หัวขบวนคือต้นอ้อยและมันสำปะหลัง ท้ายขบวนจบลงที่จุลินทรีย์กำจัดลูกน้ำยุงรำคาญและยุงก้นปล่อง เป็นผลผลิตจากการเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือทิ้ง
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
หัวขบวนคือต้นอ้อยและมันสำปะหลัง ท้ายขบวนจบลงที่จุลินทรีย์กำจัดลูกน้ำยุงรำคาญและยุงก้นปล่อง เป็นผลผลิตจากการเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายและผงชูรส ขานรับกระแสรักโลก พร้อมเปิดตลาดจุลินทรีย์กำจัดแมลง อ้างอิงผลวิจัยไม่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม สามารถใช้ได้จริง
"ทีเอฟไอ. กรีนไบโอเทค" บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากชีวินทรีย์ ที่เริ่มต้นมาจากการใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมผงชูรสและน้ำตาลทรายของบริษัทแม่คือ เคเอสแอลกรุ๊ป ซึ่งมีกากน้ำตาลซึ่งมีโปรตีนและสารอาหารที่จุลินทรีย์ต้องการ เป็นของเหลือจำนวนหลายหมื่นตันต่อปี
:: สู้ยุงแบบปลอดสารเคมี
"เรามองหางานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ที่จะเพิ่มช่องทางการใช้ประโยชน์จากกากน้ำตาล จากเดิมขายทิ้งเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์” ชาลี ชินธรรมมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอฟไอ. กรีนไบโอเทค กล่าว
เทคโนโลยีการผลิตเชื้อแบคทีเรีย Bti สำหรับควบคุมลูกน้ำยุงลาย เป็นงานวิจัยแรกที่ทีเอฟไอ. กรีนไบโอเทค รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อ 5 ปีที่แล้ว และล่าสุดในปีนี้คือ Bs จุลินทรีย์กำจัดลูกน้ำยุงรำคาญ โดยได้รับการอนุญาตให้ใช้สิทธิระยะเวลา 5 ปีในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับควบคุมลูกน้ำยุงรำคาญ โดย สวทช. และมหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคและความช่วยเหลือในด้านวิชาการสำหรับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์
จุลินทรีย์ Bs เป็นเชื้อแบคทีเรียที่สร้างสารพิษไปทำลายกระเพาะของลูกน้ำยุงรำคาญและยุงก้นปล่อง โดยไม่ใช้สารเคมี บริษัทมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างตลาด แม้ว่าปัจจุบันการตระหนักในด้านสารตกค้างที่มาหลังจากการใช้สารเคมีจะยังไม่เป็นที่รับรู้ แต่ในต่างประเทศเป็นที่รณรงค์โดยไม่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม
“เรามีศักยภาพผลิตในระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับควบคุมลูกน้ำยุง ที่จะช่วยป้องกันโรคร้ายที่เกิดจากยุงและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมีเครื่องจักร อุปกรณ์ และโรงงานผลิต รวมถึงอาหารจุลินทรีย์จากของเหลือในอุตสาหกรรมที่เรามีอยู่ ทำให้ลดต้นทุนในส่วนของอาหารจุลินทรีย์ได้กว่า 50%” ชาลี กล่าว
บริษัทมีกำลังการผลิตสูงสุด 10,000 ลิตรต่อสัปดาห์ รวมทั้งมีการพัฒนาสูตรผสมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการใช้งาน ราคาถูก และมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต
:: ตลาดภาครัฐ-ตลาดส่งออก
ชาลี กล่าวว่า ตลาดที่รองรับผลิตภัณฑ์ควบคุมลูกน้ำยุงลายและยุงรำคาญกว้างมาก เนื่องจากไทยเราประสบปัญหาสารเคมีตกค้าง และเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สินค้าชีวภาพอย่างจุลินทรีย์จึงมีบทบาทสำคัญ เพียงแต่สินค้าในกลุ่มนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
การจัดทัพใหม่ของทีเอฟไอ. กรีนไบโอเทค จึงเน้นการหาดิสทริบิวเตอร์กระจายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศจะหาบริษัทตัวแทนที่มีความชำนาญและเข้าถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีกำลังซื้อ ซึ่งชาลีเผยว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากมีการสำรวจตลาดพบว่า คนในกรุงเทพฯ มองว่า การกำจัดลูกน้ำเป็นเรื่องของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ใช่หน้าที่ของประชาชน
“ปัจจุบัน เรากำลังจะเซ็นสัญญากับบริษัท เอ็มพี เมดิคัล ที่ขายวัสดุการแพทย์และนำเข้าเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะดูตลาดทั้งไทยและ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงได้แก่ ลาว เวียดนาม กัมพูชาและพม่า ในขณะที่ตลาดต่างประเทศก็เซ็นสัญญากับบริษัท มอสคิโต ของแอฟริกา ซึ่งจะดูตลาดประเทศแถบแอฟริกา อเมริกา มัลดีฟท์และอินโดนีเซีย”
สำหรับมอสคิโต ในปีแรกจะซื้อ 1.2 ล้านซอง และจะเพิ่ม 5% ทุกปี เช่นเดียวกับเอ็มพี เมดิคัล แต่ตลาดในไทยสำหรับปี 2557 อาจจะขายจำนวนน้อยกว่า เพราะงบประมาณภาครัฐในการกำจัดลูกน้ำถูกตัดไปใช้ส่วนอื่น
เส้นทางในอนาคตของ ทีเอฟไอ. กรีนไบโอเทค คงไม่พ้นที่จะขยายไปในกลุ่มสินค้าจุลินทรีย์ด้านการเกษตร โดยอยู่ระหว่างศึกษาการทำโรงงานต้นแบบสำหรับไวรัสกำจัดหนอนในหลอดต้นหอม รวมถึงกลุ่มจุลินทรีย์กำจัดศัตรูพืชอื่นๆ





