วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดอกไม้ไทย กลิ่นไฮเอนด์

ความหลงใหลในกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ผลักดันให้ ‘ปริมมาลัย’ เกิดขึ้นเพื่อนำกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เจาะตลาดพรีเมียม

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

ความหลงใหลในกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ผลักดันให้ ‘ปริมมาลัย’ เกิดขึ้นเพื่อนำกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยสู่ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เจาะตลาดพรีเมียม

'เจนนิสา คูวินิชกุล' ผู้ก่อตั้งบริษัท เมตตาเอสเซ็นเลียล ผลิตสินค้าประเภทเครื่องหอม แบรนด์ Jainnisa และ ปริมมาลัย กล่าวว่า หลังจากเรียนจบ ก็รับตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม ที อลูเม็ท จำกัด ธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมของครอบครัว แต่ก็สนใจที่จะสร้างธุรกิจของตนเองไปด้วย จึงมีแผนที่จะทำโรงแรมพร้อมกับทุ่งลาเวนเดอร์

“พอได้ศึกษารายละเอียดเชิงลึกพบว่า ลาเวนเดอร์ไม่เหมาะกับภฺมิประเทศและภูมิอากาศของไทย จึงต้องล้มเลิก แต่ก็เกิดไอเดียใหม่ ใช้วัตถุดิบในพื้นที่นั่นคือ ดอกไม้ไทย ที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับดอกไม้อื่นมาใช้”

:: เดินหน้าธุรกิจเครื่องหอม

แบรนด์แรกเกิดขึ้นในชื่อ "Jainnisa” โดยเจ้าตัวเลือกไปตั้งบริษัทที่ประเทศอังกฤษ เนื่องจากการทำโฟกัสกรุ๊ป และศึกษาไลฟ์สไตล์ของคนต่างชาติ เจนนิสาพบว่า เขามองคนไทย 2 แบบชัดเจน คือ ไม่อยู่ระดับล่าง ก็ระดับบนไปเลย

ดังนั้น การทำผลิตภัณฑ์ไทยที่มีส่วนผสมไทยทั้งหมด ต่างชาติจะมองว่า อยู่ระดับล่าง เธอมีแผนจะเจาะตลาดระดับไฮเอ็น เป็นลักช์ชัวรี่สกินแคร์และอโรมาเธอราปี

เจนนิสาเลือกใช้กลิ่นอายของดอกไม้ไทย ผสมเครื่องหอมของอังกฤษ พร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ดีที่สุดของอังกฤษ ชูจุดเด่นในแง่ของนวัตกรรม เช่น สบู่เหลวที่เปลี่ยนสีน้ำในอ่างน้ำเป็นสีฟ้าใส หรือครีมทาผิวซูเฟล่ เป็นต้น โดยวางช่องทางจำหน่ายผ่านสปาในโรงแรม 5-6 ดาวเป็นหลัก

เมื่อ Jainnisa กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับดีในกลุ่มประเทศยุโรป และสหรัฐ เจนนิสาจึงเดินหน้าสู่ "ปริมมาลัย" แบรนด์เครื่องหอมที่พัฒนาสูตรจากดอกไม้ไทย 100% รายแรกและรายเดียว ในเดือนมกราคม 2555 พร้อมกับตอกย้ำความแตกต่างของกลิ่นตามคอนเซปท์ของมาลัย ที่ใช้ดอกไม้เป็นช่อ กลิ่นของปริมมาลัยตจะใช้ดอกไม้ 4-5 ชนิดผสมกัน อาทิ ลำเจียก ปาหนัน มะลิ พิกุล จำปา เตยทะเล

ความผสมผสานของกลิ่นดอกไม้เหล่านี้ นอกจากให้ความหอมสดชื่น ยังคละเคล้ากันได้ลงตัว โดยที่คนดมไม่อาจรู้ได้ทันทีว่ามีกลิ่นดอกไม้อะไรบ้าง ทำให้เลียนแบบได้ยาก

“เรามีห้องปฏิบัติการในโรงงานที่ฉะเชิงเทรา และมีนักวิชาการที่จบมาทางด้านพฤกษศาสตร์มาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาสูตรตั้งต้น และกลิ่น โดยเน้นการเลือกใช้สารที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” เจ้าของแบรนด์ปริมมาลัยย้ำ

ผลิตภัณฑ์ของปริมมาลัยปัจจุบันมี 7 กลิ่นใน 2 ไลน์สินค้าคือ ผลิตภัณฑ์สำหรับร่างกาย เช่น โลชั่น ครีมทาผิว เจลอาบน้ำ สครับ และมาจสาจออย และผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้าน ได้แก่ เทียนจากแวกซ์ถั่วเหลือง อโรมาสติ๊ก เป็นต้น

:: เปิดตลาดไฮเอนด์

ปริมมาลัยจะเจาะตลาดไทย เอเชีย และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ระดับพรีเมี่ยม โดยเลือกจุดจำหน่ายสาขาแรก ที่เซ็นทรัลชิดลม และเกษรพลาซ่า ทีเป็นทำเลตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับดอกไม้ไทย ซึ่งเป็นคอนเซปท์หลักของแบรนด์

ผลตอบรับดีมาก เจนนิสาชี้ว่า ลูกค้าเข้าใจและยอมรับในคุณภาพ คอนเซปท์และเอกลักษณ์ของดอกไม้ไทย ซึ่งตรงกับสิ่งที่เธอต้องการ นั่นคือ การทำให้ทั้งคนไทยและต่างชาติได้ตระหนักว่า ดอกไม้ไทย สินค้าไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีและดีกว่าผลิตภัณฑ์ต่างชาติด้วยซ้ำ

“ปัจจุบันถือเป็นก้าวแรกที่ไปได้ดี ก้าวต่อไปคือ การมุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งลงทุนไปกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากมองว่า เป็นแบรนด์ใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญกับงานวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพดี มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์” เจ้าของแบรนด์กล่าว พร้อมคาด 3 ปีคืนทุน และการเติบโต 10% ทุกปี

ภายใน 3 ปี เจนนิสาตั้งเป้าจะเดินหน้าสู่ตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้ออื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ที่มีการติดต่อเข้ามาอยู่แล้ว และเธอกำลังศึกษาว่า ประเทศไหน การตลาดแบบไหนจะพาปริมมาลัยก้าวออกนอกประเทศอย่างมั่นคงที่สุด

“คนที่ติดต่อมามีทั้งลักษณะของพันธมิตรและดิสทริบิวเตอร์ ซึ่งเราต้องดูความน่าเชื่อถือ เช่น ดิสทริบิวเตอร์ของเราที่ดูไบมีความน่าเชื่อถือมาก ก็ขยายไปเป็นการนำร่องศึกษาตลาด ส่วนกลางปี 2557 มีแผนจะเข้าสู่ญี่ปุ่น”

ทั้งหมดนี้ เพื่อนำความหอมจากดอกไม้ไทยเข้าสู่ระดับไฮเอนด์