เกาะขอบเวที 'ซีอีเอส' ยักษ์ไอทีแถวหน้าพาเหรดนวัตกรรมโชว์ ยกประเด็นร้อน "อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง"
งานแสดงเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ "คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (ซีอีเอส 2014) " ที่จัดระหว่าง 7-10 ม.ค.ในเมืองลาสเวกัส สหรัฐ ซึ่งครั้งนี้ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลก และบริษัทไอทีแถวหน้าในซิลิคอน วัลเล่ย์ ยกประเด็นร้อนแรงในโลกไอที "อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง" หรือคอนเซปท์ของการที่สิ่งของต่างๆสามารถเชื่อมต่อกันได้โดยผ่านอินเทอร์เน็ต พร้อมทัพเทคโนโลยี และของไฮเทคแปลกตามาประชันกันอย่างคึกคัก
อินเทลหวังผงาดอีกครั้ง
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตาอย่างยักษ์ใหญ่ในโลกพีซีเช่น "อินเทล" ที่เคยครองความโดดเด่นในยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีรุ่งเรือง แต่ปัจจุบันตกเป็นพระรองเพราะแรงเบียดของเทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ เช่น สมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ซึ่งซีอีโอใหม่ "นายไบรอัน แครซนิช" เชื่อว่าอินเทลจะสามารถกลับมาเป็นเจ้าแห่งทุกสิ่ง หรือ "ลอร์ด ออฟ เดอะ ธิง" ได้อีกครั้งเหมือนที่เคยทำได้ในยุคพีซีด้วยการทำให้ชิพเข้าไปอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้การประมวลผลโดยไม่มีข้อจำกัดของขนาด หรือราคา
นายแครซนิช ระบุบนเวทีซีอีเอสว่า อินเทลมีเป้าหมายที่จะให้ทุกอย่างฉลาดขึ้นซึ่งบริษัทได้เริ่มพิสูจน์เป้าหมายดังกล่าวด้วยการทยอยเปิดตัวเทคโนโลยีที่พัฒนาภายใต้หน่วยงานใหม่ที่นำทีมโดยนายไมค์ เบลล์ อดีตผู้บริหารแอ๊ปเปิ้ลและบริษัทปาล์ม เช่น เทคโนโลยีที่ใช้เสียบหู "จาร์วิส (Jarvis)" ที่ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถามคำถามที่เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว เช่น "ร้านอาหารที่อินเดียที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ใด" ซึ่งระบบจะค้นข้อมูลและตอบเป็นเสียงพูด
อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญกว่าคือ หน่วยประมวลผลขนาดจิ๋ว หรือ "เอดิสัน (Edison)" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของอินเทลที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆกลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้สวมใส่บนร่างกายได้ เช่นที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานนี้อย่างหน่วยประมวลผลตระกูลควาค (Quark) ที่สามารถพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติมสำหรับการสื่อสารทั้งบลูทูธ และไวไฟ ซึ่งอินเทลตั้งเป้าที่จะผลิตเป็นสินค้าต้นแบบเท่านั้น เพื่อให้ตลาดเห็นว่าสามารถใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ประมวลผลรุ่นใหม่ๆของอินเทลเพื่อสินค้าที่นอกเหนือจากพีซีได้ เช่น สมาร์ท วอชท์ หรืออุปกรณ์ไฮเทคที่สวมใส่บนร่างกายและเริ่มจะเป็นกระแสในช่วงนี้
ยักษ์ใหญ่ร่วมกระแส "4เค ทีวี"
นอกเหนือจากอุปกรณ์ไอทีสายพันธุ์ใหม่แล้ว "ซีอีเอส" ครั้งนี้ยังตื่นตัวกับมาตรฐานใหม่ของทีวีแบบ "4เค" หรือทีวีความละเอียดสูงทั้งจอภาพและคอนเทนท์ ซึ่ง "เค" เท่ากับ 1000 พิกเซล ดังนั้นทีวี 4เค จึงเท่ากับความละเอียดระดับ 4000 พิกเซล (3840 x 2160 พิกเซล) หรือมากกว่าฟูล เอชดี 4 เท่า
