วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พรรณสิรี อมาตยกุล เสริมพลังไอบีเอ็มสู่อนาคต

เปิดใจแม่ทัพหญิงยักษ์ฟ้า ปรับแนวรบฝ่าวิกฤติอุตสาหกรรมไอทีชะลอตัว

หลังจากก้าวขึ้นรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ สาขาไทยของกิจการอายุกว่า 100 ปีอย่างยักษ์ฟ้า "พรรณสิรี อมาตยกุล" สายเลือดเข้มข้นไอบีเอ็มยังเปี่ยมพลัง เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่จะสร้างสรรค์องค์กรให้มั่นคงอยู่แถวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

"กรุงเทพธุรกิจ" ได้มีโอกาสสนทนากับเธออีกครั้ง ในช่วงสถานการณ์บ้านเมืองยังคุกรุ่น ตลาดไอทีซบเซา แต่คำตอบของเธอนำพาสู่ความสว่างสดใส กระตุ้นความหึกเหิมที่หลบซ่อนออกจากซอกหลืบ เตรียมพร้อมรับอนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลงของวงการไอที แม้ตลาดไตรมาสที่ผ่านมาจะไม่คึกคัก

พรรณสิรี กล่าวว่า ตั้งแต่อยู่ในตำแหน่งมา 4 ปี ไทยเติบโตอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมโดยตลอด แต่ยอมรับว่า ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาตลาดสโลว์ ดาวน์ อย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่ลูกค้าไม่ซื้อ เพียงชะลอการตัดสินใจออกไป คาดว่าภายในปีนี้จะซื้อ

ส่วนงานที่ไอบีเอ็มทำ และสร้างความเข้าใจกับลูกค้ามาโดยตลอด ทำให้ภาคเอกชนให้ความสนใจ และมีสิ่งใหม่ๆ ให้เอกชนได้คิดใหม่ ในยุคที่กำลังจะต้องเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ ซึ่งลูกค้าองค์กรใหญ่ 15-20 แห่งกำลังดูการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร และเธอต้องการให้ตลาดเห็นความเปลี่ยนแปลง

"รอดูสิ่งที่กำลังมูฟ และดีใจที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งบริษัทเริ่มจากเครื่องคำนวณ สู่การประมวลผล และกำลังสู่ยุคคอกนิทีฟ โมบิลิตี้ ที่คอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตัวเองคล้ายสมองมนุษย์ และผู้ใช้ทั่วไปก็จะใช้งานอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ไปด้วยกันได้ ทำให้อยู่ตรงนี้แล้วมีความท้าทาย ได้เปลี่ยนแปลงคน เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และไอบีเอ็มทำมาก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลง"

ปรับเปลี่ยนรับอนาคต

ไอบีเอ็ม อยู่ในตลาดมากว่า 100 ปีจนถึงขั้น"อยู่ตัว"เต็มที่แล้ว แต่บริษัทปรับตัวล่วงหน้ามาตลอด รวมทั้งปัจจุบันที่เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ 4 ปีก่อน และเริ่มเดือน ม.ค. 2557 ก็มีโครงการรับการเปลี่ยนแปลงอีกมาก ตามการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหญ่ๆ 3 เรื่องของโลก

ประกอบด้วย 1. ข้อมูล ที่เป็นกุญแจไขสู่การแข่งขันในอนาคต 2. คลาวด์ ที่เป็นบิสิเนส โมเดลใหม่ซึ่งกำลังเติบโตเพราะทุกคนต่างเข้าถึงไอที และ 3. เอ็นเกจเมนต์ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กันภายในและภายนอกองค์กร ตลอดจนถึงลูกค้า อันเป็นแนวทางของโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งบริษัทกำลังเปลี่ยนทักษะพนักงานให้โฟกัส 3 เรื่องดังกล่าว

