วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เซฟตี้คัท ฉบับการพิมพ์

โฮโลแกรม (Hologram) เทคนิคพิมพ์เพื่อความปลอดภัยเฉกเช่นธนบัตร ลูกเล่นใหม่ปลอมแปลงได้ยาก กับเทคโนโลยี RFID ที่กำลังถูกพัฒนาให้ใช้ขั้นสุด

ตอนนี้แค่กระดาษลายน้ำ หมึกพิมพ์กันปลอม คงไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะนักปลอมแปลงอาศัยวิวัฒนาการเครื่องพิมพ์ (Printer) ติดตั้งระบบ Watermark ปริ้นท์ได้เองแล้ว ขณะเดียวกันราคาของหมึกพิมพ์กันปลอมก็ค่อนข้างแพงอยู่ที่กิโลกรัมละ 30,000-50,000 บาท แต่หมึกพิมพ์ทั่วไปมีราคาแค่ 400-500 บาทเท่านั้น ความนิยมของหมึกพิมพ์กันปลอมจึงค่อยๆลดลง

อุตสาหกรรมการพิมพ์ จึงเริ่มควานหาผลงานนักวิจัย จับเทคโนโลยีโฮโลแกรม หรือ แถบสีเรืองแสง เป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพงานพิมพ์ ติดได้กับทุกวัสดุ แต่ต้นทุนลดลงเมื่อใช้ปริมาณมาก ยิ่งใช้ ยิ่งถูกลง

แถบวาวแสง กันปลอม

สุทัศน์ ครองชนม์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริวัฒนาซีเคียวริตี้พริ้นท์ จำกัด เผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯนำลูกเล่น ระบบการพิมพ์ใหม่ที่ใช้ป้องกันการปลอมแปลงเอกสารและบรรจุภัณฑ์มาเสนอลูกค้า ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีใช้มากว่า 10 ปีแล้ว และก่อตั้งเป็นสมาคมโฮโลแกรม (International Hologram Manufacturers Association: IHMA) แต่ประเทศไทยนำเครื่องมือนี้มาใช้สำหรับการพิมพ์ธนบัตรมากกว่าใช้ในงานพิมพ์ทั่วไป จึงไม่เป็นที่คุ้นชิน

เทคโนโลยีการสร้างโฮโลแกรม เป็นเทคโนโลยีทางแสง ใช้สร้างตัวแม่แบบ แล้วฉายแสงแต่ละสีไปรวมกันที่ตัวต้นแบบ แล้วก็เอาแม่แบบนั้นไปทำภาพพิมพ์ลงในฟลอยด์ จากนั้นก็จะปั๊มหรือนึกลงไปในวัสดุต่างๆด้วยหลากหลายวิธี ฉะนั้นเวลาฉายแสงลงไปที่ภาพนั้น ก็จะเห็นเป็นสีสะท้อนแสง แต่ปัจจุบันสามารถใช้ซอฟท์แวร์เพื่อผลิตตัวต้นแบบได้แล้ว ต้นทุนการผลิตเครื่องพิมพ์ประเภทนี้จึงถูกลง

"เราต้องการหาลูกค้าที่ไม่เคยใช้ หรือยังไม่รู้จักเทคโนโลยีนี้ โดยจูงใจให้เห็นอันตรายจากการปลอมแปลง เช่นผู้ผลิตที่ไม่มีวิธีสร้างแบรนด์ จะเลือกใช้การปลอมแพคเกจ หรือ พวกบัตรกำนัล (Voucher) ใบรับรองต่างๆ เอกสารสำคัญในวงการประกันภัยมักถูกทำปลอมใช้แอบอ้างสิทธิ สร้างความเสียหายเสมอ แต่ถ้าใช้โฮโลแกรมจะตรวจสอบปลอมได้ง่าย ไม่สามารถปลอมด้วยการถ่ายเอกสารสีเหมือนก่อน ทั้งนี้ ถ้าใช้ครบทั้งกระดาษลายน้ำด้วย หมึกพิมพ์กันปลอมด้วย อาจมีต้นทุนเพิ่ม10-20% แต่ถ้าใช้การพิมพ์แถบวาวแสงอย่างเดียวบนกระดาษปอนด์ธรรมดา ราคาตรงนี้กลับถูกกว่า เพราะราคากระดาษถูกลง และมันยังเป็นทางออกในงานที่กระดาษลายน้ำและหมึกกันปลอมทำไม่ได้"

