"อาร์เอส"เดินหน้าแผนทำตลาด"บอลโลก" ยันถ่าย 22 แมทช์ทางฟรีทีวี รอศาลตัดสินประกาศ"มัสต์ แฮฟ" เล็ง "เลื่อน"ขายกล่องบอลโลกเม.ย.นี้
หลังจากที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีหนังสือเตือน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือให้ยุติการจำหน่าย "กล่องบอลโลก"ที่มีแผนจะจำหน่ายในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เพื่อรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกครบทั้ง 64 แมทช์ และให้ปฏิบัติตามประกาศหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะ ในบริการโทรทัศน์ ที่เป็นการทั่วไป (Must Have) ที่กำหนดให้การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต้องแพร่ภาพทาง "ฟรีทีวี" เท่านั้น
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด เปิดเผยว่า ยังยืนยันบริหารลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ตามแผนเดิม คือการถ่ายทอดสดการแข่งขันทาง "ฟรีทีวี" 22 แมทช์ โดยขณะนี้ทุกอย่างเป็นแผนการตลาดที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ แนวทางการปฏิบัติจริงขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลปกครอง ซึ่งอาร์เอส ได้ฟ้องร้องคดีกับกสทช.ในการบังคับใช้ประกาศฯ Must Have ที่กำหนดให้ 7 รายการกีฬา รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต้องออกอากาศทางฟรีทีวี ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
"มองว่าประกาศฯ มัสต์ แฮฟ ไม่ยุติธรรมกับอาร์เอส ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก มาก่อนที่ประกาศฯ จะมีผลบังคับใช้ จึงฟ้องร้องให้ศาลพิจารณาและหากศาลมีคำตัดสินอย่างไรอาร์เอส พร้อมปฏิบัติตาม และยังไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ก่อนศาลตัดสินได้" นายสุรชัย กล่าว
ด้านนางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าหากก่อนวันที่ 1 เม.ย.นี้ ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำสั่งตัดสินคดีที่อาร์เอสฟ้องร้อง กสทช. เรื่องการบังคับใช้ประกาศฯ มัสต์แฮฟ บริษัทจะพิจารณา "เลื่อน" การจำหน่ายกล่องบอลโลก ออกไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง
สำหรับกำหนดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ประเทศบราซิล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค.นี้ หากศาลมีคำสั่งก่อนการแข่งขันเริ่มต้น และเป็นไปในทิศทางที่ อาร์เอส ร้องขอ คือให้ยกเลิกการบังคับใช้ประกาศฯ มัสต์ แฮฟ ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ และเป็นไปตามแผนเดิมของบริษัทที่กำหนดถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี 22 แมทช์ มองว่าหากเริ่มขายกล่องในเดือน พ.ค.ถึงต้นมิ.ย.นี้ ยังมีโอกาสทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย 1 ล้านกล่องเช่นเดิม
กรณีที่ศาลตัดสินให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวีทั้งหมด จะไม่กระทบต่อเป้าหมายรายได้การบริหารลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่วางไว้จำนวน 650 ล้านบาท เนื่องจากอาร์เอส ไม่ได้นับรวมรายได้จากการขายกล่องอีกมูลค่า 100-200 ล้านบาท ไว้ในเป้าหมายรายได้รวมการบริหารลิขสิทธิ์ ดังกล่าว
ปัจจุบันอาร์เอส มีผู้สนับสนุนหลักฟุตบอลโลก แพ็คเกจแพลทินัม 4 ราย คือ โคลา-โคลา ,เครื่องดื่มช้าง , AIS 3G 2100 และ ปตท. โดยแต่ละรายใช้งบระมาณกิจกรรมการตลาดฟุตบอลโลกรายละกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้สนับสนุนย่อยแพ็คเกจ 5-15 ล้านอีก กว่า 10 ราย ทั้งนี้ รายได้จากผู้สนับสนุนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 80-85% ของเป้าหมายรายได้การบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจซับไลเซ่นส์สำหรับรายได้รวมทั้งปีวางเป้าหมาย 6,500 ล้านบาท