ไอบีเอ็มมีแถลงการณ์ 3 เรื่องคือ ด้านข้อมูล จะสร้างตลาด ปฏิรูปอุตสาหกรรมและทักษะของคนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ด้านไอที ดาต้า เซ็นเตอร์ ให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากคลาวด์ได้มากที่สุด และการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ค โซเชียล มีเดีย ด้วยความเร็ว และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยทำตัวเป็นตัวอย่าง

เธอ กล่าวว่า บิ๊กดาต้า และความสามารถคาดการณ์อนาคตหรือการวิเคราะห์อนาคต การทำสมาร์ทเตอร์ต่างๆ เช่นสมาร์ทเตอร์ ซิตี้ สมาร์ทเตอร์ แพลนเน็ต ไอบีเอ็มได้เริ่มทำเป็นตัวอย่างมานานแล้ว

ทั้งนี้ ข้อมูลระบุว่า ข้อมูลใหม่เกิดขึ้น 2.5 พันกิกะไบต์ทุกวัน และ 4 ใน 5 ส่วนของข้อมูลจะไม่ได้จัดโครงสร้าง ปี 2558 จะตลาดบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์จะมีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ การทำโครงการเกี่ยวกับเทคโนโลยีขององค์กร 61% ดำเนินการจากฝ่ายธุรกิจมากกว่าฝ่ายไอทีเหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ ไอบีเอ็มลงทุนไป 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อสร้างศักยภาพของบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ โดยในจำนวนนี้ใช้เงิน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ซื้อบริษัทต่างๆ มาเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ พร้อมกันนั้น ได้มีผู้ชำนาญการด้านการให้คำปรึกษา และวิเคราะห์ 1.5 หมื่นคน มีนักวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจข้อมูลอย่างลึกซึ้งทางเทคนิคและนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจได้

พรรณสิรี เล่าว่า ไม่ว่าลูกค้าจะคุยอะไรกันในเฟซบุ๊ค โซเชี่ยล มีเดียต่างๆ ก็ตาม รวมทั้งคำบ่น ข้อมูลจะถูกจับมากองรวมกัน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่เข้าใจบุคคล ใช้นำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าเดินเข้าห้างจะมีข้อมูลมาบอกถึงสินค้าที่กำลังสนใจนั้น มีรายการพิเศษใดๆ บ้างประกอบการตัดสินใจ การตลาดจะลงลึกที่ตัวบุคคลไม่ใช่แค่แบ่งเซ็กเมนเตชั่นเท่านั้น

"เทรนด์การติดต่อลูกค้าจะทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาดและการเงินมากขึ้น จากการทำธุรกิจเดิมๆ จะประสานฝ่ายไอที เป็นการจับมือกันในอุตสาหกรรมนำข้อมูลมาใช้ และต้องสร้างบุคลากรในตลาดโลก ที่เก่งคณิตศาสตร์ และแมส ซึ่งได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งให้มาสอนคนในไทย ถึงบิ๊ก ดาต้า และอนาไลติก อย่างลงลึก โดยทำมาพักหนึ่งแล้ว เห็นผลตอบรับค่อนข้างดีมาก"

ปี 2556 ไอบีเอ็มมีรายได้จากธุรกิจบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดว่าปี 2558 จะเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านดอลลาร์

หน่วยธุรกิจใหม่"วัตสัน กรุ๊ป"

จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และการรองรับอนาคต เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไอบีเอ็มได้ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ "วัตสัน กรุ๊ป" เป็นหน่วยธุรกิจที่ 4 ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทอายุกว่า 100 ปีแห่งนี้ เพื่อจะเปลี่ยนไอทีสู่โลกใหม่ ต้องสอนคอมพิวเตอร์ให้เรียนรู้จากของเดิม ซึ่งเงินลงทุนปีละ 6 พันล้านดอลลาร์ของไอบีเอ็มจะลงกับเรื่องนี้ 1 ใน 3 เพื่อจะสร้างสิ่งที่มาขายให้แก่ทุกอุตสาหกรรม เช่น ธนาคาร ค้าปลีก สุขภาพ

