วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาก้าวต่อเฟซบุ๊ค หลังฉกของดี 'วอทส์แอพ'

จับตายักษ์ใหญ่สังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ค" เข้าซื้อกิจการของแอพแชทดัง "วอทส์แอพ" 19,000 ล้านดอลลาร์ หวังเพิ่มความนิยมของเฟซบุ๊ค

ทั้งนี้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น หรือต้องการใช้ "วอทส์แอพ" กรุยทางต่อยอดสู่กลยุทธ์ใหม่ โดยเฉพาะการตีตลาดบริการแชทออนไลน์ ที่เฟซบุ๊คก็มี "เฟซบุ๊ค แมสเซ็นเจอร์" ตุนอยู่ในมืออยู่แล้ว

เฟซบุ๊คทุ่ม 19,000 ล้านดอลล์

เฟซบุ๊คแถลงว่า บริษัทจะจ่ายเป็นเงินสด 4,000 ล้านดอลลาร์และหุ้นอีกมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ และหุ้นแบบมีเงื่อนไขอีก 3 พันล้านดอลลาร์ โดยข้อตกลงซื้อวอทส์แอพนี้มีมูลค่าสูงกว่าตอนที่เฟซบุ๊คเปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรกหรือไอพีโอ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเฟซบุ๊คที่ต้องการตีตลาดบริการแชทออนไลน์

"วอทส์แอพ" ก่อตั้งโดย "นายไบรอัน แอคตัน" และซีอีโอชาวยูเครน "นายแจน คูม" เป็นบริษัทไอทีเกิดใหม่แห่งซิลิคอนวัลเลย์ ที่มีผู้ใช้งานถึง 450 ล้านรายในรอบ 5 ปีและยังเพิ่มขึ้นวันละ1 ล้านราย

ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ค "นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก" เปิดเผยว่า เขายื่นข้อเสนอซื้อกิจการให้กับนายคูม ระหว่างทานมื้อเย็นด้วยกัน เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา

ข้อตกลงครั้งใหญ่นี้จะทำให้เฟซบุ๊คเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ค แต่นิยมเล่นวอทส์แอพและบริการของคู่แข่งรายอื่นมากกว่า

"วอทส์แอพ เป็นช่องทางเชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกถึง 1 พันล้านคน การให้บริการที่เข้าถึงผู้คนได้มากขนาดนี้เป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาล ผมรู้จักแจนมานาน และตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเขาและทีมงาน เพื่อร่วมกันเปิดโลกให้กว้างขึ้น และเชื่อมต่อกันมากขึ้น" นายซัคเคอร์เบิร์ก กล่าว

ฟรอสต์ฯ ชี้เป็นก้าวต่อสำคัญ

นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก กล่าวว่า แม้ราคาที่เฟซบุ๊คซื้อวอทส์แอพนับว่าสูงมาก แต่เมื่อมองไปที่คุณค่าและความคุ้มค่าแล้ว วอทส์แอพเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถต่อยอดให้เฟซบุ๊คได้ไม่น้อยทีเดียว

"ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การโฆษณาทางมือถือ นับเป็นแหล่งรายได้หลักที่สำคัญของเฟซบุ๊ค และความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเฟซบุ๊คมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมทางสังคมของผู้ใช้งานและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ที่ยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้ในปัจจุบัน”

นายธีระ กล่าวว่า การเข้าซื้อวอทส์แอพเปิดโอกาสให้เฟซบุ๊คหลายๆ ทาง อย่างแรก คือ เฟซบุ๊คสามารถเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมากของวอทส์แอพ และน่าสนใจยิ่งกว่า คือ การที่วอทส์แอพผูกบัญชีผู้ใช้งานกับหมายเลขโทรศัพท์จริงเพื่อยืนยันตัวตน และรายชื่อในคอนแทคลิสต์ของวอทส์แอพก็มาจากหมายเลขโทรศัพท์จริงที่อยู่ในเครื่องของผู้ใช้ หากเฟซบุ๊คสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลผู้ใช้ที่ตนมีอยู่จะทำให้เฟซบุ๊คมีความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของผู้ใช้ได้มากขึ้น

