แอดเลอร์ ศุภโชค แกลอรี่ กับเป้าหมายที่จะยกระดับและเปิดตลาดวงการศิลปะไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล
แอดเลอร์ ศุภโชค แกลอรี่ กับเป้าหมายที่จะยกระดับและเปิดตลาดวงการศิลปะไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล
ปลายเดือน มี.ค.นี้ ผลงานศิลปะ 40 ชิ้นจาก "แอดเลอร์ ศุภโชค แกลอรี่" จะไปเปิดตลาดอย่างเป็นทางการที่ "อาร์ต แฟร์ อาร์ต ปารีส 2014" งานแสดงผลงานศิลปะที่ใหญ่สุดของฝรั่งเศส ที่บรรดาแกลอรี่ทั่วโลกต้องจองคิวล่วงหน้ากว่า 3 ปี แถมยังคัดเฉพาะแกลอรี่ที่มีชื่อเสียงและโปรไฟล์ดีเท่านั้น ปีนี้ในเอเชียมีประเทศจีนและไทยเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมงาน
สะท้อนตัวตน สื่อสากล
ศุภโชค อังคสุวรรณศิริ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ตกหลุมรักงานศิลปะ ถึงขั้นลงทุนเปิดแกลอรี่เก็บภาพที่สะสมไว้ พร้อมกับเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษานำผลงานมาจัดแสดง กระทั่งได้มีโอกาสพบกับ โจเอล-อาร์เมล โคเฮน เจ้าของแอดเลอร์ แกลอรี่และ โลรองต์ เดอ ปาส จึงร่วมกันสร้าง "แอดเลอร์ ศุภโชค แกลอรี่" ศูนย์กลางการซื้อ-ขายผลงานศิลปะระดับโลกในประเทศไทย รวมถึงการนำผลงานศิลปินไปแสดงในตลาดซื้อ-ขายทั่วโลก และการเปิดแสดงผลงานของศิลปินจากทั่วโลกอีกด้วย คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ 100 ล้านบาทต่อปี
ในมุมของคนทำธุรกิจ ศุภโชคถือเป็นโอกาสดีที่จะเป็นผู้บุกเบิกตลาดงานศิลปะในประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานระดับเดียวกับแกลอรี่ชื่อดังจากทั่วโลก รวมทั้งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับงานศิลปะไทย พร้อมกับการเป็นศูนย์กลางการซื้อ-ขายผลงานศิลปะระดับโลกในประเทศไทย รวมถึงการนำผลงานศิลปินไปแสดงในตลาดซื้อ-ขายทั่วโลก และการเปิดแสดงผลงานของศิลปินจากทั่วโลกอีกด้วย
แนวคิดดังกล่าวจะทำให้แกลอรี่ของเขาเข้าสู่ระบบมาตรฐาน โดยมีระบบต่างๆ ทั้งเรื่องการประชาสัมพันธ์ การตลาด การหาลูกค้า การขายงาน เพื่อให้ศิลปินไทยเรียนรู้ถึงมาตรฐานสากลเหล่านี้ ทั้งหมดนี้คือ เป็นจุดที่ลงตัวของ แอดเลอร์ ศุภโชค ในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในประเทศ พร้อมขยายตลาดออกไปต่างประเทศ
ยกระดับสู่เวทีโลก
แม้ว่าตลาดงานศิลปะของไทยยังมีขนาดเล็ก หากเทียบกับตลาดต่างประเทศ ศิลปินไทยยังไม่ได้รับการส่งเสริมตามที่ควรจะเป็น เพราะไม่มีการปลูกฝังการปูพื้นฐานในศิลปะตั้งแต่ในวัยเรียน ต่างกับประเทศทางยุโรปหรืออเมริกาที่งานศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน มีการปลูกฝังตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งจะคุ้นเคยและใกล้ชิดกับงานศิลปะมาก สังเกตได้จากงานแสดงศิลปะจะมีการจองคิวล่วงหน้านานเป็นเดือน
แต่ในอนาคตอีก 2-3 ปี ศุภโชคมั่นใจว่า งานศิลป์เมืองไทยจะรุดหน้าไปอีกขั้น หลังจากที่ถูกเพื่อนบ้านอย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม แซงหน้าไปหลายขั้น แม้กระทั่งประเทศจีน ที่มีพัฒนาการของงานศิลป์จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จากเดิมราคาผลงานอยู่ที่หลักแสน ก็กระโดดเป็นหลายล้านบาท
แนวทางการพัฒนาผลงานไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ต้องเริ่มต้นจากการให้ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะ เข้าใจ พร้อมกับผลักดันศิลปินไทยที่มีความสามารถพัฒนาตนเองให้สามารถแข่งขันกับศิลปินต่างประเทศ โดยให้ความรู้นับหนึ่งตั้งแต่เฟรมผ้าใบจนถึงการเลือกใช้สี ทุกองค์ประกอบมีผลต่อราคาชิ้นงาน นักสะสมยินดีจะซื้อผลงานที่มีทางสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะถือเป็นการลงทุน วัสดุอุปกรณ์จึงสำคัญไม่แพ้กับแนวทางการสร้างศิลปะเชิงพาณิชย์
"งานศิลปะที่ดีนั้น ศิลปินต้องมีความเป็นตัวของตัวเองและสามารถสื่อสารความหมายที่ง่ายต่อความเข้าใจสำหรับนักสะสมในระดับสากล ขณะเดียวกันแต่ละชิ้นต้องออกมาจากจิตวิญญาณของตัวศิลปินเอง ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ" ศุภโชคประธานบริหารบริษัท แอดเลอร์ ศุภโชค จำกัด กล่าว





