ภาพรวมของเทคโนโลยีทั่วโลกในมุมของการเติบโตที่ฟันธงไม่ได้ชัดว่าจะรุ่งหรือร่วงในปีนี้ แต่ที่ชัดเจนกว่าคือเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
นิตยสารชื่อดัง "ฟอร์บส์" เผยคาดการณ์เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มจะโดดเด่นในปีนี้ สำหรับฝั่งคอนซูเมอร์ โดยอิงจากเทรนด์ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2556 ที่เชื่อว่าจะมีเทคโนโลยีที่อยู่ในระยะฟักไข่จะสามารถพัฒนาเป็นตัวจริงให้ได้สัมผัสในปีนี้ และการปรากฏตัวของเทคโนโลยีที่อยู่นอกเหนือจินตนาการของมนุษย์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
** ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังกับ 'สมาร์ท ทีวี'
จากคาดการณ์ยอดขายสมาร์ท ทีวี ที่คาดว่าจะถึง 123 ล้านเครื่องในปี 2557 จาก 84 ล้านเครื่องเมื่อปี 2555 ทำให้อาจเป็นไปได้ว่าจะได้เห็นการเติบโตแบบพลุแตกสำหรับสินค้าไอทีกลุ่มนี้
ท่ามกลางการเติบโตดังกล่าวก็จะเริ่มเห็นการแข่งกันชนิดฝุ่นตลบระหว่างผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ซัมซุง พานาโซนิค และแอลจี ซึ่งก็จะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาสมาร์ท ทีวีเริ่มลดต่ำลง ขณะที่ผู้บริโภคก็เริ่มต้องการฟังก์ชันที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้โปรแกรมสำหรับดูทีวีแบบออนดีมานด์ที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น เน็ตฟริกซ์, ฮูลู่, อะเมซอน อินสแตนท์ วีดิโอ และเว็บ เบราเซอร์ต่างๆ ผ่านจอทีวี
โดยคุณสมบัติต่างๆ ที่ว่ามา ไฮไลต์สำคัญคาดว่าจะอยู่ที่การเปิดตัว "ไอทีวี (iTV)" ของบริษัท แอ๊ปเปิ้ลที่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นต้นของการพัฒนา และยังต้องมีกระบวนการดีลกับเจ้าของคอนเทนท์ เช่น ไทม์ วอร์เนอร์ เพื่อป้อนรายการให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของแอ๊ปเปิ้ล
อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวร่ำลือของไอทีวีดังกล่าวคาดว่าจะประกอบด้วยคุณสมบัติของ "ไอคลาวด์ ซิงค์" ที่ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อการควบคุมเครื่องกับไอโฟน ตลอดจนหน้าจอที่จะใช้เทคโนโลยีอัลตรา เอชดี แอลซีดี ที่คงจะชัดระดับเห็นถึงรูขุมขนมนุษย์ และคาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ได้ช่วงซัมเมอร์ปีนี้
** 'สมาร์ท วอทช์' อัจฉริยะกว่าเดิม
นอกเหนือจากการเช็คอีเมล ดูข้อความ และอัพเดทโซเชียล มีเดียได้บ่อยๆ ด้วยสมาร์ท วอทช์แล้ว ปีนี้อาจได้เห็นความอัจฉริยะของนาฬิกาข้อมือมากขึ้น โดยที่น่าจับตา เช่น "กูเกิล วอทช์" ซึ่งมีรายงานระบุว่าสมาร์ท วอทช์ดังกล่าวจะมาพร้อมกับคุณสมบัติ "กูเกิล นาว (Google Now)" สำหรับแสดงข้อมูลที่คาดว่าเราจะต้องการรู้ก่อนที่เราจะถาม หรือค้นหา ซึ่งระบบจะเรียนรู้ว่าข่าวสาร หรือข้อมูลอัพเดทในเรื่องใดที่น่าจะสำคัญกับผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้สามารถเลือกตอบสนองกับข้อมูลที่ได้รับได้ หรือหากสนใจก็ค้นข้อมูลเพิ่มได้ด้วยการสั่งงานด้วยเสียง คล้ายกับการมีผู้ช่วยส่วนตัว
