สื้อผ้าบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่ Paul B. ชูดีไซน์จับตลาดเสื้อผ้าผู้ชายทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าขยายตลาดส่งออกทดแทนตลาดในประเทศที่ถูกวิกฤต
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
เสื้อผ้าบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่ Paul B. ชูดีไซน์จับตลาดเสื้อผ้าผู้ชายทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งเป้าขยายตลาดส่งออกทดแทนตลาดในประเทศที่ถูกวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง หวังโต 50%
จากร้านเล็กๆ ในสวนจตุจักร “ธันยพัต ศรีวิสาร์กร” พัฒนาเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับผู้ชายด้วยดีไซน์และคุณภาพการตัดเย็บ ดันแบรนด์ “พอล บี (Paul B.)” ขยายสู่เคาเตอร์ในห้างหรู พร้อมแตก 3 แบรนด์จับกลุ่มลูกค้าทุกระดับ ทุกสไตล์
:: จุดเริ่มของงานดีไซน์
ธันยพัตเรียนมาทางด้านวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้มีพื้นฐานด้านสิ่งทอตั้งแต่ต้นน้ำคือ การผลิต พัฒนาเส้นใย ทำแพทเทิร์น ไปจนถึงปลายน้ำ คือ การจัดการสินค้าแฟชั่นรวมถึงการสร้างแบรนด์
วิทยานิพนธ์ของเขาสร้างแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย จนต้องตาผู้ประกอบการมาขอซื้อแบรนด์โดยที่ธันยพัตได้งานดูแลต่อ เขาดูแลแบรนด์อยู่ 1 ปี ก่อนที่จะลาออกและสร้างแบรนด์ของตนเองในปี 2551
“ตลาดเสื้อผ้าผู้ชายตอนนั้น หากไม่ใช่แฟชั่นจ๋าสำหรับวัยรุ่นก็จะเป็นชุดทำงานที่ดูภูมิฐานมาก เราจึงเริ่มทำชุดทำงานทั้งเสื้อเชิ้ต กางเกงทรงสลิมฟิตภายใต้แบรนด์พอล บี. พร้อมเปิดร้านที่สวนจตุจักรจับกลุ่มเด็กจบใหม่หรือคนเริ่มทำงานที่ต้องการชุดทำงานแบบไม่แก่” เจ้าของแบรนด์ชี้
1 ปีผ่านไป พอล บี. ได้รับการตอบรับดีมากจนบายเออร์ของ Mob F. ที่จะเปิดในสยามเซนเตอร์พร้อมดึงไทยดีไซเนอร์หลายแบรนด์มาไว้ก็เข้ามาชักชวนให้พอล บี. ขึ้นห้าง
เจ้าของแบรนด์และดีไซเนอร์เริ่มคิดปรับคอนเซปท์แบรนด์ หลังตลาดเสื้อผ้าผู้ชายเริ่มบูม หลายแบรนด์หันมาแข่งในตลาดวัยทำงาน พอล บี. จึงสร้างแนวทางใหม่ เป็น Prepy Funky ที่เน้นเสื้อผ้าแนวแฟชั่น กราฟิก ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน
“ปีเดียวกันนี้ เราเริ่มออกงานแฟร์ BIF&BILL 2008 และเกิดความร่วมมือกับดีไซเนอร์แบรนด์ไทยหลายแบรนด์ทำเซ็ทแฟชั่นผู้ชายวัยทำงาน ตั้งใจจะนำเสนอให้กับห้างสรรพสินค้าพารากอน แต่คิดว่าแบรนด์พอล บี. จะดูเด็กไป จึงสร้างแบรนด์ใหม่คือ แพททริค บอยล์ (Pattric Boyle) ที่มีดีไซน์ที่ซับซ้อนกว่า เหมาะกับคนที่ไลฟ์สไตล์แตกต่าง จัดจ้าน หรูหรา” ธันยพัตชี้
ในขณะเดียวกัน พื้นที่ในสวนจตุจักรก็ยังเป็นทำเลดีที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ธันยพัตจึงพัฒนาแบรนด์ใหม่ โดยใช้สัญลักษณ์ของสุนัขจิ้งจอก หนึ่งในลายของพอล บี. คอลเล็คชั่นหน้าหนาวปี 2553 มาต่อยอดเป็น Fox Pixel by Paul B. ที่มีกลุ่มลูกค้าเด็กลง
