จบประมูลทีวีดิจิทัล เอชดี ช่วงเช้า ผู้ชนะ7ราย "ช่อง3 -ปราสาททองโอสถ -ช่อง7 -ไทยรัฐ- อสมท - อมรินทร์ -แกรมมี่" ราคาเคาะเพิ่มขึ้น"เท่าตัว"
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทเอชดี จำนวน 7 ช่อง ราคาขั้นต้นเริ่มที่ช่องละ 1,510 ล้านบาท เคาะเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท มีผู้เข้าประมูล 9 ราย
กำหนดเริ่มเคาะประมูลเวลา 11.00-12.00 น. หลังจากจบ 60 นาที มีผู้ชนะ 7 ราย โดยไม่ต้องขยายเวลาการประมูล
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. เปิดเผยว่าสำหรับผู้ชนะการเคาะประมูล 7 ราย เรียงตามลำดับการเสนอราคาสูงสุด ประกอบด้วย 1.บริษัทบีอีซี -มัลติมีเดีย (ช่อง3) ราคาม 3,530 ล้านบาท 2.บริษัทบางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ปราสาททองโอสถ) ราคา 3,430 ล้านบาท 3.บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง7) ราคา 3,370 ล้านบาท 4.บริษัททริปเปิล วี บรอดคาสท์ (ไทยรัฐ) ราคา 3,360 ล้านบาท 5.บมจ.อสมท ราคา 3,340 ล้านบาท 6.บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ราคา 3,320 ล้านบาท และบริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี (แกรมมี่) ราคา 3,320 ล้านบาท
สำหรับการประมูลทีวีดิจิทัล เอชดี 7 ช่อง รวมมูลค่า 23,700 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการประมูลทั้ง 7 ราย เสนอราคาประมูลสูงกว่าราคาขั้นต้นกว่า "เท่าตัว" ทุกราย
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี รอบแรกช่วงเช้าไม่พบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการประมูล โดยรูปแบบการประมูลที่มีการเคาะราคาในช่วง 10 นาทีแรก และหยุดเสนอราคา โดยกลับมาเสนอราคาอีกครั้งก่อนหมดเวลาประมูลในช่วง 5 นาทีสุดท้าย เป็นกลยุทธ์ของผู้ประมูลที่มีการเคาะเสนอราคาตามแผนธุรกิจที่เตรียมไว้ ซึ่งราคาผู้ชนะการประมูลลำดับที่ 1-7 ไม่แตกต่างกันมาก
ทั้งนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลในวันที่ 6 ม.ค.2557 จากนั้นจะเสนอบอร์ด กสทช. รับรองผลในวันที่ 15 ม.ค.2557 และมอบใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ให้ผู้ชนะการประมูลทั้ง 24 ช่อง โดยกำหนดออกอากาศในเดือน ก.พ.2557
สำหรับบริษัทที่ไม่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี คือ เวิร์คพอยท์ และพีเอ็ม กรุ๊ป (มหากิจศิริ)