อย่างไรก็ตามความสำเร็จของสินค้าในกลุ่มสมาร์ท วอทช์ อาจยังต้องให้เวลาพัฒนาอีกระยะเพื่อให้ได้นาฬิกาที่มีความสามารถอัจฉริยะสมชื่อ เช่น ความสามารถในการเรียนรู้จากกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ และพฤติกรรมของร่างกาย เช่นการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อให้สมาร์ท วอทช์ นำเสนอข้อมูล หรือสิ่งที่ตรงใจผู้ใช้งานมากขึ้น
** 'กูเกิล กลาส' รอก่อน
ขณะที่แว่นตาอัจฉริยะ "กูเกิล กลาส" ยังไม่วางตลาดอย่างเป็นทางการ แต่ปีที่ผ่านมาก็มีข่าวของเทคโนโลยีเหนือจินตนาการของมนุษย์ชิ้นนี้ออกมาเป็นระยะ ซึ่งคุณสมบัติหลายอย่างต้องยอมรับว่าอยู่ในขั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่มากๆ ที่ผู้คนจะเข้าใจได้ในขณะนี้ แต่ก็มีข้อมูลระบุว่ากูเกิลขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้คนบางกลุ่มแล้วราว 50,000 ชิ้น และคาดว่าจะผลิตและจำหน่ายได้ในวงกว้างภายในปีนี้ แต่ก็ยังคาดว่ากูเกิล กลาสจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลายเป็นสินค้าไฮเทคที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย
แว่นตาที่จำลองภาพแบบสามมิติด้วยเทคโนโลยีเออาร์ (Augmented Reality) ให้ผู้ใช้สามารถอัพเดทข้อมูล เช่น เช็คอีเมล และข้อความ ถ่ายภาพและคลิปวีดิโอโดยไม่ต้องใช้มือ แต่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงหรือการขยับร่างกาย เช่น กะพริบตาแทนการกดปุ่มบนตัวเครื่อง
โดยคาดว่า "กูเกิล กลาส เวอร์ชั่น 2.0" และคลังแอพพลิเคชั่น "กลาส แอพ สโตร์" จะวางตลาดอย่างเป็นทางการได้ภายในปีนี้
แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใกล้เคียงกันจากคู่แข่ง โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ เช่น ซัมซุง แต่อาจจะจำกัดตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น สำหรับผู้เล่นกีฬา และตลาดสุขภาพก่อน
** ก้าวต่อไปของ 'ฟิงเกอร์ พรินท์'
การเปิดตัวไอโฟน 5เอส นับเป็นครั้งแรกที่มีฟังก์ชันสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) เพื่อยืนยันตัวบุคคลเจ้าของเครื่อง และเพิ่มความปลอดภัยให้สมาร์ทโฟน แต่ก็คาดว่าศักยภาพของเทคโนโลยี "ทัช ไอดี" จะเริ่มปรากฏให้เห็นจริงจังในปีนี้
จากข้อจำกัดของเทคโนโลยีบนมือถือทำให้ฟังก์ชันดังกล่าวในเบื้องต้นทำได้เพียงใช้สำหรับปลดล็อกไอโฟน และซื้อแอพพลิเคชั่นผ่านแอพ สโตร์ ซึ่งคาดว่าปีนี้อาจได้เห็นการใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแอ๊ปเปิ้ล เช่น แมคบุ๊ค ตลอดจนการนำฟังก์ชันทัชไอดีไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น การเชื่อมโยงกับระบบความปลอดภัยภายในบ้าน, การใช้เป็นพาสเวิร์ดเพื่อปลดล็อคซอฟต์แวร์ต่างๆ หรือแม้แต่ใช้สำหรับการชำระเงินในร้านขายของชำทั่วไป
** เกมคอนโซลกลายพันธุ์
เครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหม่ทั้ง "เอ็กซ์บ็อกซ์ วัน ของไมโครซอฟท์ และเพลย์สเตชั่น 4 ของโซนี่" กำลังขยับตัวจากการเป็นเครื่องมือสำหรับการเล่นเกมธรรมดาๆ สู่การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสื่อสารยุคใหม่ เช่น โซเชียล มีเดีย เพื่อสร้างสังคมระหว่างผู้เล่นเกม โดยที่ผู้เล่นจะมีสมาชิกในแวดวง และสามารถเล่นเกมร่วมกันได้แม้อยู่ต่างสถานที่เพื่อพิชิตเป้าหมายในเกม
