"ชัตดาวน์ แบงค็อก"ดันยอดซื้อผ่านออนไลน์พุ่ง หนีจราจรติดขัด ระบุ อุตฯของขวัญของชำร่วยอ่วม ลูกค้าหนีซื้อประเทศคู่แข่ง
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกิตติมศักดิ์สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ-ขายสินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก เพราะสะดวก ตั้งแต่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำระบบ 3 จี มาใช้เต็มรูปแบบ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรง และปัจจุบันมีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ปิดการจราจรหลายจุด ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคซื้อขาย-ขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นต่อเนื่อง
"โดยเฉพาะในต่างประเทศซื้อขายผ่านออนไลน์ เพิ่มเป็นเท่าตัว รวมทั้งไทยซึ่งซื้อขายผ่านออนไลน์จำนวนมาก เพราะมี เว็บไซต์ ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาก ค้าขายผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทางภาครัฐดูแลการซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้น และผู้ค้าขายสินค้าก็มีคุณภาพมากขึ้น เพราะกลัวว่าหากซื้อขายสินค้าไม่ดี จะถูกประจานได้ง่าย หากผู้ประกอบการไม่เปลี่ยนแปลงจะตกขบวนได้” นายจิรบูลย์ กล่าว
ภาครัฐควรจะให้การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย ใช้ระบบซื้อขายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการด้วย ขณะนี้แนวโน้มการออกงานแสดงสินค้า ทั้งผู้ประกอบการ และคนซื้อก็เริ่มลดลงต่อเนื่อง
ส่วนผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง จากการสอบถามกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มสมาคมของขวัญ ระบุว่า ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างประเทศมาก โดยคู่ค้าต่างประเทศเริ่มชะลอสั่งซื้อสินค้าไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทย ก็ได้สอบถามคำสั่งซื้อไปหลายครั้ง แต่คู่ค้าก็ไม่ตอบรับกลับมา ซึ่งเกรงว่าคู่ค้าจะหันไปซื้อสินค้าจากประเทศคู่แข่งแทน โดยเฉพาะในเวียดนาม อินโดนีเซีย
"ส่วนเงินบาทที่อ่อนค่าลงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 32-33 บาท ถือเป็นปัจจัยบวก เพราะส่วนใหญ่เป็นงานฝีมือ และงานหัตถกรรมที่ใช้วัสดุในประเทศเป็นหลัก 70 % และขายออกไปได้ราคาดี เพราะลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่ชอบสินค้าของไทย เพราะมีความประณีต และมีคุณภาพสูง ซึ่งตอนนี้เหลือแต่การดึงความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างชาติกลับมา"นายจิรบูลย์ กล่าว
ด้านผลกระทบต่อการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้ชุมนุม กปปส. ได้ประกาศปิดกระทรวงอุตสาหกรรมมาได้ 9 วัน ก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกระทรวงฯบ้าง โดยเฉพาะการยื่นของตั้ง และขยายโรงงาน โดยยอดผู้ที่มาขออนุญาตลดลงกว่า 50% เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนไม่ทราบว่า กรอ. ได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ซึ่งอาจทำให้ยอดการตั้ง และขยายโรงงานในไตรมาส 1 จะลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา





