พลาสติกในสไตล์กรีนๆ

พลาสติกในสไตล์กรีนๆ

กลุ่มดาวเคมิคอล ประกาศเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนสำหรับปี 2558 หรือ Sustainability Goals ด้วยนวัตกรรม บรรจุภัณฑ์รักษาสิ่งแวดล้อม

ในปี 2558 กลุ่มบริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย ได้ประกาศเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนสำหรับปี 2558 หรือ 2015 Sustainability Goals หนึ่งในเป้าหมายหลัก เป็นการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายของโลก โดยใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในฐานะผู้พัฒนาและผู้ผลิตวัตถุดิบต้นทางบรรจุภัณฑ์พลาสติก นายขจรพงศ์ ภู่สิทธิกุล ผู้จัดการอาวุโส การพัฒนาด้านการค้า กลุ่มบริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย ระบุว่า วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป มีการทำงานและทำกิจกรรมต่างๆ และต้องการอาหารพร้อมปรุง หรืออาหารสำเร็จรูป รวมถึงต้องการใช้วัสดุที่เบาบางมากขึ้น เกิดแรงขับเคลื่อนของตลาด และประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้ทิศทางของบรรจุภัณฑ์ในชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

ทิศทางในอนาคตจึงเป็น “บรรจุภัณฑ์รักษาสิ่งแวดล้อม” หรือ กรีน แพคเกจจิ้ง นับเป็นการเข้าสู่ยุคการลดใช้กระดาษ และกำลังเข้ายุคการใช้พลาสติกแทนที่วัสดุต่างๆในทุกๆผลิตภัณฑ์ แม้แต่รถ

นายขจรพงศ์ ระบุว่า บรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นเรื่องจำเป็นของมนุษย์ในวันนี้และอนาคตในภาวะที่ทรัพยากรต่างๆลดน้อยลง โดยพลาสติก 1 กก.สามารถแทนที่อะลูมิเนียมได้ 1.5 กก. แทนที่เหล็ก 4 กก. แก้ว 12 กก. ขณะที่การใช้พลังงานก็ลดลงด้วยเช่นเดียวกัน

โดยพบว่า 1 คันรถบรรทุกบรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถแทนที่ 25 คันรถบรรทุกของบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ที่สำคัญบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังสามารถสัมผัสกับเนื้ออาหารได้อย่างปลอดภัยกว่า อาทิ ผลไม้ที่เป็นกรด เป็นต้น

ข้อมูลข้างต้น ทำให้เทรนด์การใช้พลาสติกแทนที่วัสดุต่างๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับจากสถิติการใช้พลาสติกทั่วโลก ระหว่างปี 2543 จนถึง 2563 พบว่าการใช้เพิ่มจาก 154 ล้านตัน เป็น 540 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นในช่วงปีดังกล่าวประมาณ 6.5 %

อย่างไรก็ตามการมุ่งใช้พลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์ในอนาคตนั้น ต้องเป็นพลาสติกที่ลดการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย โดยต้องใช้เนื้อพลาสติกให้น้อยลง ขณะเดียวกันต้องตอบโจทย์การใช้งาน ทั้ง 3 ด้านไปพร้อมกันด้วย ทั้งน้ำหนักที่เบาลง สภาพการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และมีความยึดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงปลอดภัยต่อผู้บริโภคด้วย นอกจากมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยลงแล้ว ยังทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงตามไปด้วย

แนวโน้มเหล่านี้จะดำเนินการได้ต้องผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างการพัฒนากับคู่ค้าหลากหลาย เพื่อให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อม และการใช้งานไปพร้อมกัน

นายขจรพงศ์ ระบุว่า ลักษณะของบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เป็นเทรนด์ของทั่วโลกนั้น จะพัฒนาจากบรรจุภัณฑ์ของแข็ง หรือกระป๋อง ไปสู่พลาสติกที่มีความยึดหยุ่น แต่มีความแข็งแรง ผสมผสานกับการดีไซน์ใหม่ๆ ให้ดึงดูดผู้บริโภค ยกตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบยึดหยุ่นสำหรับน้ำมันเครื่อง หรือ บรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดการใช้กระดาษลง มาเป็นพลาสติกที่ช่วยลดแรงกระแทก เป็นต้น

การจะตอบโจทย์ได้ทั้งหมดนี้ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีผู้ผลิตไม่กี่รายในโลกที่สามารถพัฒนาได้ กลุ่มบริษัทฯเป็น Solution Provider สามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้ทั้งหมด สำหรับลูกค้าในประเทศไทย ขณะนี้กำลังพัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันกลิ่น เพื่อการส่งออก อาทิ ทุเรียน หรือปลาร้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่บริษัทฯ ต้องทำคู่ขนานกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง คือ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องในการใช้พลาสติก และการผลักดันรัฐให้เข้ามาดูแลคุณภาพของพลาสติกที่ใช้ในประเทศ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบริโภคอาหาร จากปัจจุบันที่พบว่ามีสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ราคาถูก จำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด โดยเฉพาะจานชามช้อน ซึ่งบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ เมื่อสัมผัสอาหาร ย่อมไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

“บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ เป็นอันตรายกับผู้บริโภค ทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีในการใช้พลาสติกในภาพรวมไปด้วย ดังนั้นการทำให้สังคมมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการใช้พลาสติก สามารถแยกแยะพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพ และพลาสติกที่มีคุณภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน“