วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

Gen Z เริ่มทำสวยก่อนอายุ 20 ปี สอบติดมหา’ลัยดัง ได้ ‘ทำจมูก-โบท็อกซ์’ เป็นรางวัลสอบติดมหา’ ลัย

Gen Z เริ่มทำสวยก่อนอายุ 20 ปี สอบติดมหา’ลัยดัง ได้ ‘ทำจมูก-โบท็อกซ์’ เป็นรางวัลสอบติดมหา’ ลัย

คนอยากสวยไวแบบไม่เจ็บตัว แพทย์ชี้ “หัตถการ” โตแรงแซงศัลยกรรม เริ่มเข้าคลินิกอายุเฉลี่ยน้อยลง ต่ำกว่า 20 ปีมีให้เห็น พ่อแม่เกาหลีพาลูก “ทำจมูก-ฉีดโบท็อกซ์” เป็นรางวัลสอบเข้ามหา’ลัยดัง ในไทยเทรนด์ “Body Line” มาแรง พึ่งคลินิกทำซิกแพค-สร้างร่อง 11 ต่างชาติชอบทำสวยในไทยเพราะราคาดี เฉลี่ยต่อบิลสูงสุดครั้งละ 300,000 บาท

เทรนด์ความสวยความงามกลุ่มศัลยกรรมและหัตถการยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มชะลอวัย หรือ “Anti-aging” สอดคล้องไปกับภาพรวมประชากรในไทยที่มีสัดส่วน “Silver Age” หรือกลุ่มสูงวัยเยอะขึ้น แต่ก่อนการศัลยกรรมอาจเป็นตัวเลือกแรกๆ เพื่อการชะลอวัย

แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันคนหันมานิยมทำหัตถการสวยเร็วแบบไม่ต้องผ่าตัด เน้นการปรับรูปหน้า เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ร้อยไหม หรือการทำเลเซอร์ ซึ่งคุณหมอยังบอกด้วยว่า เทรนด์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ไทยเท่านั้น แต่ “เกาหลีใต้” ที่ขึ้นชื่อเรื่องคลินิกศัลยกรรมก็ยังปรับตัวไปทำหัตถการมากกว่า

แพทย์หญิง สุรางคณา วีระนาวิน หรือ “หมออุ้ม” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ The Medice Clinic และสถาบันเวชศาสตร์โรคผิวหนังและความงามนานาชาติ (ADMI) ให้ข้อมูลว่า เทรนด์ความงามในเกาหลีที่มาแรงมากๆ เริ่มเปลี่ยนจากการศัลยกรรมเป็นหัตถการ หากวัดจากจำนวนคลินิกในย่านกังนัม กรุงโซล ศูนย์กลางความงามที่มีคลินิกกระจายตัวมากที่สุด พบว่า ในสัดส่วน 100% เป็นคลินิกเพื่อการศัลยกรรม 58% นั่นหมายความว่า ความนิยมในการทำหัตถการเพิ่มหลายเท่าเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้านี้

Gen Z เริ่มทำสวยก่อนอายุ 20 ปี สอบติดมหา’ลัยดัง ได้ ‘ทำจมูก-โบท็อกซ์’ เป็นรางวัลสอบติดมหา’ ลัย -แพทย์หญิง สุรางคณา วีระนาวิน ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ The Medice Clinic และสถาบันเวชศาสตร์โรคผิวหนังและความงามนานาชาติ (ADMI)-

เหตุผลที่คนหันมาให้ความสนใจการทำหัตถการมากกว่า เพราะต้องการสวยเร็วและเจ็บตัวให้น้อยที่สุด รวมถึงที่เกาหลีมีเครื่องมือและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำหัตถการออกมาเรื่อยๆ หมออุ้มมองว่า ความนิยมดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไป คนอยากดูเด็กลง สวยขึ้นจะเลือกทำหัตถการเป็นอย่างแรก กลุ่มที่นิยมเข้าคลินิกในเกาหลีมากที่สุดตอนนี้ คือกลุ่มซีเนียร์ อายุตั้งแต่ 50-60 ปีเป็นต้นไป

ส่วนในไทยมีหลากหลายเจเนอเรชันมากกว่า ที่น่าสนใจคือเจนใหม่ๆ ให้ความสนใจเรื่องภาพลักษณ์มากขึ้น ด้วยอิทธิพลของสื่อโซเชียลมีเดียทำให้กลุ่มคนไทยที่เข้ามาใช้บริการอายุน้อยลงกว่าเดิม เฉลี่ยมีตั้งแต่ 20 ปีต้นๆ ไปจนถึง 30 ปีกลางๆ เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ

หมออุ้มบอกว่า กลุ่มนี้สนใจทำหัตถการโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และปรับรูปหน้า ค่าใช้จ่ายต่อหัวอาจจะไม่สูงมาก ส่วนกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป จะมียอดใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่า มาด้วยเหตุผลอยากมีรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น สวยขึ้น มองว่า ถ้ามีรูปลักษณ์ดีจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นด้วย 

ทั้งนี้ หมออุ้มขยายความเรื่องอายุเฉลี่ยของคนไทยว่า เด็กรุ่นใหม่สนใจดูแลตัวเองเยอะขึ้น รวมถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องการแพทย์ก็เปิดกว้างกว่าแต่ก่อน ในอดีตเด็กๆ มีปัญหาสิวพ่อแม่อาจจะยังไม่กล้าพาลูกเข้าคลินิก กลัวว่า จะเร็วเกินไป หรือเข้าใจไปว่า ยาบางชนิดมีผลกับการเจริญเติบโต ทำให้อายุเฉลี่ยในอดีตมีตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีข้อมูลประกอบการรักษามากขึ้น อายุเฉลี่ยเด็กๆ ที่เข้าคลินิกจึงลดลงมาราว 15-16 ปี 

Gen Z เริ่มทำสวยก่อนอายุ 20 ปี สอบติดมหา’ลัยดัง ได้ ‘ทำจมูก-โบท็อกซ์’ เป็นรางวัลสอบติดมหา’ ลัย

นอกจากการรักษาสิว หมออุ้มเล่าว่า เทรนด์ที่เกาหลียังไปไกลถึงการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือทำจมูก พ่อแม่จะให้รางวัลลูกๆ แลกกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์หรือศัลยกรรมผ่าตัดทำจมูก ทำให้อายุเฉลี่ยที่เกาหลีลดลงไปอีก และไม่แน่ว่า ในอนาคตที่ไทยก็อาจมีเทรนด์นี้ตามมาก็เป็นไปได้

สำหรับเทรนด์หัตถการในไทยที่กำลังได้รับความนิยมขณะนี้ “หมออุ้ม” ระบุว่า เป็นเทรนด์หัตถการส่วนร่างกาย เมื่อก่อนคนมาคลินิกเพื่อปรับรูปร่างจะเน้นดูดไขมันออกหมด ตอนนี้มีดูดไขมันเสริมกับการสร้าง “Body Line” หรือ “Sexy Line” ช่วยให้เห็นซิกแพคหรือร่อง 11 ชัดขึ้น อยากให้รูปร่างดูแข็งแรงและยังมีมวลไขมันในระดับหนึ่ง โดยกลุ่มที่ให้ความสนใจอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 20 ปีต้นๆ ไปจนถึง 30 ปีปลายๆ

นอกจากคนไทยที่ให้ความสนใจกลุ่มหัตถการเพิ่มขึ้น “หมออุ้ม” บอกว่า ต่างชาติก็เข้ามาใช้บริการคลินิกในไทยไม่น้อย มักเข้ามาใช้บริการกลุ่ม “Anti-aging” มองว่า ราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ประเทศบ้านเกิด ส่วนใหญ่เข้ามาใช้บริการกลุ่มหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด อาทิ ปรับรูปหน้า โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือกลุ่ม “Wellness” ดริปวิตามินก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

Gen Z เริ่มทำสวยก่อนอายุ 20 ปี สอบติดมหา’ลัยดัง ได้ ‘ทำจมูก-โบท็อกซ์’ เป็นรางวัลสอบติดมหา’ ลัย

“ต่างชาติส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการ ได้แก่ จีนและสิงคโปร์ เฉลี่ยมาทำเดือนละ 1 ครั้ง ยอดใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 80,000-150,000 ต่อครั้ง ทำภาพรวมปรับรูปหน้าและผิว คนไข้บอกว่า ค่าใช้จ่ายในไทยเท่านี้ต่อครั้งค่อนข้างสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับการรักษาในบ้านเขา กับอีกกลุ่มที่อาจจะไม่ได้มาบ่อย คือออสเตรเลีย สหรัฐ หรือภูมิภาคอื่นที่ไกลออกไป คนไข้ลักษณะนี้จะมาปีละ 2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อครั้งอยู่ที่ 200,000-300,000 บาท”