วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยูเอ็นคาดปี 2560 ขยะอิเล็กฯพุ่ง33%

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม โชว์แผนที่ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก คาดปี 2560 ขยะไฮเทคเพิ่ม 33% น้ำหนักเทียบตึกระฟ้า 200 ตึกรวมกัน

เว็บไซต์มาสเชเบิล เผยรายงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับล่าสุดคาดการณ์ว่าภายในปี 2560 ปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้แล้วทั้งทีวี ตู้เย็น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ จอมอนิเตอร์และขยะอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะมีน้ำหนักรวมกันเกือบเท่าตึกระฟ้าอย่างตึกเอ็มไพร์สเตท 200 ตึกรวมกัน

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำงานเพื่อแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Solving the E-Waste Problem (StEP) Initiative) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์การสหประชาชาติ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ ระบุว่า แนวโน้มขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 1 ใน 3 ภายในอีก 5 ปีจากนี้ โดยเฉพาะสหรัฐ และจีน

โดยข้อมูลที่รวบรวมมาเป็นแผนที่ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จาก 184 ประเทศทั่วโลก เป็นการประเมินจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีในตลาด ซึ่งจะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ในที่สุดเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับช่วยภาครัฐและองค์กรต่างๆ ให้สามารถบริหารจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศของตนเอง

ปีที่ผ่านมาพบว่า ทั่วโลกผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมกันเกือบ 54 ล้านตัน และหน่วยงาน StEP Initiative ยังคาดว่า ภายในปี 2560 ทั่วโลกจะผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มราว 33% หรือ 72 ล้านตัน ซึ่งหนักเป็น 11 เท่าของมหาพีระมิดแห่งกิซ่า หนึ่งเดียวในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในหมู่พีระมิดแห่งกิซ่า

ปัจจุบัน "จีน" เป็นประเทศที่ผลิตอุปกรณ์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดในโลก โดยในปี 2555 จีนผลิตได้น้ำหนักรวมกันราว 12.2 ล้านตัน ตามมาด้วยสหรัฐ 11 ล้านตัน แต่สหรัฐกลับมีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าจีน เพราะสินค้าจำนวนมากในสหรัฐเริ่มหมดอายุการใช้งานทำให้ในปีที่ผ่านมา สหรัฐผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ราว 10.4 ล้านตัน ส่วนจีน 8 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกก็มีความพยายามที่จะลดปริมาณขยะเหล่านี้ด้วยการส่งต่อไปยังประเทศอื่น หรือการนำมารีไซเคิลใหม่ เช่น ในสหรัฐที่เริ่มมีโครงการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ แม้จะยังตามหลังกลุ่มสหภาพยุโรปที่เริ่มโครงการลักษณะดังกล่าวมาแล้วมากกว่า 10 ปี