเห็นช่องว่างของแอคเซสซารีที่ยังมีเส้นแบ่งระหว่างดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาทิ คลาสสิค-สมัยใหม่, มินิมอลลิสต์-คัลเลอร์ฟูล, ชายชาตรี-สาวหวาน สาวเปรี้ยวจึงไม่รีรอที่จะพัฒนาสินค้ากลุ่มแอคเซสซารีที่ผสานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ที่ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
โคโมโน จึงเกิดขึ้นโดยมีแบรนด์ดีเอ็นเอคือ งานศิลปะ การท่องเที่ยว ภาพถ่าย และไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซปท์ที่นำเสนอความสวยงามของศิลปะตั้งแต่กราฟิตี้ ศิลปะชั้นสูง หรือภาพวาดล้ำค่า มาต่อยอดในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้
:: เปิดตลาดแอคเซสซารีแนวอาร์ต
นาฬิกา และแว่นตา เป็นสินค้า 2 กลุ่มแรกที่โคโมโนพัฒนาขึ้น โดยราฟในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์โคโมโนเผยว่า ด้วยความที่ไม่ใช่คนที่อยู่ในวงการแอคเซสซารี ไม่ได้มีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับแว่นตาหรือนาฬิกาเลย งานออกแบบจึงเน้นการประยุกต์สิ่งรอบตัวมาต่อยอด โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ
เขายกตัวอย่างนาฬิการุ่น Printed Series ในบางคอลเล็กชั่นก็ได้ไอเดียจากรองเท้ามาประยุกต์ในเรื่องของวัสดุหลักของนาฬิกา เป็นต้น
“เราตามเทรนด์ แต่ไม่ได้ตามหลังทุกครั้ง เพราะเราพยายามเป็นผู้นำเทรนด์ หรือผู้สร้างเทรนด์ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มุ่งเน้นแต่งานออกแบบที่เป็นเทรนด์ฮิตในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ดีไซน์ของโคโมโนจะคิดให้ลูกค้าอย่างครบถ้วน ไม่ตกเทรนด์ แต่ก็ยังคงคลาสสิค ดังนั้นจะเห็นว่า สินค้าของโคโมโนจะมีตั้งแต่สีที่เป็นพื้นฐาน เช่น ดำ ขาว น้ำตาล เทา รวมถึงสีสันคัลเลอร์ฟูล หรือแนวป๊อบปี้”
งานออกแบบ เนื่องจากโคโมโนเป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมที่ส่งขาย 45 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ในกลุ่มนาฬิกานั้น จะใช้ดีไซน์เดียวกันทั่วทุกตลาด ในขณะที่แว่นตากันแดด ในตลาดไทยถือว่า มีดีมานด์ที่แตกต่าง นิยมดีไซน์แปลกๆ สะดุดตา เป็นสำคัญ
กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์โคโมโนคือ คนวัย 18-35 ปี ที่ชื่นชอบศิลปะ การท่องเที่ยว และงานออกแบบผสมผสาน ทำให้เกิดคอลเล็กชั่นพิเศษมาตอบโจทย์ความชอบของกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ
โดยคอลเล็กชั่นล่าสุดเป็นคอลเล็กชั่นพิเศษ ที่นำเอาผลงานของศิลปินกราฟิตี้ระดับโลกอย่าง Jean Michel Basquiat ชาวอเมริกันที่ได้รับความนิยมสูง 3 ภาพมาผสมผสานกับการออกแบบนาฬิกา โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นคือ Mangus, Winston และ Wizard
ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นพิเศษนี้คือ นาฬิกาทุกชิ้นจะมีลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลย เป็นความต่างในความเหมือน ที่จะตอบโจทย์วัยทีนที่ชื่นชอบและรู้จักศิลปินกราฟิตี้ Jean Michel Basquiat ในขณะเดียวกันก็จะสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ที่แม้ไม่รู้จักศิลปิน แต่ชอบในลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์
:: ดีไซน์ดึงดูดใน 5 นาที
ราฟชี้ว่า โคโมโนเป็นแบรนด์เบลเยี่ยม ดังนั้น ตลาดที่แบรนด์เติบโตอย่างแข็งแกร่งคือ ยุโรป แต่ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย ก็มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ
สำหรับยอดขายของโคโมโนทั่วโลกในปี 2556 อยู่ที่ 12 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 380 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตของแบรนด์สูงถึง 500% จากการเริ่มขยายตลาดไปยังสหรัฐและแคนาดา ซึ่งมีการตอบรับไปในเชิงบวก
เฮอร์มีน บอนด์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอช เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเผยว่า ดีไซน์ของโคโมโนทำให้แว่นกันแดดและนาฬิกามีเอกลักษณ์ แต่ด้วยตลาดเมืองไทยที่ถือว่าแตกตางก็ส่งผลต่อการทำตลาดของโคโมโน จนกระทั่ง โคโมโนออกนาฬิการุ่น Printed Series ที่ตอบโจทย์โดนใจลูกค้าไทย ทำให้กระแสตอบรับในตลาดไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ในไทย เรามองว่า ยอดขายของโคโมโนจะเพิ่มเป็น 100% จากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีการรับรู้ และมีฐานลูกค้าประจำ นาฬิกาคอลเล็กชั่นพิเศษนี้ก็จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นความน่าสนใจของแบรนด์ที่จะต่อยอดไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าอื่นหรือการสะสมอีกด้วย” เฮอร์มีนชี้ ก่อนแย้มว่า ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ก็เริ่มเห็นตัวเลขยอดขายที่มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ทุกเดือน
เจ้าของแบรนด์โคโมโนมองว่า ความเป็นไปได้ในธุรกิจสินค้ากลุ่มแอคเซสซารีนี้ คือ การเติบโตจากเทรนด์โลกที่คนนิยมใส่แอคเซสซารีมากขึ้น แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น หรือห้องเสื้อต่าง ๆ ก็ขยับมาทำไลน์แอคเซสซารีของตนเอง ทำให้ตลาดกว้างขึ้น
ผู้เล่นเยอะขึ้น ส่งผลต่อการแข่งขัน แต่สำหรับโคโมโน ราฟชี้ว่า มีจุดแข็งในการเป็นแบรนด์ที่มุ่งทำเรื่องแอคเซสซารีเพียงอย่างเดียว ทำให้ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่วัสดุ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ที่จะดึงดูดการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
“เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเสื้อผ้านานนับชั่วโมง แต่ใช้เวลาเลือกแอคเซสซารีเพียง 5 นาที เราต้องโดดเด่น พอที่จะจับความสนใจและดึงดูดให้คนซื้อเราได้ใน 5 นาที”
แน่นอนว่า ผลของการคิด และดีไซน์ของโคโมโนตีโจทย์นั้นแตกและส่งผลให้แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมุมมองของผู้ผลิตที่คิดเพื่อผู้ซื้อ





