มข.วิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดต้านโรคนมโคอักเสบ

มข.วิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดต้านโรคนมโคอักเสบ

มข.วิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดป้องกันโรคนมโคอักเสบหวังกระตุ้นให้เกษตรกรผลิตนมคุณภาพ

มข.วิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดป้องกันโรคนมโคอักเสบหวังกระตุ้นให้เกษตรกรผลิตนมคุณภาพ

รศ.ดร.วัชรี คุณกิตติ นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ที่มาของงานวิจัยเกิดจากการหารือร่วมกันระหว่างอาจารย์คณะสัตวแพทย์ศาสตร์กับอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในประเด็นงานวิจัยเพื่อสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงพบโจทย์งานวิจัยที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโรคเต้านมวัวอักเสบของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้น้ำนมวัวไม่มีคุณภาพ ปริมาณลดลง เกษตรกรต้องสูญเสียรายได้และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง

สาเหตุของโรคเกิดจากการอักเสบและติดเชื้อของเต้านมวัว อันเนื่องมาจากการทำความสะอาดเต้านมก่อนและหลังรีดไม่ดีพอ หรือเกิดจากการรีดนมด้วยเครื่องรีดนมที่แรงเกินไป ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงจึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดเต้านมวัว และการรีดนมวัวที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันการเกิดโรค ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่เกษตรกรนำมาใช้ในการทำความสะอาดเต้านมวัวจะเป็นยาปฏิชีวนะหรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่เตรียมจากสารเคมี เมื่อใช้เป็นระยะเวลานานจะทำให้วัวดื้อยาและก่อให้เกิดสารตกค้างในน้ำนม ตามมาด้วยปัญหาการปนเปื้อนในน้ำนม ส่งผลเสียต่อผู้บริโภคในที่สุด

ดังนั้นคณะนักวิจัยประกอบด้วย รศ.ดร.สพญ.สุณีรัตน์ เอี่ยมละมัย อ.ดร.จรีรัตน์ เอี่ยมสะอาด รศ.ดร.มุกดา จิตต์เจริญธรรม จากคณะเภสัชศาสตร์ รศ.ดร.ฉันทนา อารมย์ดี จากคณะเภสัชศาสตร์ และ นางเนตรชนก จิวากานนท์ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกันศึกษาแนวทางการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ โดยเล็งเห็นศักยภาพของสมุนไพรไทยว่ามีสรรพคุณสามารถฆ่าเชื้อได้ จึงเกิดเป็นโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จุ่มเต้านมวัวที่สามารถฆ่าเชื้อก่อนเกิดโรคเต้านมอักเสบ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนวิจัย (สกว.) จากนั้นทำการเก็บตัวอย่างจากแม่วัวในฟาร์มเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมปศุสัตว์ พบเชื้อที่ให้ก่อเกิดโรคมากที่สุด 2 ชนิด คือ แสตปฟิโลคอกคัส ออเรียส และ สเตร็ปโตคอกคัส อกาแลกเตีย

จากเชื้อก่อโรคที่พบนำมาทดสอบกับน้ำมันสมุนไพรหลายชนิด พบว่าน้ำมันสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้มากที่สุดมีอยู่ 7 ชนิด เป็นน้ำมันที่สกัดจากสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้ พลู ขมิ้นชัน ไพล กระเพรา โหระพา และมะกรูด จากนั้นนำน้ำมันสมุนไพรสกัด 7 ชนิด มาพัฒนาเป็นตำรับยาทดสอบฤทธิ์การฆ่าเชื้อได้ภายในระยะเวลาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ แล้วทำการทดสอบกับแม่วัวจริง จนประสบผลสำเร็จได้ผลิตภัณฑ์จุ่มเต้านมวัว จากนั้นนำมาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมทดลองใช้ ปรากฏว่าผลสะท้อนจากเกษตรกรอยากให้ผลิตภัณฑ์มีความสะดวกในการใช้งานด้วย คณะนักวิจัยจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์จากตำรับยาเดิมเป็นแบบสเปรย์ฉีด เพื่อให้เกษตรกรได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม

จุดเด่นของน้ำมันสมุนไพรสกัดที่นำมาใช้ทำยาฆ่าเชื้อหัวนมแม่วัวก่อนและหลังรีดนม นอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ ในน้ำนมแล้ว ยังมีกลิ่นหอมและระเหยได้ง่าย ความหนืดน้อยสามารถไหลเข้าสู่ท่อนมวัวได้ง่ายในระยะเวลาไม่นานและปริมาณที่ใช้ไม่เยอะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ จึงไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างในน้ำนมเหมือนน้ำยาฆ่าเชื้อที่เตรียมจากสารเคมี ไม่ระคายเคืองเต้านมวัว เก็บไว้ได้นานตามอุณหภูมิห้อง อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการติดเชื้อโรคครั้งใหม่ได้ถึงร้อยละ 50 เป็นการลดอุบัติการณ์การเกิดโรคเต้านมอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญลดการนำเข้ายาปฏิชีวนะจากต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ทั้งผลิตภัณฑ์จุ่มและสเปรย์ฉีดเต้านมวัว ได้รับการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแล้ว ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับเอกชนที่สนใจต้องการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ กระบวนการผลิตไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทำง่าย และลงทุนต่ำ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.043-202733