นำทีมโดยยักษ์เทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ "ซัมซุง" ที่ออกตัวด้วยการประกาศจับมือกับผู้ให้บริการคอนเทนท์รายใหญ่ "อะเมซอน ดอทคอม" และผู้ผลิตสื่อแถวหน้าของโลกหลายราย เช่น วอร์เนอร์ บราเดอร์, ไลออนส์เกท และ เน็ตฟลิกซ์ รวมทั้งผู้ให้บริการเคเบิล คอมแคสต์ และไดเรคทีวี เพื่อร่วมกันผลักดันตลาด "4เค ทีวี" ซึ่งในมุมของอะเมซอนแม้จะเติบโตมาจากธุรกิจค้าขายออนไลน์ แต่ปัจจุบันเริ่มหันมาลงทุนกับสื่อดิจิทัลหนักขึ้น เพื่อหวังที่จะดึงทราฟฟิค และสร้างรายได้ใหม่จากยุคที่ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงการบริโภคสื่อทีวีแบบเดิมๆสู่คอนเทนท์แบบออนดีมานด์
อย่างไรก็ตาม "4เค ทีวี" หรืออัลตรา ไฮ-เดฟ ทีวี เริ่มแจ้งเกิดในตลาดค่อนข้างช้า ส่วนหนึ่งก็เพราะต้นทุนจอแบบใหม่ที่สูงขึ้น และคอนเทนท์ที่ยังมีไม่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมาทีวีไฮเดฟก็ยังต้องใช้เวลานับปีกว่าจะกลายเป็นสินค้าที่นิยมกันแพร่หลายในท้องตลาด หลังจากราคาสินค้าต่ำลง และคอนเทนท์ที่ใช้กับมาตรฐานทีวีใหม่เริ่มมีให้เลือกหามากขึ้น
ฟากบริษัทไอทีรายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง "โซนี่" ก็ประกาศร่วมสงครามทีวีมาตรฐานใหม่เช่นกัน โดยจับมือกับเน็ตฟลิกซ์ เพื่อเตรียมให้บริการคอนเทนท์ผ่าน 4เค ทีวี ในตระกูลบราเวียเริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้โซนี่ก็ยังร่วมกระแสปรากฎการณ์ใหม่สำหรับแวดวงทีวีด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า "ยูเอชดีทีวี" ซึ่งก็มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับ 4เค ทีวี และเป็นความหวังของธุรกิจทีวีที่กำลังขาดทุนของโซนี่ โดยนอกจากความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แล้ว โซนี่ก็มีบริการคอนเทนท์สำหรับวิดีโอความละเอียดระดับ 4เค เตรียมพร้อมแล้วเบื้องต้น 140 รายการ
ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมทีวีก็เห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า คอนเทนท์จำนวนมากๆจะเป็นตัวช่วยเพิ่มยอดขายทีวีมาตรฐานใหม่ได้ดี แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยฟื้นธุรกิจดังกล่าวของโซนี่ได้หรือไม่ รวมถึงธุรกิจไอทีอื่นๆ ที่รายได้อยู่ในช่วงถดถอยลงจนบริษัทต้องประกาศลดคาดการณ์กำไรลงถึง 40% ในปีที่ผ่านมา และลดเป้ายอดขาย 4 กลุ่มสินค้าหลักทั้งทีวี, พีซี, กล้องดิจิทัล และกล้องวิดีโอ
ทั้งนี้ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้นำทัพโซนี่ก็ยังเชื่อว่า ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากใน 1 ปี แต่โซนี่ก็ยังมีความหวังด้วยแผนการเข้าสู่ตลาดใหม่ เช่น อุปกรณ์สำหรับสวมใส่บนร่างกายที่มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วอย่าง "สมาร์ทแบนด์ (SmartBand)" ที่ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของร่างกาย
ประชันสมาร์ทโฟนล้ำ
อย่างไรก็ตามสำหรับผลิตภัณฑ์ดาวเด่นของตลาดไอทีอย่าง "สมาร์ทโฟน" ก็ยังได้รับความสนใจในงานซีอีเอสครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยไฮไลต์อยู่ที่สมาร์ทโฟนที่ใช้จอภาพแบบโค้งงอได้ซึ่งเริ่มเป็นกระแสในปีที่ผ่านมา และกำลังจะมีผลิตภัณฑ์จริงออกสู่ตลาดให้ซื้อหากันได้ในเร็วๆนี้
หนึ่งในนั้นคือ "จี เฟล็กซ์" ของค่ายแอลจี ซึ่งผู้บริหารประกาศบนเวทีซีอีเอสว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะเริ่มนำออกวางตลาดสหรัฐไตรมาสแรกปีนี้ โดยมีจุดเด่นที่เป็นสมาร์ทโฟนจอบิดงอได้จริงรุ่นแรกของโลก ใช้จอขนาด 6 นิ้ว ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญกับกาแล็คซี่ ราวด์ ของซัมซุง
พร้อมกันนี้ก็ยังได้เริ่มเรียกน้ำจิ้มกับการนำจอโค้งงอมาใช้กับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มทีวี เช่น อัลตรา เอชดี ทีวี จอโค้งขนาด 105 นิ้ว ของค่ายแอลจี และต้นแบบทีวีจอโค้งขนาด 85 นิ้ว ที่โชว์ความเจ๋งกว่าด้วยการปรับระดับความโค้งของจอได้ด้วยรีโมท





