โอกาสสำหรับ 'สารสกัดจากหญ้าหวาน' ที่จะก้าวเข้ามาทดแทนน้ำตาล และสารให้ความหวานประเภทอื่น ด้วยคุณสมบัติพิเศษถูกใจเทรนด์สุขภาพ
เมื่อสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน ถูกนำมาใช้ในน้ำอัดลมยี่ห้อดังแทนน้ำตาลเทียม จึงกลายเป็น "โอกาส" ให้สารสกัดจากหญ้าหวาน ก้าวเข้ามาทดแทนน้ำตาลและสารให้ความหวานประเภทอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีมูลค่ามหาศาล
ความพิเศษของหญ้าหวาน คือ ส่วนของใบให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่ความหวานนี้ไม่ก่อให้เกิดพลังงาน นอกจากนี้ยังมีสารสกัดที่เกิดจากหญ้าหวานชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (stevioside) เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่า 200-300 เท่าของน้ำตาล ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวหญ้าหวานจึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ยาสมุนไพร และ เครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง
รับกระแสสุขภาพ
กสิภา ทิพย์ธนทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Sugavia จากหญ้าหวาน บอกว่า จากแนวโน้มของความนิยมผลิตภัณฑ์สุขภาพในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริหารบริษัทมุ่งมั่นที่ลงทุนศึกษา ค้นคว้าวิจัยสารสกัดจากหญ้าหวานครบวงจร ซึ่งได้รับการสนับสนุนและผลักดันโครงการจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ล่าสุดได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ท้องตลาด โดยได้ออกผลิตภัณฑ์ในสองแบบ คือ รูปแบบผงบรรจุซอง ราคากล่องละ 50 บาท และรูปแบบน้ำ ขวดละ 80 บาท และบรรจุเป็นขนาดกิโลกรัมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
" ระยะแรกใช้วิธีการจ้างผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดไลน์การผลิตในโรงงานอย่างเป็นทางการกลางปี2557 ต้องยอมรับว่าแม้ว่า คนทั่วไปจะรู้จักหญ้าหวาน แต่ความที่เป็นตลาดใหม่คงต้องใช้เวลาในการให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์หญ้าหวานที่มีต่อสุขภาพ รวมทั้งรอจังหวะเวลาที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มกับผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ หรือคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ"
กสิภา ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Sugavia กล่าวว่า สารสกัดจากใบหญ้าหวาน มีรสหวาน ไม่เหมือนกับน้ำตาลทราย จะออกรสหวานช้ากว่าน้ำตาลทราย แต่รสหวานจะจางหายไปช้ากว่าน้ำตาล มีแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงานในร่างกาย รวมทั้งยังเป็นสารที่มีพิษต่ำต้องรับประทานมากถึง15 กิโลกรัมถึงเกิดพิษ จึงมีความปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับน้ำตาลทราย และน้ำตลาดเทียม
โอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนี้ในกลุ่มของคนที่ชื่นชอบการบริโภคเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสหวาน ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ที่สารสกัดหญ้าหวาน สามารถเข้ามาตอบโจทย์ได้ ยกตัวอย่างกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียวที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ทั้งนี้หมายความว่า ทางบริษัทจะต้องปรับปรุงพันธุ์ และพัฒนาวิธีการสกัดสารหวานให้ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น จากเดิมหญ้าหวานแห้ง 100 กิโลกรัม สกัดได้สารหวานราว 700-800 กรัมเท่านั้นปัจจุบันหญ้าหวานสดตกราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท หากตากแห้งมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 200-400 บาท
"ขณะนี้มีการนำมาใช้เป็นสารที่ให้ความหวานสำหรับอาหารและเครื่องดื่มบางประเภทในตลาด โดยใช้แทนน้ำตาลทรายบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญคือ ลดปริมาณแคลอรีในอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะไม่สามารถบริโภคน้ำตาลในปริมาณมาก นอกจากนั้นในหลายประเทศมีการยอมรับหญ้าหวานอย่างเป็นทางการ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ บราซิลและปารากวัย ซึ่งชาวปารากวัยและบราซิลก็ยังมีประวัติการบริโภคหญ้าหวานมาเป็นระยะเวลานาน จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพการทำตลาดสูง"
กสิภา สะท้อนให้เห็นภาพของช่องว่างในตลาด ว่า กลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ให้ความหวานจากหญ้าหวาน เป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยเบาหวาน รวมทั้งคนทั่วไปที่ใส่ใจสุขภาพเนื่องจากสารหวานจากหญ้าหวานปราศจากแคลอรี และคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ ยังเป็นการลดต้น ทุนหรือลดการนำเข้าสารหวานสังเคราะห์จากต่างประเทศอีกด้วย
ในอนาคตหลังเปิดตัวโรงงานอย่างเป็นทางการแล้ว ทางบริษัทจะนำพันธุ์หญ้าหวานที่พัฒนา กระจายให้เกษตรกรในชุมชนใกล้เคียงปลูก เพื่อขยายกำลังผลิต สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน ต่อจากนั้นขยายตลาดออกไปต่างประเทศ เนื่องจาก ในต่างประเทศให้ความสนใจ หญ้าหวาน เช่น ประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ บราซิลและปารากวัยที่นิยมบริโภคหญ้าหวาน





