'โนเกีย' ร่วมวงแอนดรอยด์ คาดเปิดตัวงานโมบายเวิลด์ฯ

'โนเกีย' ร่วมวงแอนดรอยด์ คาดเปิดตัวงานโมบายเวิลด์ฯ

"โนเกีย"มีลุ้นร่วมวงแอนดรอยด์คาดเปิดรุ่นแรก "โมบาย เวิลด์ฯ"ยิ่งตอกย้ำประเมินตลาดพลาด ด้านผู้ร่วมก่อตั้ง"แอ๊ปเปิ้ล"หนุนทำแอนดรอยด์เป็นตลาดรอง

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า หลังเพิ่งประกาศควบรวมกิจการกับยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์ ล่าสุดมีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า "โนเกีย" เตรียมแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลภายในเดือน ก.พ.นี้ รายงานข่าวระบุว่า วิศวกรโนเกียได้เริ่มพัฒนามือถือแอนดรอยด์มาตั้งแต่ก่อนตกลงปลงใจกับไมโครซอฟท์เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโนเกียจะใช้ตลาดมือถือแอนดรอยด์เพื่อกรุยทางในอนาคตแทนโอเอสเดิมของตัวเอง แต่คาดกันว่าอดีตผู้นำตลาดมือถือรายนี้จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ รุ่นแรกในงานโมบาย เวิลด์ คองเกรส ที่สเปนช่วงวันที่ 24 ก.พ.นี้

แต่สำหรับการตัดสินใจเปิดตัวมือถือแอนดรอยด์ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนถึงการประเมินตลาดที่ผิดพลาดของทั้งไมโครซอฟท์และโนเกีย ซึ่งทางเทคนิคแล้วระบบปฏิบัติการวินโดว์สของไมโครซอฟท์ยังทำงานได้ไม่ดีนักบนสมาร์ทโฟนระดับล่างที่กำลังเป็นฐานการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่

ขณะที่โนเกียผู้เคยครองความเป็นผู้นำในตลาดเกิดใหม่ แต่กลับต้องสูญเสียส่วนแบ่งในปัจจุบันเพราะปรับตัวได้ช้าหลังมือถือแอนดรอยด์เริ่มได้รับความนิยมในหลายประเทศ อย่างในอินเดียที่มือถือซิมเบียนของโนเกียครองตลาดใหญ่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วปัจจุบันกลายเป็นตลาดใหญ่ของมือถือแอนดรอยด์ ด้วยยอดขายถึง 93% ของสมาร์ทโฟนใหม่ทั้งหมดที่ขายในอินเดียเมื่อปีที่ผ่านมา

"แอนดรอยด์แทบจะครองตลาดสมาร์ทโฟนระดับล่างไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่ไมโครซอฟท์กลับทำพลาดในตลาดสมาร์ทโฟนโลว์เอ็นด์ ส่วนโนเกียก็ยอดขายไม่ค่อยดี" นายเนล มอว์สตัน นักวิเคราะห์จากสแตรทิจี อนาไลติค กล่าว

รายงานข่าวใกล้ชิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ดูเหมือนจะพยายามปรับไลน์ผลิตภัณฑ์มือถือบางส่วนให้เป็นแอนดรอยด์เพื่อเพิ่มยอดขายและสนับสนุนแผนกผลิตมือถือตัวเอง ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะช่วยทำให้ต้นทุนการแข่งขันในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนดีขึ้น พร้อมกันนี้ไมโครซอฟท์ยังให้ความสำคัญกับตลาดวินโดว์ส โฟนที่น่าจะทำได้ดีขึ้นเพื่อแข่งกับสมาร์ทโฟนกลุ่มราคาสูง เช่น ไอโฟน และกาแล็คซี่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผู้บริหารไมโครซอฟท์เคยกล่าวว่า หนึ่งในเหตุผลที่้ตัดสินใจซื้อโนเกียเพราะต้องการได้โอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ พร้อมประกาศว่าต้องขายลูเมีย โฟนให้ได้ 50 ล้านเครื่องถึงจะถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งเดือนที่ผ่านมาโนเกีย เผยว่า สามารถขายลูเมียที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์สได้แล้ว 30 ล้านเครื่องในปี 2556

ส่วนคู่แข่งรายสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟนอย่าง "แอ๊ปเปิ้ล" ก็เริ่มมีกระแสข่าวแพร่สะพัดถึงความเป็นไปได้ที่จะเข้าร่วมในตลาดมือถือแอนดรอยด์ด้วย

โดยนายสตีฟ วอซเนียค ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอ๊ปเปิ้ลให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า แอ๊ปเปิ้ลควรจะผลิตมือถือแอนดรอยด์ด้วยเช่นกัน

"ไม่มีเหตุผลอะไรที่แอ๊ปเปิ้ลจะไม่อยู่ในตลาดมือถือแอนดรอยด์ในฐานะตลาดรอง ซึ่งเราสามารถสู้ได้ เพราะผู้คนชอบในสไตล์ที่ดูมีคุณค่าและกระบวนการผลิตที่เราทำเมื่อเทียบกับผู้ผลิตมือถือแอน ดรอยด์รายอื่นๆ ดังนั้นเราสามารถเล่นได้ทั้งสองตลาดในเวลาเดียวกัน" นายวอซเนียค กล่าว