วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอ็นฟอร์ซ' รีแบรนด์ ยึดที่1 ตลาดปลอดภัย

“เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว” รีแบรนด์รับธุรกิจขยายตัว-เปิดเออีซี เล็งรับบุคลากรเพิ่ม บุกหนักธุรกิจองค์กร เชื่อการเมืองกระทบแต่ตลาดยังโตได้ 10%

นายนักรบ เนียมนามธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด กล่าวว่า บริษัทรีแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนชื่อเดิม “เอ็นฟอร์ซ ซีเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ เอพี” เป็น “เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว” รวมถึงตัวโลโก้และสโลแกน เพื่อให้จดจำง่าย เตรียมความพร้อมรับการเติบโตของธุรกิจ และการเปิดเออีซีปี 2558

ทั้งนี้ ตลาดรวมระบบรักษาความปลอดภัย (ไอที ซิเคียวริตี้) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากปี 2556 ที่มีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ปีนี้อย่างน้อยน่าจะเติบโตขึ้นอีก 8-10% ด้านการแข่งขันน่าคาดว่าจะดุเดือดทั้งมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาหาโอกาสทำธุรกิจโดยวางไทยเป็นศูนย์กลางเพื่อบุกตลาดทั่วอาเซียน

“จากมูลค่าตลาดที่กล่าวมาข้างต้นระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์มีมูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท ในตลาดนี้เอ็นฟอร์ซครองอันดับ 1 มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30%”

ปี 2557 เน้นกลยุทธ์การตลาดแนวดิ่งและทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้ากลุ่มเป้าหมายหลักคือ ธุรกิจธนาคาร เซอร์วิส โพรไวเดอร์ และสถาบันการศึกษา ทั้งมีแผนพัฒนาศักยภาพวิศวกร รวมทั้งเพิ่มบุคลากรด้านการขายอีก 3 คนเพื่อดูแลลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

ขณะเทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงประกอบด้วย คลาวด์ ซิเคียวริตี้, ระบบรักษาความปลอดภัยการใช้แอพพลิเคชั่นเตรียมพร้อมรับเทรนด์บีวายโอดี, การป้องกันมัลแวร์ขั้นสูง และโซลูชั่นที่ช่วยองค์กรป้องกันการโจรกรรมข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นนี้เหตุการณ์ทางการเมืองยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อธุรกิจของบริษัท ที่รับอานิสงส์โครงการงบประมาณก้อนเดิมซึ่งอนุมัติมาแล้ว แต่ยังหวังสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว เพื่อการจัดทำงบประมาณปีใหม่ทันก่อนเดือน ต.ค. ที่สำคัญภาครัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนการปรับตัวของบริษัทหันเพิ่มโฟกัสตลาดภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการศึกษาที่กำลังมาแรง ซึ่งเชื่อว่าเอกชนยังเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง และโอกาสทางการตลาดยังมี ตราบใดที่การใช้อินเทอร์เน็ตภายในประเทศเติบโต ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากภาคเอกชน 65% ภาครัฐ 35%

ปี 2556 บริษัทมีรายได้ประมาณ 395 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 30% แม้ได้รับผลกระทบการเมืองและภาครัฐชะลอลงทุน ส่วนปีนี้หวังจะเติบโตได้กว่า 20% พร้อมรักษาอันดับ 1 ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับธุรกิจองค์กรในประเทศไทย

“ปัจจัยหลักที่จะช่วยทำให้เป็นไปได้เกิดจากธุรกิจภาคองค์กรเริ่มตระหนักแล้วว่าการลงทุนด้านระบบรักษาปลอดภัยนั้นจำเป็น ทั้งตลาดภาครัฐมีแนวโน้มลงทุนอินฟราสตรักเจอร์เพื่อพัฒนาศักยภาพและการบริการประชาชน”

พร้อมระบุว่า กำลังแต่งตัวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แต่ยังระบุเวลาแน่ชัดไม่ได้ แม้บริษัทจะพร้อม แต่ควรรอสถานการณ์ภายในประเทศนิ่งก่อน