วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิวตี้หรู คู่ "คอมเม้นต์"

โซลวาซู (Sulwhasoo) แบรนด์เครื่องสำอางลักชัวรี่ ชูกลยุทธ์ 360 องศาพลิกตลาด "นวัตกรรมธรรมชาติ" บวก "ปากต่อปากผ่านกูรูโซเชียล"

หนึ่งขวบปีผ่านไป เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีชื่อ "โซลวาซู" ที่อาศัยความมหัศจรรย์ของวัตถุดิบ อย่าง "โสม" เข้ามาตีตลาดแบรนด์อินเตอร์ทั้งหลายในไทยกระจุยกระจาย ครองตำแหน่งท็อป 20 เคาท์เตอร์แบรนด์ สามารถเปิดสาขาถึง 7 แห่ง และแชร์ส่วนแบ่งหลักสิบล้านจากตลาดเครื่องสำอางค์แบรนด์นอกที่เติบโตขึ้น 7% ทุกปี ซึ่งมีมูลค่าการตลาดรวมทั้งหมดกว่า 8,618 ล้านบาทในปี 2556 ได้เพียงเวลาอันสั้น

เจิดนภางค์ ม้าทอง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ทั่วไป บริษัท อมอร์ แปซิฟิค จำกัด ผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์ Sulwhasoo เปิดเผยว่า การทำตลาดเครื่องสำอางค์ต่างชาติในบ้านเราต้องสู้กันยิบตา เพราะพฤติกรรมลูกค้าระดับบนมักไม่เปลี่ยนแบรนด์ในดวงใจง่ายๆ

แค่นำเสนอความเป็น "นัมเบอร์วัน" ของเกาหลี ซึ่งมักถูกเลือกให้เป็นของที่ระลึกในการประชุมระดับชาติ รวมทั้งข้อดีและสรรพคุณของสินค้าที่ว่า Sulwhasoo ใช้หลักโบราณ Sangseng (ซั่ง-เส็ง) ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมนุษย์และธรรมชาติ จากภายในและภายนอก กับหลักความสมดุลและกลมกลืนของพลังงานในขั้วตรงกันข้ามของหยินและหยาง และทฤษฏี "วัฏจักร 7 ปี" ที่คนต้องเปลี่ยนแปลงนั้น ยังไม่เพียงพอ จึงต้องใช้กลยุทธ์ปลุกใจให้เบี่ยงเบนด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย

นวัตกรรม+ผู้รู้ (ออนไลน์)

โซลวาซู หวังครองใจลูกค้า ด้วยทีมวิจัยและพัฒนาของแบรนด์ พวกเขาจะต้องมีความคิดในเชิงนวัตกรรม (Innovation Thinking) มีหน้าที่สรรหาวัตถุดิบที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ของธรรมชาติเป็นจุดขาย มาใช้กับโปรดักต์ใหม่ๆ อย่างโสมขาว หรือ โสมซาเวีย (Savia) ที่สูญพันธุ์ไปแล้วมาพัฒนาใหม่ รวมถึงการนำเสนอจุดเล็กๆที่หลายแบรนด์หลงลืม อย่างนวัตกรรมเดย์ครีมที่ลดอุณหภูมิของผิวให้เย็นลง ไม่ใช่แค่ป้องกันรังสียูวีเท่านั้น

ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจมนุษย์ โดยเฉพาะการศึกษากายภาคของผู้หญิง และให้ความสำคัญกับพฤติกรรรมเสริมความงามที่จะมาสนองตอบความเปลี่ยนแปลงของผู้หญิง เพื่อประมวลผลเป็นสินค้าที่จะส่งเสริมผู้ใช้ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

"เมื่อก่อนเทรนด์การตลาดอาจจะใช้พรีเซ็นเตอร์คนดังระดับโลก เพื่อจูงใจให้สาวๆทั่วโลกอยากใช้สินค้านั้นๆเพื่อบ่งบอกตัวตนว่า "ฉัน (ก็) มีสไตล์" แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะทุกคนรู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเองมากขึ้น ผู้บริโภครู้ว่าอะไรเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของตน และเทรนด์การรับรู้ข้อมูลก็เปลี่ยนไปด้วย พวกเขาไม่รอให้เราอัดข้อมูลใส่ฝ่ายเดียว แต่ขอเป็นนักเสาะหาสิ่งที่อยากรู้ด้วยตนเอง และเชื่อในคำแนะนำของผู้ใช้ด้วยกันเองมากกว่า" เจิดนภางค์ กล่าวและว่า

การสร้างแบรนด์ระดับบน (Luxury Skincare Brand) จะสื่อออกมาในภาพลักษณ์ทันสมัย สร้างไลฟ์สไตล์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคน ส่งเสริมความมั่นใจให้สวยในแบบฉบับของตนเอง และพุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าไทยอายุระหว่าง 25 - 50 ปี จึงจำเป็นต้องคิดรอบด้าน ต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ในหลากหลายมิติ ทั้งภาพกว้าง (Macro) โดยใช้การโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร ร่วมกับงานอีเว้นต์ ยังเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับจดจำแบรนด์

ทั้งนี้ ก็ต้องคำนึงถึงภาพลึก (Targeted) เชื่อในพลังของสื่อออนไลน์ ซึ่งเทคนิคการนำเสนอจะไม่ใช้การ "ประกาศขาย" อย่างโจ่งครึ่ม แต่จะส่ง "สินค้าตัวอย่าง" และจัด "Workshop" ให้กับนักเขียนในโลกไซเบอร์ หรือบล็อกเกอร์ ใช้สินค้าแล้ว "ส่งสาร" ต่อไปยังลูกค้าอีกทอดหนึ่ง

"เราเรียกมันว่าช่องทาง บล็อกเกอร์ รีวิว ซึ่งในอดีตผู้บริโภคจะรับข้อมูลแนะนำสินค้าจากสื่อมีเดียต่างๆ แต่ปัจจุบันผู้รู้เรื่องความงาม คือกุญแจสำคัญที่สามารถเล่าเรื่องราวของสินค้าได้ชัดเจน ว่าเขามีประสบการณ์ต่อสินค้านั้นอย่างเอามาเปรียบเทียบกัน แล้ววิเคราะห์แจกแจงให้เห็นข้อดีข้อด้อยโดยไม่ได้คำนึงว่า นี่คือการช่วยโฆษณาหรือโจมตี จากนั้นก็จะคอมเม้นต์กันไปมา ชื่อแบรนด์ก็จะถูกพูดซ้ำ สุดท้ายก็เริ่มทดลองเพื่อพิสูจน์หลายๆความเชื่อความเห็น"

นอกจากนั้นยังสร้างกระแสผ่านผู้นำทางความเห็น (Key Opinion) เช่น ดารา เซเลบลิตี้ ผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม เพื่อให้เกิดอิทธิพลต่อคนกลุ่มใหญ่ด้วย โดยอาศัยหลักการของการเปลี่ยนแปลงทางการตลาด (Definition Process) ที่ต้องเริ่มจากกลุ่มผู้บริโภคที่ชอบเสพอินโนเวชั่นก่อน แล้วจึงมาที่กลุ่มคนระดับบน กลาง และล่างในที่สุด

ผู้บริหารการตลาดในไทย กล่าวต่อว่า ด้วยวิธีการดังกล่าว โซลวาซู ได้นำรูปแบบ "การให้คำแนะนำ" มาใช้กับสื่อประชาสัมพันธ์หลักแบบออฟไลน์ด้วยเช่นกัน ทั้งการแจก Sample และแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลายด้าน รวมทั้งสอบถามและติดตามความต้องการของลูกค้า (Follow-up Callback)

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของโซลวาซู ไม่หยุดอยู่ที่ตัวเลขในบัญชีเท่านั้น เจิดนภางค์ เผยว่าต้องการสร้างทัศนคติให้สังคมรู้จักความงามที่ถูกต้อง ความสวยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีความงาม ไปพร้อมๆกับดึงหลักธรรมชาติมาใช้ บวกกับการเลือกแบรนด์ที่ตรงใจจนสามารถเรียกได้ว่า It's Me คาดการณ์ว่านี่คือเทรนด์ความงามในอนาคต