วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอซอน ดาวหางเฉียดดวงอาทิตย์

คนไทยลุ้นชมดาวหางไอซอนปลาย พ.ย.นี้ มีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นริ้วยาวพาดผ่านท้องฟ้า ย้ำชัดไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อโลก

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนคนไทยลุ้นชมดาวหางไอซอนปลายพฤศจิกายนนี้ มีโอกาสเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นริ้วยาวพาดผ่านท้องฟ้า ในช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์

ถ้าฟ้าใสไร้เมฆอาจมองเห็นดาวหางอีกสามดวงในเวลาเดียวกันอีกด้วย ย้ำชัดมาเที่ยวเดียวไม่มีวกกลับ และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อโลก

โลกได้ชมปรากฏการณ์ท้องฟ้าหายากอีกครั้ง ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม เมื่อดาวหางไอซอน ก้อนน้ำแข็งสกปรกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 กิโลเมตร โคจรพุ่งเฉียดดวงอาทิตย์ที่ระยะ 1.2 ล้านกิโลเมตรจากผิวดวงอาทิตย์ (ใกล้ยิ่งกว่าดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ระยะ 45 ล้านกิโลเมตร) จากนั้นจะเหวี่ยงตัวหนีออกนอกระบบสุริยะไปตลอดกาล ช่วงก่อนเฉียด (15-25 พฤศจิกายน) และหลังเฉียด (3-15 ธันวาคม) จึงเหมาะแก่การสังเกตดาวหางไอซอน เวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นประมาณ 100 นาที

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวชวนคนไทยร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กับนักดาราศาสตร์ทั่วโลกว่า นักดาราศาสตร์ทุกทวีปวางเครือข่ายทั้งภาคพื้นดินและในอวกาศติดตามศึกษาองค์ประกอบฝุ่นก๊าซระเหิดของดาวหางไอซอนอย่างใกล้ชิด เพราะโคจรเข้าเฉียดดวงอาทิตย์มาก เข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ความสว่างของวัตถุบนท้องฟ้าวัดเป็นแมกนิจูด ค่ายิ่งต่ำ ยิ่งสว่างมาก

ดาวหางไอซอนมีการคาดการณ์ว่าจะสว่างถึงแมกนิจูด -5 ติดลบแบบนี้ถือว่าสว่างมากกว่าวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ เช่น ดาวศุกร์ (ความสว่างประมาณแมกนิจูด -4) แต่ในช่วงดังกล่าวจะมองไม่เห็นดาวหาง เพราะถูกแสงอาทิตย์บดบัง เราควรเริ่มสังเกตตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 แล้วรอลุ้นด้วยกันว่าดาวหางไอซอนจะระเหิดไปหมด หรือแตกเป็นเสี่ยงหรือไม่ แต่พิจารณาจากขนาดและการโคจรแล้ว มีโอกาสค่อนข้างมากที่ดาวหางไอซอนจะรอดกลับมาให้เราได้ชมดาวหางที่สว่างและสวยงามอีกครั้งหนึ่งในต้นเดือนธันวาคม

ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสถาบันฯ มีการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของดาวหางไอซอนเช่นกัน โดยทีมสำนักบริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์มีการเก็บภาพดาวหางไอซอนมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งก็พบว่าดาวหางดวงนี้มีพัฒนาการของความสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา ดาวหางไอซอนมีการประทุของก๊าซออกมา ส่งผลให้ความสว่างเพิ่มขึ้น ค่าความสว่างปรากฏวัดได้ที่ระดับแมกนิจูด 5.5 มีหางที่สองปรากฏขึ้น และส่วนหัวของดาวหางยังมีความสว่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย แต่ยังคงต้องใช้กล้องสองตาช่วยในการสังเกต

แต่จากนี้ไปก็คงต้องลุ้นกันว่าดาวหางไอซอนจะสว่างพอที่จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่ ก่อนที่จะโคจรเข้าสู่จุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 28พฤศจิกายน 2556 นอกจากนี้ ยังมีโอกาสสังเกตเห็นดาวหางคาบสั้นอีก 3 ดวง ในคราวเดียวกันอีกด้วย ได้แก่ ดาวหางเลิฟจอย (Lovejoy X1) ดาวหางลีเนีย (LINEAR X1) และดาวหางเองเค (2P Enke)

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ขึ้นแต่ละครั้ง จะเห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนตื่นตัวในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารและสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านดาราศาสตร์กันมากขึ้น ในหลายช่องทางโดยเฉพาะทาง Social Media ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter และอื่นๆ นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่คนไทยหันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และดาราศาสตร์มากยิ่งขึ้น สถาบันฯ เองในฐานะที่เป็นหน่วยงานทางด้านดาราศาสตร์ระดับประเทศ ได้มุ่งดำเนินการตามภารกิจที่จะพัฒนาวงการดาราศาสตร์ไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ พัฒนากำลังคนทางดาราศาสตร์ รวมทั้งสร้างความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์ของประเทศให้คนไทยตระหนักถึงวัฒนธรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย

นายนิรุตติ คุณวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การสร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะหากคนไทยเกิดความเข้าใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ก็จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้อย่างเข้าใจและถูกต้อง เกิดความตื่นตัวใคร่รู้และสามารถอธิบายสิ่งต่างๆ อย่างมีเหตุมีผล ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจากอะไร และมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร สิ่งเหล่านี้วิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะตอบเราได้ นำไปสู่การสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

การมาเยือนของดาวหางไอซอนในครั้งนี้ นอกจากจะคาดการณ์ว่าจะเป็นดาวหางที่สว่างที่สุดในรอบหลายปีแล้ว ยังเป็นการโคจรเข้ามาในระบบสุริยะเพียงเที่ยวเดียวและจะไม่กลับมาอีก เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ครั้งสำคัญที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเฝ้าจับตามองว่าจะรอดพ้นจากการแตกสลายในช่วงที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดหรือไม่ จึงอยากเชิญชวนประชาชนทั่วไป คุณครู นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจรอชม และติดตามข่าวสารดาวหางไอซอนอย่างใกล้ชิดด้วย ครั้งนี้อาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่เราจะได้ชมดาวหางด้วยตาเปล่าซึ่งโอกาสแบบบนี้มีไม่บ่อยครั้งนัก นายนิรุ กล่าว

ดาวหางไอซอน ค้นพบโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวเบลารุสและชาวรัสเซียในโครงการเครือข่ายสังเกตการวัตถุท้องฟ้านานาชาติ “ไอซอน” เมื่อปี พ.ศ.2555 ดาวหางประกอบขึ้นจากน้ำแข็ง คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และมีเทน ซึ่งระเหิดง่าย เมื่อโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จึงเกิดเป็นหางยาวให้เห็น การสังเกตดาวหางจะยิ่งชัดเจนขึ้น ถ้าใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยาย 20-30 เท่า หรือใช้กล้องสองตา กำลังขยาย 7 เท่า ก็พอมองเห็นได้

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์ของดาวหางไอซอนได้ที่ website สถาบันฯ www.narit.or.th หรือ Facebook: www.facebook.com/NARITpage หรือ Twitter: @N_Earth หรือ Instagram: @NongEarthNARIT หรืออัพเดทข้อมูลดาวหางไอซอนได้ที่ http://www.narit.or.th/index.php/academic-page/ison