เผยกลยุทธ์การตลาดไร้ขีดจำกัด ไร้กรอบ ของ รงค์รบ น้อยสกุล นักธุรกิจมือสมัครเล่น ผู้สร้างรายได้จากธุรกิจ ข้ามสายพันธุ์
เผยกลยุทธ์การตลาดไร้ขีดจำกัด ไร้กรอบ ไร้กฎเกณฑ์ ของ “รงค์รบ น้อยสกุล” นักธุรกิจมือสมัครเล่น ผู้สร้างรายได้จากธุรกิจ “ข้ามสายพันธุ์” แต่ “เชื่อมโยง” ทุกความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย
“ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องมีวิธีที่เหมือนกันในการดำเนินชีวิต ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันเพื่อทำธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเท้าใครทุกก้าวเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จ” จากหนังสือ วิถีไม่ตัน ช่างเหมาะสมกับแนวทางทำธุรกิจของเถ้าแก่วัยยังไม่ถึง 30 คนนี้จริงๆ
เมื่อมั่นใจแล้วว่า ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไม่ใช่ปลายทางความสำเร็จ รงค์รบ น้อยสกุล เจ้าของธุรกิจ “Where?Fullmoon เดือนวาดมีไหน” จึงเริ่มต้นทำธุรกิจจากความถนัดในอาชีพเดิม เขาเปิดสตูดิโอ “เงา” รับผลิตงานมีเดีย คอนเท้นต์
สิ่งที่ชอบ งานที่ใช่
“ผมชอบวิชาชีพสื่อสาร แต่ไม่ชอบเป็นลูกน้อง หรือลูกจ้าง ผมก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่เคยเป็นนักข่าว และเคยทำระบบจัดการไอที จึงเข้าใจวิธีการสื่อสารและรู้หลักการ Digital Marketing เลยนำมาใช้กับธุรกิจแรกๆของผม”
รงค์รบ กล่าวต่อว่า เงินเก็บสะสมจากการทำงานประจำกว่า 50,000 บาทคือเงินลงทุนเริ่มต้นของเขา รับทำงานทั้งสารคดีอิสระ รับถ่ายภาพ ตัดต่อ เขียนเว็บไซต์ เป็นต้น ลูกค้ากลุ่มแรก ได้จากเพื่อนพ้องและบอกต่อกัน แต่แล้วก็เจออุปสรรค เมื่อตัวเลขในบัญชีไม่หนีจาก 50,000 บาทไปได้
ตอนนั้นธุรกิจของเขายังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่รงค์รบบอกว่า ธุรกิจเดียวนั้นเสี่ยงเกินไป เพราะต้องเป็นฝ่ายรอคอยให้มีผู้จ้างเท่านั้น และเงินจำนวนนั้นต้องนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
มันมีอยู่ 2 วิธีเท่านั้นที่จะเติบโตได้ คือ ลงทุนเพิ่ม กับหาความรู้เพิ่ม เขาเลือกหาความรู้ใหม่จากธุรกิจเครือข่าย (MLM) จนเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และเห็นตัวอย่างวิธีการจากคนที่รวยแล้ว
รงค์รบ เล่าต่อว่า เขาได้ไอเดียใหม่ จัดคอร์สเจ้าสาว โดยใช้พื้นฐานธุรกิจถ่ายภาพเป็นตัวหลัก แล้วเพิ่มขายสินค้าเสริมความงาม ทั้งเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเข้าไปด้วย เหมือนลูกค้ามาที่จุดเดียวได้บริการครบ (One Stop Service)
“แต่ที่ดีกว่านั้นคือความคิดของผมแตกออกไปอีก เพราะเมื่อถ่ายภาพบ่าวสาว ก็ต้องพรีเวดดิ้ง เดินทางไปถ่ายสถานที่สวยๆตามต่างจังหวัด ผมเห็นอีกช่องทางสร้างรายได้แล้ว นั่นคือ จัดทริปเที่ยวพร้อมสอนถ่ายภาพฟรี”
