วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไออาร์ซีพีลุ้น 'ทีวี ดิจิทัล' หนุนรายได้พุ่ง

ไออาร์ซีพี ลุ้นการเมืองจบเร็วเปิดทางโครงการรัฐเดินหน้า ปรับแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจนอน-โปรเจคและทีวี ดิจิทัล พร้อมเจรจาควบรวมธุรกิจเอสไอ

นายกังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น (ไออาร์ซีพี) กล่าวว่า บริษัทเริ่มปรับแผนธุรกิจปีนี้โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้กลุ่มนอนโปรเจค หรือการจำหน่ายบริการด้านไอทีต่างๆ เน้นตลาดเอกชนจากเดิมทำรายได้ปีที่ผ่านมาให้บริษัท 35% เป็นอย่างน้อย 40% ในปีนี้

รวมทั้งเดินหน้าธุรกิจใหม่ "ทีวี ดิจิทัล" ที่กำลังเจรจากับพันธมิตรเพื่อทำตลาดกล่องรับสัญญาณ (เซ็ต ทอป บ็อกซ์) ยี่ห้อ"ชัดดี (ChudD)" ที่จ้างผลิตในจีนและนำมาประกอบในไทย ซึ่งกำลังหาตัวแทนจำหน่าย ผู้ให้บริการและออกแบบระบบส่งสัญญาณทีวี ดิจิทัล รวมทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ส่งสัญญาณให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายส่งสัญญาณ (Multiplex : MUX) ทั้ง 5 รายที่กำลังเริ่มประมูลผู้ให้บริการขณะนี้

นอกจากนี้ กำลังร่วมมือกับพันธมิตร "เจนคอม ออสเตรเลีย" เพื่อเสนอตัวให้บริการสร้างสตูดิโอสำหรับออกอากาศทีวี ดิจิทัล

"ทีวี ดิจิทัล เป็นเรื่องใหม่ของตลาดไทย ที่เป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับเราด้วย และก็เป็นฐานรายใหม่ที่คาดว่าจะทำให้รายได้ปีนี้เติบโตมาก ซึ่งเรามีพันธมิตรหลายด้าน และเป็นท็อป 3 ของโลก สินค้าเกรดเอ คาดหวังจะมีแชร์ในตลาดโครงข่าย 30% ส่วนตลาดกล่องรับสัญญาณน่าจะมียอดขาย 2 ล้านกล่องในปีนี้"

พร้อมเผยว่า การเมืองยังอยู่ในช่วงไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่องานโครงการใหญ่ๆ ต่างๆ ของภาครัฐที่ต้องชะลอออกไปก่อน แต่งานที่ผ่านมาถือว่าเดินหน้าได้ โดยบริษัทมีโครงการที่รับรู้รายได้ในปีนี้ (แบ็กล็อค) ที่ดูแลบริษัทได้จนถึงไตรมาส 2

ขณะเดียวกันก็ยังพอมีงานโปรเจคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่นโครงการย่อยๆ จากทีโอที และกสท ตลอดจนการเตรียมตัวร่วมกับเอสไอรายใหญ่เพื่อเข้าร่วมสำหรับโครงการ 3จี เฟส 2 ของทีโอที และการปรับตัวทั้งควบคุมค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพบุคลกรให้องค์กรทำงานคล่องตัวทำให้บริษัทยังอยู่ได้ในภาวะวิกฤติ

ทั้งนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในปีนี้ ทั้งการเพิ่มงบลงทุนสำหรับบริษัทลูกราว 10 ล้านบาท และการพิจารณาซื้อธุรกิจบริษัทให้บริการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือซิสเต็มส์ อินทริเกรเตอร์ (เอสไอ) สัญชาติไทยที่คาดว่าจะใช้งบราว 200 ล้านบาท เพื่อทำให้ฐานรายได้เดิมแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะเอสไอรายดังกล่าวมีลูกค้าในกลุ่มเอกชนจำนวนมาก คาดว่าการเจรจาจะเรียบร้อยช่วงเดือน ก.พ.

นายกังวาล ระบุว่า จากแผนธุรกิจดังกล่าวและความพร้อมของบริษัททั้งรายได้ กำไร และโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนระมัดระวังตัวในการเลือกโครงการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ และชะลอการลงทุนที่เสี่ยงสูงช่วงนี้ทำให้บริษัทกำลังตัดสินใจขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนในตลาดหลักทรัพย์จากปัจจุบันอยู่ในตลาดเอ็มเอไอ คาดว่าจะพร้อมเข้าตลาดได้ภายในไตรมาส 2 นี้

"เรามีวินัยในการใช้เงินมาตั้งแต่เกิดวิกฤติปี 2549 มีบริหารความเสี่ยง และพัฒนาบุคลากร กระบวนการทำงานให้องค์กรไม่เทอะทะอยู่ตลอด ประกอบกับได้เข้ามาในธุรกิจที่ยังมีคู่แข่งน้อยคือ ทีวี ดิจิทัล ซึ่งเราโชคดีที่มีทีมงานที่ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอด ทำให้ค่อนข้างพร้อม และยังเติบโตได้ ถือว่าดีที่สุดในช่วงนี้ แม้งานโครงการจะดีเลย์ออกไป"

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ช่วงปิดงบประมาณไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ซึ่ง 3 ไตรมาสก่อนหน้าบริษัทมีรายได้แล้ว 650 ล้านบาท กำไร 42 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นปีที่บริษัททำกำไรได้สูงสุดตั้งแต่เริ่มเข้าตลาดเอ็มเอไอเมื่อปี 2546 ซึ่งบริษัทคาดว่ายอดรวมทั้งปี 2556 จะมียอดขายรวมโต 50% หรือกว่า 1 พันล้านบาท ส่วนกำไรโตได้ 100% แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไอซีที 45% โทรคม 45% และทีวี ดิจิทัล 10%