การ์ทเนอร์ เปิดตัวเลขคาดการณ์อุตไอทีโลก ชี้ปี57 สมาร์ทดีไวซ์ยังกินรวบโอเอสแอนดรอยด์ครองแชมป์ มีโอกาสทำยอดขายทะลุพันล้านเครื่องครั้งแรก
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์เผยคาดการณ์ยอดจำหน่ายดีไวซ์ประจำปี 2557 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมาร์ทดีไวซ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์โดยทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตรวมกันน่าจะเติบโตที่ 26% หรือทะยานไปแตะ 1.1 พันล้านเครื่องได้เป็นครั้งแรก
รายงานระบุว่า จากปี 2556 ที่แอนดรอยด์มีสัดส่วน 38% ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 45% นับเป็นโอกาสของผู้ผลิตแบรนด์ซัมซุง เอชทีซี และโซนี่ การ์ทเนอร์คาดด้วยว่าในปี 2560 ยอดขายของโอเอสดังกล่าวสัดส่วนมากกว่า 75% จะมาจากตลาดเกิดใหม่
นางสาวแอนเนตต์ ซิมเมอร์แมน นักวิเคราะห์การ์ทเนอร์กล่าวว่า ในแง่มูลค่าอาจต้องพิจารณามุมที่ต่างออกไป ปัจจุบันผู้บริโภคที่ซื้อเครื่องแอนดรอยด์ยังคงนิยมสินค้าราคาต่ำเมื่อเทียบกับลูกค้าแอ๊ปเปิ้ลอิงค์
อย่างไรก็ดี ตลาดรวมพีซี แทบเล็ต ลูกผสม รวมถึงโทรศัพท์มือถือปีนี้จะมียอดขายรวมกันประมาณ 2.5 พันล้านเครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.6% ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้าที่เติบโต 3.8%
การ์ทเนอร์ชี้ว่า ช่องว่างระหว่างไมโครซอฟท์และแอ๊ปเปิ้ลค่อยๆ แคบลงเร็วขึ้น คาดว่ายอดขายรวมกลุ่มโมบายและเดสก์ท็อปจะมี 360 ล้านเครื่อง เติบโต 10% ส่วนแอ๊ปเปิ้ลรวมทั้งไอโอเอสและแมคโอเอสจะมี 344 ล้านเครื่อง เติบโตราว 29%
นายรานจิต แอตวาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์วิเคราะห์ว่า แอ๊ปเปิ้ลมีโอกาสตามทันไม่โครซอฟท์ภายใน 2-3 ปี เนื่องจากขณะที่ไมโครซอฟท์พยายามพาตัวเองไปหาพื้นที่ตลาดใหม่ๆ เพื่อชดเชยยอดขายพีซีดั้งเดิมที่ค่อยๆ หดตัว แอ๊ปเปิ้ลกลับสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ พบว่าการแข่งขันตลาดแอพพลิเคชั่นค่อยๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผู้ผลิตแอนดรอยด์กำลังหันมาโฟกัสในส่วนนี้เพื่อเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง
รายงานการ์ทเนอร์เผยว่า จากกลุ่มสินค้าทั้งหมดโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มกินส่วนแบ่งยอดขายไปเกือบทั้งหมดด้วยยอดขาย 1.9 ล้านเครื่อง เติบโต 5% ขณะที่สินค้าลูกผสมรวมทั้งแทบเล็ตจะเป็นกลุ่มสินค้าที่เติบโตสูงที่สุดที่ 54% โดยหน้าจอที่มีขนาดเล็กกว่ายังได้เปรียบ เหตุเพราะตอบโจทย์เทรนด์โมบิลิตี้ ด้านลูกค้าต้องการสินค้าที่ราคาต่ำลง
"โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสินค้าจำเป็นที่ต้องมีใช้ ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ที่จะเติบโตได้ต่อแม้ค่อยๆ ช้าลง โดยโอกาสทางการตลาดกำลังเปลี่ยนจากกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ไปสู่ระดับกลางลงไป"
รายงานข่าวกล่าวว่า ตลาดรวมแทบเล็ตโลกจะเติบโตขึ้นอีกประมาณ 47% ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงจะเป็นจุดดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ อย่างที่ผู้บริโภคชาวบราซิล จีน กระทั่งสหรัฐมีแนวโน้มซื้อสินค้าที่พกติดตัวไปได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับก่อนหน้านี้ที่สมาร์ทโฟนได้รับความนิยมแพร่หลายเนื่องจากขนาดที่เล็กและพกพาสะดวกเมื่ออยู่นอกบ้าน
อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดพีซีซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเฟื่องฟูของโมบายดีไวซ์ ปีนี้จะมียอดขายทั่วโลก 278 ล้านเครื่อง หรือหดตัวลงอีก 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า





