วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.หวังทีวีดิจิทัลปฏิรูปสื่อ

กสทช.ชี้ก้าวสู่ยุคทีวีดิจิทัล ปลอดอำนาจรัฐควบคุม หวังเห็นการปฏิรูปสื่อแท้จริง ชงตั้งสภาวิชาชีพกำหนดกรอบจรรยาบรรณกำกับ-ดูแลกันเอง

วานนี้ (7 ม.ค.) ฝ่ายวิจัย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาหัวข้อ "ปีใหม่ ปฏิรูปสื่อรอบใหม่: สื่อไทยกับการสร้างต้นทุนใหม่ในการก้าวข้าม ความขัดแย้งทางการเมือง"

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า "สื่อ" มีบทบาทสำคัญทั้งในอดีตและอนาคต ท่ามกลางเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้เกิดช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารหลากหลาย ทั้งสื่อออนไลน์ วิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม รวมทั้งทีวีดิจิทัล ทำให้สังคมพูดถึงประเด็นการปฏิรูปสื่อน้อยลง อาจจะเพราะสิ้นหวังหรือข้ามจุดเรื่องการปฏิรูป ในยุคที่ประชาชนมีเครื่องมือในการเสพสื่อและผลิตสื่อเอง

แต่เชื่อว่าแนวทางปฏิรูปสื่อยังมีความสำคัญในยุคนี้ แม้สื่อจะเป็นหนึ่งในหัวข้อของความขัดแย้งในปัจจุบัน และอาจเป็นยุคที่สื่อมีการเลือกข้าง รวมทั้งมีธงในการนำเสนอแล้วก็ตาม แต่ในการทำหน้าที่สื่อจะต้องมีอิสระ และรับผิดชอบต่อสังคม

ประเด็นสำคัญในการเรียกร้องการปฏิรูปสื่อ คือการนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นธรรม รอบด้าน และบนข้อเท็จจริง ภายใต้สื่อหลากหลายและมีข้อมูลจำนวนมาก “สังคม” ยังคาดหวังข้อเท็จจริงจาก "สื่อหลัก"ทั้งหนังสือพิมพ์ หรือโทรทัศน์ แม้เป็นสื่อที่นำเสนอได้ช้ากว่าออนไลน์ แต่เป็นข้อมูลแหล่งสุดท้ายที่ประชาชนเชื่อถือ ดังนั้นสื่อจะต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี พร้อมเปิดพื้นที่ ให้ทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการที่สื่อนำเสนอข้อมูลได้มีเวทีแสดงออก ถือเป็นจริยธรรมและจรรยาบรรณขั้นสูงสุดของสื่อ ถือเป็นความใจกว้างและเป็นมืออาชีพด้านวิชาชีพสื่อ

"ในยุคที่มีสื่อหลากหลาย ประเด็นสื่อเลือกข้างในยุคนี้เป็นประเด็นตกไป เพราะสังคมไทยมีทางเลือกในการรับสื่อ เห็นได้จากประเทศไทยมีวิทยุชุมชนมากที่สุดในโลก และยังมีทีวีดาวเทียม ถ่ายทอดสดและนำเสนอประเด็นทางการเมืองตลอด 24 ชั่วโมง"

นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า แม้จะเป็นยุคที่สื่อเลือกข้าง แต่เชื่อว่าหากทุกสื่อฟังเสียงรอบข้าง และกระแสสังคม การวิจารณ์ เพื่อนำมาปรับวิธีการนำเสนอภายใต้ความขัดแย้ง ถือเป็นทางออกให้สังคมไทย ภายใต้หลักกำกับดูแลกันเองของวิชาชีพสื่อ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีกว่าการกำกับโดย กสทช.ที่อาจถูกต่อต้าน

ภายใต้การทำงานของ กสทช. ได้ดำเนินการปฏิรูปสื่อในเชิงโครงสร้างผ่านเทคโนโลยีระบบดิจิทัล ด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) โดยได้จัดประมูลประเภทธุรกิจ 24 ช่องไปแล้ว คาดจะเริ่มออกอากาศในราว ก.พ.-มี.ค.นี้

"ทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ เกิดขึ้นท่ามกลางวัฒนธรรมใหม่ ภายใต้ระบบใบอนุญาต 15 ปี จึงไม่ต้องกลัวอำนาจรัฐ เหมือนระบบสัมปทานในอดีต จึงต้องการให้ ทีวีดิจิทัล ช่องข่าว 7 ช่อง นำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อตอบโจทย์ผู้ชม พร้อมสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการกำกับดูแลกันเอง ด้วยการจัดตั้งสภาวิชาชีพ วางกรอบจรรยาบรรณการทำหน้าที่สื่อและกำกับดูแลกันเอง ในแต่ละหมวดหมู่ช่องรายการ เพื่อสร้างมิติใหม่ฟรีทีวีดิจิทัล ที่เป็นอิสระจากรัฐ แต่เชื่อมโยงกับผู้ชม"