สำหรับตัวเครื่องพิมพ์โฮโลแกรมนั้น ศิริวัฒนาซีเคียวริตี้พริ้นท์ เลือกนำเข้าเครื่องจากเยอรมนี เพราะเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญและระบบการป้องกัน ตลอดจนความสวยงามและโครงสร้างที่ซับซ้อนและแน่นอนนั้น ทางผู้ผลิตจากยุโรปจะออกแบบได้โดนใจกว่า และควบคุมระบบได้ดีกว่า ทั้งยังมีระบบ Tamper Evidence เทคโนโลยีการพิมพ์กันใช้ซ้ำเพิ่มเติมมาอีกด้วย

นอกจากคุณสมบัติด้านความปลอดภัยแล้ว สุทัศน์ บอกต่อว่า ยังต้องเพิ่มความสวยงามใส่เข้าไปในเทคโนโลยีด้วย โดยการเพิ่มสีสันเมื่อก่อนจะเห็นโฮโลแกรมแค่สีเงินและสีทอง แต่ตอนนี้สามารถทำให้มีสีหลากหลายขึ้น เมื่อไปติดบนแพคเกจจิ้งก็จะสวยงามขึ้น มองเห็นเป็นสามมิติได้ โดยต้องการอัพเกรดในตัวสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้ามากขึ้น ตลอดจนนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าสามารถแข่งขันในตลาดได้

RFID ระวังภัยน้องใหม่

สำหรับเทคโนโลยี Radio Frequency Identification : RFID ที่ติดไมโครชิพใช้กับสมาร์ทการ์ดนั้น สามารถป้องกันการลักลอบเก็บข้อมูล (Skimmer) ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถเช็คข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับได้ด้วย อย่างธุรกิจเอ็มแอลเอ็ม มีการขายตัดราคา เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีก็จะมาช่วยเช็คเส้นทางสินค้าและช่องโหว่ต่างๆได้ และคาดการณ์กันว่ากลุ่มสินค้าลักชัวรีหรือสินค้าแบรนด์เนม ที่มีกำไรสูงจะให้ความสนใจเทคโนโลยีนี้ เพื่อป้องกันขโมยและเช็คสต็อก เตรียมพร้อมรับสถานการณ์กระดาษลายน้ำค่อยๆหายไปจากตลาด

"เรามีงานด้านไอที ขาย Total Solution ด้วย จึงคาดการณ์ว่าจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆด้านการพิมพ์ เช่นบาร์โค้ด หรือ RFID มาเป็นตัวอย่างนำเสนอกับระบบเข้าออกสนามฟุตบอล โดยทำลงบนตั๋วฟุตบอลให้กับสโมสรแห่งหนึ่ง เพื่อให้รู้สถิติว่าเข้าไปดูบอลแมชไหนบ้าง เช็คปริมาณสมาชิกได้ เหมือนเราทำ Profile ให้ด้วย มันเอื้อประโยชน์สร้างรายได้ให้กับสโมสรด้วยเพราะข้อมูลนี้จะมีผลกับการตัดสินใจของสปอนเซอร์ได้ง่าย"

ทั้งนี้ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีมาใหม่อย่าง RFID ก็ตาม หรือมันอาจจะมีมาใหม่ได้เรื่อยๆ แต่การรับรู้ของผู้บริโภคยังไม่มาก อาจเพราะเทคโนโลยีช่วงแรกมักมีราคาสูง และต้องลงทุนกับเครื่องอ่านด้วย ในขณะที่เทคโนโลยีเดิมแต่ยังทันสมัย อาจเสียค่าใช้จ่ายต่อชิ้นเพียงหลักสตางค์หรือหนึ่งบาท แต่สำหรับ RFID นั้นตกอยู่ที่เกือบ 5 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นการเลือกใช้จึงอยู่ที่ประโยชน์ใช้สอยและความคุ้มค่าในการลงทุนของแต่ละธุรกิจมากกว่า

สุทัศน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะยังคงอยู่ได้นาน เพราะการปลอมแปลงมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาหรือยังไม่พัฒนา เพราะคนที่ทำเลียนแบบอาจมาจากประเทศอื่น เพียงแต่ต้องนำเสนอให้โดนใจ ก็จะครองใจลูกค้าได้ยาว