ทั้งนี้ ในประเทศไทยก็จะตั้งหน่วยธุรกิจใหม่นี้เช่นกัน โดยแต่งตั้งผู้บริหารเข้ามาดูแลโดยเฉพาะ แต่ยังไม่ทำตลาดสุขภาพ

ไอบีเอ็มมอง "คลาวด์" เป็นส่วนหนึ่งของบิสิเนส โมเดลใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ ลูกค้าองค์กรใหญ่จะขยับสู่ไฮบริด คลาวด์ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระบบงานทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการดีที่สุดผ่านคลาวด์

ปี 2559 จะพบ 1 ใน 4 ของแอพพลิเคชั่นในโลกจะทำงานผ่านคลาวด์ 85% ของซอฟต์แวร์ใหม่จะสร้างบนคลาวด์ ปี 2560 ขนาดตลาดจะมีมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ปี 2563 การใช้จ่ายไอทีจะเป็นสัดส่วนของคลาวด์ 46%

การแสดงความมุ่งมั่นของไอบีเอ็มที่จะทำตลาดคลาวด์ เช่น ลงทุน 1.2 พันล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัทซอฟต์เลเยอร์ และบริษัทอื่นๆ อีก 15 แห่ง และ 1.2 พันล้านดอลลาร์ขยายดาต้าเซ็นเตอร์ 40 แห่ง และในไทยกำลังทดสอบซอฟต์เลเยอร์

ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญคลาวด์ 3.6 หมื่นคน นักพัฒนามากกว่า 500 คน อัตราการเติบโตของรายได้คลาวด์ 70% ปี 2556 มีรายได้มากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ และประมาณครึ่งหนึ่งเป็นแอส อะ เซอร์วิส ลูกค้าใช้งานคลาวด์ของไอบีเอ็ม 80% เป็นบริษัทในฟอร์จูน 500

ทำองค์กรก้าวหน้า

ขณะที่ ปฏิสัมพันธ์ในองค์กรที่คนรุ่นใหม่กำลังจะไม่อ่านอีเมล แต่ใช้โซเชี่ยล เน็ตเวิร์คมากกว่า ก็ต้องทำองค์กรให้ก้าวไปอีกจุดเป็นพรีเมียร์ โซเชี่ยล เอ็นเตอร์ไพร้ซ มีแอพ สโตร์ใช้งานภายในที่เหมาะสมกับการทำงาน ต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ

"รู้อะไร ไม่สำคัญเท่าแชร์อะไร แล้วสิ่งที่แชร์นำไปต่อยอดทำอะไรได้ โดยไม่ต้องมีลำดับชั้นมาแบ่งแยก องค์กรต้องเปิดและยอมรับไอเดียใหม่ๆ ซึ่งวันที่ 15 พ.ค. นี้ จะเปิดผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารทั่วโลกและภูมิภาคอาเซียน เรื่อง The Customer - activated Enterprise เพื่อแสดงความสัมพันธ์ ทิศทาง และบทบาทของผู้บริหารแต่ละฝ่ายในการนำพาองค์กรเข้าสู่ยุคใหม่"

นอกจากนี้ ยังพยายามทำให้คนรุ่นใหม่คิดใหม่ทำใหม่ มีผู้บริหารที่อยู่มานานๆ เป็นพลังงานกระตุ้นแก่เด็กรุ่นใหม่ โดยทุกวันศุกร์จัด Think Friday ให้ผู้บริหารรุ่นใหม่มาระดมความเห็นเสนอ พยายามให้ได้ 3 อย่างต่อสัปดาห์ เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดผล หากติดขัดหรือต้องเสริมใดๆ มีผู้บริหารระดับต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ และนำเสนอเข้าบอร์ดที่ประชุมทุกสัปดาห์ ถือเป็นเวทีสำหรับดาวดวงใหม่

"เชื่อในสิ่งที่ทำ และทำแล้วทำให้คนเก่งไม่ไปที่อื่น อยากอยู่ในองค์กรต่อไป"