27 เมษา ดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพฯ ในเวลาเที่ยงวัน ผ่านเหนือศีรษะพอดี ส่วนรอบการตั้งฉากจะเกิดอีกครั้ง 16 สิงหานี้
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)(สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย 27 เมษายน 2557 นี้ ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครในเวลาเที่ยงวัน ผ่านเหนือศีรษะพอดี อาจไม่ร้อนที่สุดขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นรอบข้าง
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 12.16 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในแนวตั้งฉากกับเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านเหนือศีรษะของเราพอดี การที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง หากมีฝนตกหรือได้รับอิทธิพลจากมรสุม ก็อาจส่งผลให้อุณภูมิไม่สูงที่สุดตามที่คาดการณ์กันไว้
เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ประเทศที่อยู่ในเขตร้อนจะมีวันที่ดวงอาทิตย์ผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะมากที่สุดปีละ 2 วัน โดยจะมีคาบการโคจรพาดผ่านแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดของประเทศไทย จึงเห็นดวงอาทิตย์ผ่านเหนือศีรษะไม่พร้อมกัน และในครั้งต่อไปดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพมหานครอีกครั้งช่วงฤดูฝนในวันที่ 16 สิงหาคม 2557
(ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) www.narit.or.th / Facebook : www.facebook.com/NARITpage Twitter : @N_Earth , Instagram : @NongEarthNARIT)
ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเข้าสู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือนเมษายน ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุดในรอบปี เฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนกลาง ได้แก่ ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย และพิษณุโลก มีแนวโน้มต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซียลเซียส ส่วนกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นจะมีอุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยที 37-40 องศาเซลเซียส
ส่วนสภาพอากาศร้อนที่สุดของปี 2556 ศูนย์ภูมิอากาศ สำนักพัฒนาอุตุนิยมวิทยา อ้างอิงข้อมูลจาก Press Release No.983, The World Meteorological Organization ระบุว่า ค.ศ. 2013 (พ.ศ.2556) เป็น 1 ใน 10 อันดับแรกของปีที่ร้อนที่สุด ตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสมัยใหม่ที่เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1850 ซึ่งอุณหภูมิของปี ค.ศ.2013 สูงเป็นอันดับที่ 6 และเท่ากับปี ค.ศ. 2007 โดยคำนวณทั้งจากอุณหภูมิพื้นดินและมหาสมุทรทั่วโลก และพบว่าปี ค.ศ.2013 มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติเท่ากับ 0.5 องศาเซลเซียส หรือ 0.9 องศาฟาเรนไฮต์ และสูงกว่าอุณหภูมิในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา (ค.ศ.2001-2010) เท่ากับ 0.03 องศา ซ หรือ 0.05 องศา ฟ
จากข้อมูลที่บันทึกพบว่า 14 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มีจำนวนถึง 13 ปีที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 ซึ่งปีที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาคือ ปี ค.ศ. 2010 และ 2005 ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 0.5 องศา ซ. ตามมาด้วยปี ค.ศ. 1998 ที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญระดับรุนแรง ส่วนปี ค.ศ. 2013 ไม่ปรากฏว่าเกิดปรากฏการณ์ทั้งสองแต่ก็ยังมีอุณหภูมิสูงกว่าปี ค.ศ.2011 และ 2012 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานีญา





