บริษัทไอทีต่างชาติในไทยยังเชื่อมั่นสถานการณ์ในไทย ยังไม่ถอนการลงทุน เผยเป็นห่วงความปลอดภัยพนักงาน รอประเมินท่าทีวันต่อวัน
นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไปบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในเมืองไทย และสอบถามความปลอดภัยของพนักงานซึ่งบริษัทก็ได้รายงานสถานการณ์ให้สำนักงานใหญ่ทราบอย่างต่อเนื่อง เพราะข่าวสารจากสื่อต่างประเทศอาจจะไม่เหมือนกับบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
ขณะที่วานนี้ (3 ธ.ค.) ผู้บริหารจากโตชิบาญี่ปุุ่นก็ยังเดินทางมาประเทศไทยเพื่อดูงานที่เชียงใหม่ ซึ่งก็สะท้อนว่าบริษัทยังเชื่อมั่นกับสถานการณ์ในไทย และไม่ได้ปรับแผนการทำธุรกิจแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามสำหรับกลุ่มไอทีของโตชิบาในไทยก็ยังดำเนินงานตามปกติ และบริษัทยังมองว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับที่เคยประสบ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก เพราะแนวโน้มตลาดไอทีในไตรมาส 4 ก็เริ่มกลับมาบ้าง เพราะเป็นเดือนของการชอปปิง ซึ่งตลาดในกรุงเทพอาจจะกระทบบางส่วนจากการชะลอการซื้อ แต่ยังมีตลาดใหญ่ในต่างจังหวัด
นายถกลระบุว่า สำหรับแผนธุรกิจช่วงนี้ก็จะระวังตัวมากขึ้น และรักษาการเติบโตให้ได้อย่างน้อยเท่ากับปีที่ผ่านมาไว้ก่อน ทั้งยังได้เริ่มวางแผนตลาดสำหรับปี 2557 ซึ่งเน้นความรัดกุมมากขึ้น และบริหารการสั่งสินค้าไม่ให้เกิดภาวะล้นสต็อก
นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลทำให้ธุรกิจสะดุดบ้าง ทว่ายังไม่รู้สึกเป็นห่วงและหวังว่าจะจบได้โดยเร็ว ในเบื้องต้นจากที่ได้พูดคุยกันภายใน บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นต่อตลาดประเทศไทยอยู่เหมือนเดิม
ขณะที่ ยอดค้าปลีกชะลอตัวลงเล็กน้อย ขณะนี้บริษัทกำลังรอดูสถานการณ์ ขณะเดียวกันเร็วเกินไปที่จะปรับแผนธุรกิจ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นมาได้ 1 เดือนและที่เห็นว่ายอดขายชะลอตัวชัดเจนเป็นเพียงช่วงสัปดาห์หลังมานี้เท่านั้น
“ความต้องของผู้บริโภคยังมีอยู่ตลอดเวลา ผมจึงเชื่อว่าหากเหตุการณ์จบได้เร็วตลาดก็มีโอกาสฟื้นกลับคืนมาได้เร็วเช่นกัน” นายยรรยง กล่าว
นายนฐกร พจนสัจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทอีเอ็มซี อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หากการชุมนุมสิ้นสุดโดยเร็ว ก็อาจไม่กระทบกับธุรกิจของบริษัทมากนัก แต่หากการชุมนุมลากยาว และไม่มีแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนจากทุกฝ่าย คงกระทบกับธุรกิจแน่ ส่วนความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดไทยนั้น เอเอ็มซี ยังยืนยันลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาตลาดประเทศไทย นับเป็นตลาดที่การเติบโตที่ดีมากในอาเซียน
"ตอนนี้ ยังโอเคอยู่ ไม่กระทบมาก แต่ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีกสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์ น่าจะเกิดผลกระทบกับธุรกิจ และต้องเตรียมแผนในการฟื้นฟูตลาด ซึ่งในส่วนของอีเอ็มซี ส่วนเอ็นเตอร์ไพร์สยังโอเคอยู่ ความเชื่อมั่นในฐานะเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ก็ยังไม่มีปัญหา ยังลงทุนต่อเนื่อง"
อย่างไรก็ตาม ตลาดประเทศไทยของอีเอ็มซี มีอัตราการเติบโตอยู่อันดับ 3 ของอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์ อันดับ 1 และอินโดนีเซีย อันดับ 2
ขณะที่ นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทยังมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบทางธุรกิจ เพราะรากฐานอุตสาหกรรมโทรคมในไทยยังดีอยู่ และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มอย่างต่อเนื่องตามกระแสโลก
"เราอยากเห็นการแก้ปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว และมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมต่อไป อยากเห็นการตกลงแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่อยากเห็นว่าเป็นแค่การสงบศึกชั่วคราว ในส่วนของอีริคสัน ยังลงทุนในไทยต่อเนื่อง เพราะโทรคมไทยยังมีทิศทางการลงทุนที่ดี" นายบัญญัติ กล่าว