ขยายฐานลูกค้าใหม่

อีกทั้งปัจจุบันวอทส์แอพรองรับการใช้งานได้ถึง 7 ระบบปฎิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นพีซี แอนดรอยด์ ไอโอเอส โนเกีย ซิมเบียน โนเกียเอส40 แบล็คเบอร์รี่ วินโดว์สโฟน ในจำนวนนี้ ยังมีผู้ใช้งานอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่มีแอคเคาน์บนเฟซบุ๊ค นั่นหมายความว่า เฟซบุ๊คสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้กลุ่มใหม่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ในอดีต

การเข้าซื้อวอทส์แอพ อาจช่วยตอบโจทย์ปัญหาของเฟซบุ๊คในด้านการชะลอตัวของอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานใหม่ได้อย่างลงตัว

"สำหรับผลกระทบที่วอทส์แอพ จะมีต่อรายได้ของเฟซบุ๊ค ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อไป เนื่องจากจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของวอทส์แอพ คือ การให้บริการที่ไม่มีโฆษณา ไม่มีเกม หรือสิ่งกวนใจอื่นๆ อีกทั้งยังมุ่งเน้นการให้บริการสื่อสารที่มีความเสถียรและความปลอดภัยสูง แตกต่างจากเฟซบุ๊คที่มีรายได้หลักจากการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะหาโครงสร้างรายได้ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุนครั้งนี้"

นายธีระ ยังได้กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนเข้ารุกตลาดโมบายคอมเมิร์ซของเฟซบุ๊คจนถึงปัจจุบัน ฝ่ายบริหารของเฟซบุ๊คยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนถึงรูปแบบทำตลาดในอนาคตอันใกล้นี้ แต่เมื่อไรที่เฟซบุ๊คตัดสินใจเข้าร่วมแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซ ทั้งวอทส์แอพและอินสตาแกรมจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทันที

เสริมความแกร่งให้เฟซบุ๊ค

ด้านนางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด กล่าวว่า ถือว่าเป็นจังหวะที่เฟซบุ๊คตัดสินใจได้ดี นับเป็น Strategic Move ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เฟซบุ๊คมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจสร้างความฮือฮาครั้งสำคัญไม่แพ้ครั้งที่เฟซบุ๊ครวมกิจการของอินสตาแกรมมาก่อนหน้านี้

"ลักษณะการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้วอทส์แอพเป็นการใช้งานลักษณะ Instant Message ต่างจากเฟซบุ๊คที่เป็นลักษณะ Story message มากกว่า น่าจะทำให้ฐานผู้ใช้วอทส์แอพมีโอกาสสัมผัสการพัฒนาจากทีมเฟซบุ๊คให้มีสีสันมากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยตอบโจทย์เทรนด์การใช้งานสื่อสารบนโมบายของผู้บริโภคทั่วโลกได้ด้วย"

นอกจากนี้ การที่ได้ฐานลูกค้าจากวอทส์แอพจะเป็นจุดดึงดูดนักการตลาดมากขึ้น และช่วยให้เกิดความน่าสนใจผ่านช่องทางสื่อสารของแบรนด์กับผู้บริโภคด้วย เนื่องจากเฟซบุ๊คพยายามพัฒนาจุดเด่นที่แตกต่างจากโซเชียลแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกมากขึ้น และได้กลุ่มแชทที่พร้อมใช้งานเข้ามา เป็นการรักษาฐานผู้ใช้ของตนเองให้รั้งอันดับหนึ่งในโลกดิจิทัลอยู่

"สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คือการปรับตัวของคู่แข่งกลุ่มโซเชียลแพลตฟอร์มรายอื่น เช่น ไลน์ วีแชท ทวิตเตอร์ ที่ต้องพัฒนามากขึ้น และผู้บริโภคจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจมากขึ้น" นางสาวอุไรพร กล่าว