Photo Training Trip ในแบบฉบับของรงค์รบ ไม่ใช่ธุรกิจทัวร์หรือธุรกิจสอนถ่ายภาพเต็มตัว แต่เขาเลือกผสมผสานใหม่ ใช้คอนเนคชั่นหน่วยงานท่องเที่ยวต่างๆ ที่เคยมีรวมทั้งประสบการณ์เดินทางบ่อย
ทำให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายแพง อย่าง ทริปทุ่งแสลงหลวง 2 วัน 1คืน เบ็ดเสร็จเพียง 1,200 บาท ขณะเดียวกันธุรกิจแบบ “ชวนเพื่อนเที่ยวด้วยกัน” นั้น เขาไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายไว้ลำพัง และค่าสอนถ่ายภาพก็ไม่มีต้นทุนที่แท้จริงด้วย
นักธุรกิจมือใหม่ใจสู้เล่าต่อว่า ธุรกิจใหม่สอนให้เขารู้ด้วยตัวเองว่า การจัดทริปแบบนี้มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและเทศกาลด้วย เช่น เดือนธันวาคม ลูกค้าอาจแบ่งเงินส่วนใหญ่ไปใช้จ่ายสำหรับฉลองคริสต์มาสหรือปีใหม่มากกว่าเที่ยว ตรงกันข้ามกับช่วงหลังงาน Photo Fair นับเป็นช่วงเวลา “ลองของ” เหมาะกับจัดทริปเที่ยวถ่ายภาพ
รายรับจากทฤษฎี “เคลื่อนคน”
เนื่องจากอุปสรรคของช่วงเวลาจัดทริป ทำให้เขามองหาธุรกิจใหม่จากโอกาสเดินทางท่องเที่ยว เมื่อเห็น “ป้ายโฆษณาขายที่ดิน-ที่อยู่อาศัย” จึงตัดสินใจจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนรับซื้อ-ขายที่ดิน บ้านเช่า หอพัก ฯลฯ จึงเพิ่มตัวเลขในบัญชีได้มาก
รงค์รบก็ยังสานต่อทำโปรเจคสถาบันติวเตอร์ มองโอกาสทำเงินจากธุรกิจการศึกษา โดยอาศัยจุดแข็ง “ไกด์บุ๊ก” สอนเด็กให้เป็นระบบ และมีแผนจะทำคอนเท้นต์ สร้างช่อง (Channel) ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ลูกค้าใช้ในการทำพีอาร์ และทำธุรกิจ
“สิ่งที่ผมทำ มันเคลื่อนไหวด้วยความต้องการของลูกค้าไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าทุกคนในโลกที่ผมคุยด้วยสามารถเป็นลูกค้าผมได้ หนึ่งธุรกิจมันขยายไปได้ไกล ถ้าเราโฟกัสถูกจุด ผมเลือกจับที่กลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าคู่รักต้องการเก็บความประทับใจ เขาจ้างเวดดิ้งสตูดิโอ เขาต้องสร้างเรือนหอ ผมขายบ้านให้คุณ พอมีลูก ผมเสิร์ฟความรู้ให้ลูกคุณได้ นี่คือทฤษฎีเคลื่อนคนที่ผมศึกษามา”
รงค์รบ บอกต่อว่า ทุกธุรกิจของเขาต้องมั่นใจแล้วว่าทำได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องรอบคอบ สามารถวิเคราะห์ฝั่งตรงข้ามได้ และก่อนที่จะทำธุรกิจใด เขาจะต้องลองทำดูก่อน จะไม่กระโจนลงไปเต็มตัว และทุกครั้งที่จะก้าวขาทำธุรกิจใหม่หรือต่อยอดอะไร จะต้องพิจารณาเงินในบัญชี เปรียบเทียบแต่ละธุรกิจ แต่ละเดือน แล้วกำหนดกลยุทธ์ต่อไป
“สำหรับนักธุรกิจใหม่ต้องฝึกตั้งคำถามกลับไปกลับมา จนเราตอบได้เคลียร์ชัด หากทำไปแล้วก็ควรมีธุรกิจหรือแหล่งรายรับ ที่เป็นเครื่องมือหาเงินได้เอง เพื่อให้บัญชีธนาคารเคลื่อนไหว หากเลือกทำหลายอย่าง ถ้าทำไม่ไหว ผมเชื่อว่ายุคต่อไป (Wave4) คือรวยด้วยเครือข่าย เราสามารถหาพันธมิตรมาช่วยรับงานได้ ได้ทั้งเงินและเพื่อน” รงค์รบ กล่าวแนะนำทิ้งท้าย