นอกจากนี้เทคโนโลยีใหม่ยังสามารถจับคู่ให้ผู้เล่นที่มีทักษะเกมในระดับเดียวกันมาแข่งขันกันได้
โดย "เพลย์ สเตชั่น 4" ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2556 มีระบบติดตามข้อมูลทั้งตัวอุปกรณ์ควบคุมเกมและใบหน้าของผู้เล่น รวมถึงการเคลื่อนไหวเพื่อให้การเล่นเกมเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับผู้เล่นมากขึ้น
นอกเหนือจากคุณสมบัติเกมที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นแล้ว เครื่องเล่นเกมคอนโซลยุคนี้ยังจะมาพร้อมกับฟังก์ชันเพื่อความบันเทิงที่ดีมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่การสลับโหมดไปมาระหว่างการดูทีวี เล่นเกม ฟังเพลง หรือเล่นกีฬาได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้ทำกิจกรรมมากกว่า 2-3 อย่างพร้อมๆ กันได้ หรือสลับโหมดไปมาไปหลายๆ โหมดง่ายมากขึ้น
** การพิมพ์ 3 มิติ ปฏิวัติวงการผลิต
ในปีนี้มีแนวโน้มที่จะได้เห็นการเติบโตอย่างมากของกระแสความนิยมการพิมพ์งานแบบ 3 มิติ ขณะที่ราคาหรือต้นทุนการพิมพ์ประเภทนี้จะลดลงอย่างมาก ซึ่งความสามารถที่จะพิมพ์วัสดุที่มีเลเยอร์ซ้อนกันหลายชั้นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงจะทำได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่าความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีเทรนด์ดังกล่าวอาจเกิดกับผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้สำหรับการผลิตสินค้าง่ายๆ ที่แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตในบางประเทศ เช่น จีน ซึ่งธุรกิจบางอย่างอาจสนใจมาสั่งผลิตน้อยลง เพราะต้นทุนค่าขนส่งและการจัดการข้ามประเทศที่สูง
อย่างไรก็ตามเทรนด์ดังกล่าวอาจยังไม่ส่งผลกระทบมากนักในปีนี้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธุรกิจหลายอย่างเริ่มพิจารณาสำหรับการววางแผนผลิตในปีถัดๆ ไปอย่างแน่นอน
** ค้นด้วยภาษาธรรมชาติได้ข้อมูลแม่นยำขึ้น
นับตั้งแต่เริ่มมีเทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัว เช่น กูเกิล นาว (Google Now) และสิรี ของแอ๊ปเปิ้ลที่เดาใจผู้ใช้ได้ว่าต้องการข้อมูลประเภทใด หรือข้อมูลแบบใดที่สำคัญและควรต้องรู้ ซึ่งเป้าหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้คือ การแสดงผลข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุดเสมือนเป็นผู้ช่วยตัวจริงหรือเลขาส่วนตัว ที่ป้อนข้อมูลให้อัตโนมัติก่อนที่ผู้ใช้จะค้นหา
การค้นหาข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติหรือเป็นประโยคที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันจะเริ่มกลายเป็นเทรนด์มากกว่าการค้นหาข้อมูลด้วยการใส่คำค้นแบบเดิม ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้กูเกิลก็ได้เปิดตัวระบบที่เรียกว่า "ฮัมมิ่งเบิร์ด (Hummingbird)" ที่เป็นการอัพเดทอัลกอริธึมสำหรับการสืบค้นข้อมูลบนโลกไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดของกูเกิล





