เอเอ็มดี เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตไทย เตรียมลงทุนสร้างจุดทดลองสินค้าหน้าร้าน - ลุยหนักต่างจังหวัดรักษายอด
ล่าสุดเปิดตัว “คาเวรี เอพียู” จับกลุ่มเกมเมอร์-ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ตั้งเป้าปี 2557 ชิงส่วนแบ่งตลาดซีพียูกล่อง 30% พร้อมรักษาการเติบโตภาพรวม
นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอเอ็มดี ฟาร์ อีสต์ กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 2557 มุ่งเน้นนำเสนอสินค้าประสิทธิภาพสูงที่บันเดิลไปกับกราฟฟิกการ์ด เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและเกมเมอร์ ด้านกิจกรรมทางการตลาดเตรียมร่วมมือกับคู่ค้า เช่น นีโอลูชั่นบุกหนักอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ทั้งเขต กทม. และต่างจังหวัด
นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับลูกค้าภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงานย่อยพื้นที่ต่างจังหวัด สินค้าเดสก์ท็อป ยอดจำหน่ายระดับ 40-50 ชุด โดยแนวทางการตลาดใช้เครือข่ายคู่ค้าที่แข็งแรงเป็นตัวช่วย เชื่อว่าโอกาสการเติบโตมีมากกว่ากรุงเทพฯ ซึ่งลูกค้าหันไปนิยมสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต
ส่วนกลุ่มโน้ตบุ๊คคาดว่าแต่ละแบรนด์ต้องเหนื่อย แต่สถานการณ์จะดีขึ้นกว่าปีก่อนเนื่องจากน่าจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว สินค้าไฮไลต์เป็นกลุ่มจอสัมผัสและบางเบา ขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ตลาดไทยต่างจากต่างประเทศที่นิยมขนาด 11 และ 15 นิ้วมากกว่า
“เราจะบุกหนักตลาดต่างจังหวัด ทั้งมีแผนลงทุนสร้างจุดทดลองสินค้าบริเวณจุดขายจำนวน 200-300 แห่ง ตลอดทั้งปีจะใช้งบการตลาดมากกว่าปีก่อนที่ใช้ไปราว 18 ล้านบาทแน่นอน”
เขากล่าวต่อว่า ปี 2556 ตลาดรวมโน้ตบุ๊คตกลง 25-30% เดสก์ท็อป 1-5% หากแยกตามกลุ่ม เดสก์ท็อปสำหรับเกมเมอร์ ประสิทธิภาพสูง และภาครัฐยังขยายตัว เช่นเดียวกับออลอินวันพีซีขณะนี้มีสัดส่วนมากกว่า 10% ของตลาดรวม ส่วนปีนี้ตลาดรวมเดสก์ท็อปน่าจะตกลงอีกเนื่องจากการเมืองไม่นิ่ง
ปัจจุบันราคาเฉลี่ยเดสก์ท็อปอยู่ที่ประมาณ 1.39-1.49 หมื่นบาท ส่วนโน้ตบุ๊ค 1.49 หมื่นบาท
ขณะที่เอเอ็มดีประเทศไทย ตัวเลขล่าสุดไตรมาสที่ 3 มีส่วนแบ่งการตลาดเดสก์ท็อปประมาณ 25% แบ่งตามประเภทเดสก์ท็อปแบรนด์ 16% ออลอินวันเกือบ 40% การ์ดจอเติบโตต่อเนื่องมีส่วนแบ่งการตลาด 40-50% เช่นเดียวกับตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา
ล่าสุด เปิดตัว “คาเวรี เอพียู (Kaveri APU)” ซีพียูบันเดิลกราฟฟิกการ์ดประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ มาพร้อมความเร็วที่มากกว่าเดิม กินไฟต่ำ การวางตลาดรองรับเฉพาะเครื่องประกอบเอง (ดีไอวาย) ประมาณไตรมาสที่ 2 เริ่มขายไปกับแบรนด์โน้ตบุ๊คและออลอินวัน กลุ่มเป้าหมายหลักคือเกมเมอร์และผู้ต้องการใช้งานเครื่องประสิทธิภาพดี ตั้งเป้าว่าจากปีที่ผ่านมาสัดส่วนกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ซีพียูมี 18% จะเพิ่มเป็น 25%
“ตลาดเกมเมอร์เติบโตต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงพยายามเข้าไปสนับสนุนด้วยซีพียูทรงพลัง พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้อย่างเหนียวแน่น”
บริษัทตั้งเป้าปีนี้มีส่วนแบ่งการตลาดซีพียูกล่อง 30% การ์ดจอ 40-50% ภาพรวมรักษาระดับการเติบโตไม่ให้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้จะมาจากซีพียูกล่อง 70% การ์ดจอ 30%
“ไทยยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในภูมิภาคอินโดจีน และขณะนี้บริษัทแม่ยังไม่ปรับโฟกัสใหม่ แต่สถานการณ์ควรสงบได้ภายในไตรมาสที่ 1 เพื่อไตรมาสถัดไปกำลังซื้อจะได้กลับคืนมา วิธีการปรับตัวรับวิกฤตของเราคือดึงส่วนแบ่งการตลาดมาจากรายอื่น ขยายช่องทางจัดจำหน่าย พร้อมหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค”
นายจักรกฤช ระบุด้วยว่า มีแนวทางการขยับตัวสู่ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน และแทบเล็ตอยู่แล้วในระดับโลก กลยุทธ์หลักเน้นผลิตสินค้ารูปแบบออนดีมานด์ เช่นในเครื่องเล่นเกมเอ็กซ์บ็อกซ์ นินเทนโด เพลย์สเตชั่น บริษัทแม่เตรียมพร้อม รอเพียงเวลาที่เหมาะสม