ดีไซเนอร์หนุ่มชี้ว่า ทั้ง 3 แบรนด์ จับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของอายุ สถานะทางสังคม ไลฟ์สไตล์ โดย Pattric Boyle จะเน้นกลุ่มเซเลป แฟชั่นนิสต้า มีกำลังซื้อ มีพื้นที่ทางสังคมที่นำเสนอตัวตนได้ดี, Paul B. เป็นเด็กจบใหม่หรือคนที่เริ่มทำงานและยังสนุกกับการแต่งตัว ส่วน Fox Pixel by Paul B. จะเน้นเด็กมัธยม มีกำลังซื้อระดับหนึ่ง และเลือกซื้อของที่มีสัญลักษณ์ บ่งชี้คาร์แรกเตอร์ เล่น โลโก้สุนัขจิ้งจอก
:: ส่งออกหนีวิกฤต
แม้จะมีการตอบรับที่ดี แต่ยอดขายในปี 2556 กลับลดลงกว่า 40% จากปี 2555 ที่มีรายได้กว่า 20 ล้านบาท ธันยพัตมองว่า สาเหตุคือสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การที่สาขาในห้างสรรพสินค้าต้องปิดเพราะมีการรีโนเวทถึง 4 เดือน รวมถึงวิกฤตการเมืองที่กระทบการเดินทางและอารณ์ในการจับจ่ายซื้อของแฟชั่น
ปี 2557 เขาคาดหวังรายได้ 15 ล้านบาท โดยตั้งเป้า 10 ล้านบาทสำหรับตลาดในประเทศ ซึ่งไม่มีการเติบโต ธันยพัตมองว่า สถานการณ์ของไทยในปีนี้ยังมีผลต่อเนื่อง คนไทยยังไม่มีอารมณ์ซื้อสินค้าแฟช่น นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาเที่ยว ทำให้ลูกค้าเดิมหาย ลูกค้าใหม่ไม่มี ปีนี้ ตลาดในประเทศจึงไม่โต ทำได้เพียงรักษาสถานะทางธุรกิจให้ได้
“การส่งออกจึงเป็นตัวที่จะเข้ามาช่วย ซึ่งเราตั้งเป้าในปีแรก 5 ล้านบาท” เจ้าของแบรนด์กล่าว
แม้จะเป็นปีแรกสำหรับตลาดส่งออก แต่ธันยพัตชี้ว่า เขาเริ่มปูทางผ่านการออกงานแฟร์อย่าง BIF&BILL อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีบายเออร์ทั้งจากจีน ฝรั่งเศสและอังกฤษติดต่อเข้ามาแล้ว และอยู่ระหว่างรอนำเสนอคอลเล็กชั่นใหม่ๆ
“เราจะใช้ Pattric Boyle และ Paul B. สำหรับส่งออก โดยต้องปรับการทำงานทั้งออกแบบและผลิตล่วงหน้า 1 ปีตามไทม์ไลน์ของแบรนด์ระดับโลก ซึ่งจะเริ่มจากตลาดจีนที่มีบายเออร์รายใหญ่เป็นศูนย์การการค้าส่งที่มีกว่า 10 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงบายเออร์ยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ”
งานแฟร์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะโอกาสที่ธันยพัตได้รับเลือกไปร่วมโชว์สินค้าที่งานแฟร์ในเวียนนา ประเทศออสเตรีย แม้จะไม่ใช่งานขายของ แต่ก็มีการต่อยอด ติดต่อให้ไปวางขายที่เวียนนา ในขณะเดียวกันปี 2557 นี้ งานแฟร์ Blueprint ของสิงคโปร์ก็ติดต่อให้ไปร่วมจัดแสดง
การส่งออกในปีแรก เขาคาดว่า ยอดขายจากการส่งออกจะอยู่ที่ 20% ของรายได้ทั้งหมด และจะผลักดันให้เป็น 50% ใน 3 ปี
“เราคาดหวังที่จะเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่รวมทุกแบรนด์ของเราเอาไว้รองรับลูกค้า บายเออร์ต่างประเทศเพิ่มยอดออร์เดอร์อย่างต่อเนื่อง และมีการขยายไปในเมืองหลักของแต่ละประเทศอย่างครอบคลุม แต่ทั้งนี้ เราต้องก้าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดูศักยภาพของแต่ละแบรนด์ให้เติบโต โดยที่รักษาคุณภาพของวัสดุ การผลิต และความคิดสร้างสรรค์ในงานออกแบบ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เป็นปัจจัยสำคัญ ให้โอกาสแบรนด์ของเราได้ก้าวไปข้างหน้า” ธันยพัตย้ำ





