พิมพ์คนเป็น 'หุ่นสามมิติ'

อดีตอินทีเรียหนุ่มที่มองเห็นโอกาสจากเทคโนโลยีล้ำๆ ต่อยอดธุรกิจจากการพิมพ์ 3 มิติ สร้างโมเดลคนจำลองรุกตลาด
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
อดีตอินทีเรียหนุ่มที่มองเห็นโอกาสจากเทคโนโลยีล้ำๆ ต่อยอดธุรกิจจากการพิมพ์ 3 มิติ สร้างโมเดลคนจำลองรุกตลาด ก่อนขยายสู่วงการออกแบบ อุตสาหกรรม ตั้งเป้าเป็นฮับด้านโมเดลสามมิติในอีก 3 ปี
“การเป็นอินทีเรียดีไซน์ทำให้เราต้องมอนิเตอร์สิ่งใหม่ เทคโนโลยีหรือวัสดุใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อจะนำเสนอให้กับลูกค้า กระทั่งปี 2554 ดีไซเนอร์ฝั่งยุโรปและอังกฤษ เริ่มใช้งานพิมพ์ 3 มิติในการออกแบบชิ้นงาน แต่เทคโนโลยีใหม่มาก ราคาแพง หากนำมาใช้ในไทยซึ่งผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคย ธุรกิจอาจไปได้ไม่ไกล” ศุภชัย ปราบใหญ่ ชี้
จนกระทั่งปี 2555 ญี่ปุ่นนำการพิมพ์ 3 มิติสร้างโมเดลคนนำแสดงในนิทรรศการศิลปะ ก่อนที่เยอรมนีต่อยอดสู่ธุรกิจ ศุภชัยมองเป็นโอกาสที่จะสร้างธุรกิจนี้ในไทย “me” limited edition จึงเริ่มขึ้น
: เทคโนโลยีนำทางธุรกิจ
ศุภชัย ในฐานะผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรคเตอร์ บริษัท อิน-จัน หุ่นจำลอง จำกัด กับธุรกิจด้านงานพิมพ์ 3 มิติในชื่อ “me” limited edition ใช้เวลาศึกษาเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และพบว่าในไทยมีอยู่ 3-4 บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีนี้ แต่เป็นลักษณะของการพิมพ์ต้นแบบในอุตสาหกรรมของตนเอง
“กระทั่งเราได้เครื่องพิมพ์และเครื่องสแกน 3 มิติที่นำเข้าจากสหรัฐ รวมถึง วัสดุที่ใช้ อาทิ ปูนปาสเตอร์มวลเล็ก ไวนีลโพลีเมอร์ บายเดอร์และสีต่างๆ ก็เริ่มทดลองพิมพ์ตลอด 2 เดือน ก่อนจะเปิดเป็นธุรกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่การพิมพ์เพื่อสร้างโมเดลจำลองคนแบบ 3 มิติ” ศุภชัยอธิบายขั้นตอนของการทำโมเดลว่า ลูกค้าต้องเลือกขนาดของโมเดลที่ ต้องการ ซึ่งมีให้เลือก 9 ไซส์ตั้งแต่ 8-29 เซนติเมตร จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการสแกนรูปร่างและหน้าตา ซึ่งลูกค้าจะต้องยืนนิ่งๆ 5-10 นาที เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องสแกน 3 มิติเก็บรายละเอียดทั้งหมดบนตัวของลูกค้า เพื่อให้ได้ไฟล์ 3 มิติของลูกค้าออกมา ไฟล์นี้จะส่งต่อไปยังทีม 3D Renderer เพื่อปรับแต่งแต่งไฟล์ให้มีความสมบูรณ์แบบที่สุด ไฟล์ที่ถูกปรับแต่งเรียบร้อยแล้ว จะส่งต่อมายังห้องพิมพ์สามมิติเพื่อทำการพิมพ์ออกมาโมเดลตัวลูกค้า
“จุดเด่นของเราคือ งานพิมพ์ที่มีสีตามต้นแบบ ไม่ต้องระบายสีเพิ่ม ใน ขณะเดียวกันก็เพิ่มความละเอียดของงานด้วยการขัดผิวโมเดลจากการพิมพ์ที่จะมีลายเส้น ทำให้ดูไม่สมจริง เราจึงเพิ่มขั้นตอนเพื่อให้โมเดลคนนั้นมี ลักษณะพื้นผิวเหมือนผิวคนจริงๆ” เขากล่าว
ศุภชัยย้ำว่า การพิมพ์สามมิติในสายอุตสาหกรรมหรือสายงาน ออกแบบจะเน้นที่รูปทรง ลักษณะและสีสัน แต่หากเป็นโมเดลคน จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องของพื้นผิวสัมผัสและแสงเงา เพื่อให้ชิ้นงานมีความสมจริง เสริมด้วยการขัดผิวมาเพิ่มอีก 1 ขั้นตอน สร้างความแตกต่างจากบริษัทที่ทำโมเดลคนพิมพ์ 3 มิติอื่นๆ
: มุ่งฮับงานพิมพ์ 3 มิติ
ผลตอบรับสำหรับโมเดลคนนี้ เจ้าของแบรนด์ชี้ว่าดีมาก แม้จะมีการลังเลเรื่องราคาบ้าง เช่น เริ่มต้นขนาด 6 เซนติเมตรในราคา 4.5 พันบาทขึ้นไป แต่ในช่วงแรกกว่า 60% เป็นลูกค้ากลุ่มเซเลบ บุคคลที่มีชื่อเสียงและนักแสดงที่สนใจจะเก็บตนเองไว้ในลักษณะโมเดล ในขณะที่ 40% เป็นบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เข้าใจเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ
ในช่วงแรกของธุรกิจ มียอดการสั่งทำโมเดลอยู่ที่ราว 100 รายต่อเดือน และจะเพิ่ม มากขึ้นเมื่อคนรู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีนี้มากขึ้น
“ปีแรก งานโมเดลคน 90% และมีลูกค้าราว 10% ที่บังเอิญมาเจอเราและติดต่องาน ดีไซน์ในลักษณะของการพิมพ์งานต้นแบบ ดังนั้น ในช่วงแรกนี้เราจะเป็นธุรกิจแถวหน้าด้านการทำโมเดลคน และ ภายใน 3 ปีจะเป็นฮับด้านงานพิมพ์ 3 มิติ โดยขยายไปในส่วนงานออกแบบผ่านการทำเวิร์คชอปกับนักศึกษา” เขากล่าวพร้อมชี้ว่า การขยายตลาดจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าที่ 20 ล้านบาทต่อปี สำหรับแผนระยะยาว 5 ปี อิน-จันหุ่นจำลองจะเป็นอุตสาหกรรมด้านการพิมพ์ 3 มิติแบบครบวงจร ที่พร้อมรับงานจากทั่วโลก ด้วยการส่งไฟล์ 3 มิติผ่านออนไลน์ มาพิมพ์ที่ไทยและส่งชิ้นงานกลับไปให้ลูกค้า ขณะเดียวกันก็จะศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้กับงานพิมพ์ 3 มิติ โดยมองไกลถึงขั้นของโมเดล 3 มิติที่ยืดหยุ่น สามารถขยับแขนขาได้
“ปัจจุบัน บริษัทที่ทำด้านงานพิมพ์ 3 มิติในไทยเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น เราไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่ง แต่กลับเห็นเป็นเรื่องดี เพราะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น โดยที่แต่ละบริษัทก็จะมีเอกลักษณ์หรือความโดดเด่นเฉพาะของตนเอง” ศุภชัยทิ้งท้าย







