สิ่งของเครื่องใช้ที่คนและสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ร่วมกันบนพื้นที่เดียวกันได้อย่างไม่ขัดแย้ง นี่คือแนวคิดการออกแบบของแบรนด์ 'โดกิเทคเจอร์'
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
สิ่งของเครื่องใช้ที่คนและสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ร่วมกันบนพื้นที่เดียวกันได้อย่างไม่ขัดแย้ง นี่คือแนวคิดการออกแบบของแบรนด์ “โดกิเทคเจอร์" (Dokitecture) เฟอร์นิเจอร์สำหรับสัตว์เลี้ยงขานรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมภายในบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ไม่ใช่เลี้ยงไว้เฝ้านอกบ้าน
“อดีต เราเลี้ยงสุนัขนอกบ้าน แต่ปัจจุบันโดยเฉพาะสังคมเมือง บ้านเริ่มมีพื้นที่น้อยลง คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น เป็นโมเดลเดียวกับญี่ปุ่น ทำให้สุนัขเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่เดียวกับคน การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ได้ทั้งคนและสุนัขจึงเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น เราก็หวังว่าตลาดไทยจะตอบรับเช่นกัน” สุทธิมา ประหยัดทรัพย์ เจ้าของแบรนด์โดกิเทคเจอร์ กล่าว
ดีไซน์รับสไตล์คนเมือง
สิ่งของเครื่องใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงมีอยู่แล้วหลายแบรนด์ แต่ยังขาดการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง อีกทั้งสินค้ากลุ่มดังกล่าวที่ออกแบบสำหรับตลาดพรีเมียมหรือซูเปอร์พรีเมียมก็ยังหายาก ทั้งๆ ที่แบรนด์ต่างชาติทั้งหลุยส์วิตตองและกุชชี่มีสินค้าสำหรับสุนัขแล้ว
เริ่มต้นของแบรนด์โดกิเทคเจอร์ มาจากปัญหาสิ่งของเครื่องใช้ของสุนัขที่มีจำหน่ายขาดการดีไซน์ ไม่เหมาะกับการจัดวางไว้ภายในบ้าน สุทธิมาจึงตัดสินใจสร้างชิ้นงานขึ้นเอง ประเดิมด้วย "บ้านหลังเล็ก" ที่สุนัขใช้นอนแทนกรง ด้วยความสวยและแปลกตาของชิ้นงานจึงได้รับความสนใจจากผู้พบเห็น จากนั้นได้ขยายจำนวนการผลิตและต่อยอดงานดีไซน์ กลายเป็นแบรนด์สินค้าที่ตอบโจทย์คนเมืองรักสุนัข
จุดเด่นของชิ้นงานคือ งานออกแบบที่สดใหม่ เช่น การนำบั้นท้ายสุนัขมาทำเป็นเก้าอี้ที่มีขาเก้าอี้เป็นขาสุนัข และมีหาง ทั้งยังหยิบสิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น กล่องนม ชีสหรือตู้คอนเทนเนอร์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 10 แบบ และเปิดตัวในงานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน BIG&BIH ที่ผ่านมา
เจ้าของแบรนด์ชี้ว่า ช่องทางจำหน่ายเริ่มจากการขายออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ เฟซบุ๊คและอินสตาแกรม นอกจากนี้ยังเน้นงานแฟร์เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น งานบ้านและสวน งานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ ทั้งยังมีแผนการจะฝากวางจำหน่ายในร้านสปาสุนัข สระว่ายน้ำสุนัข ที่จะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้เลี้ยงที่ใส่ใจในสัตว์เลี้ยง มีเวลาและกำลังซื้อเข้ามาด้วย
แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ แต่ด้วยตลาดสินค้าและบริการด้านสัตว์เลี้ยงที่มีมูลค่ามหาศาล มูลค่าการเติบโตของสินค้าและบริการตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย มีอัตราการเจริญเติบโต 3-30% คิดเป็นมูลค่าร่วมหมื่นล้านบาท
สุทธิมามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับแบรนด์ได้ภายใน 1 ปี โดยนำเสนอเรื่องดีไซน์และความใหม่ของชิ้นงาน ประกอบกับหนึ่งในหุ้นส่วนของโดกิเทคเจอร์คือ เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา นักแสดงสาวที่เสมือนเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ไปในตัว
"คุณเบนซ์มีช่องทางออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ได้รับการติดตามเป็นจำนวนมาก เราก็จะนำเสนอผ่านเธอและเพื่อนนักแสดง เป็นการทำไวรัลมาร์เก็ตติ้งอีกช่องทางหนึ่ง”
การตลาดบอกต่อ
กลุ่มเป้าหมายหลักคือ คนรุ่นใหม่ที่รักและเลี้ยงสัตว์ แถมยังชอบแต่งบ้าน ชอบความสนุกสนาน แปลกใหม่
ในช่วงแรก โดกิเทคเจอร์ตั้งเป้ายอดขายบ้านสุนัข 20-30 หลังต่อเดือน แต่เมื่อออกบูธในงาน BIG&BIH ก็มีบายเออร์ของไทยให้ความสนใจที่จะส่งออกสินค้า ในขณะที่ 100 หลังแรกก็สามารถขายหมดภายในวันเดียว ทั้งยังมียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบอกต่อของคนรักสุนัข
“ช่วงปีแรกตั้งเป้า 700 หลังหรือราวเดือนละ 50 หลัง โดยมีตลาดในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบายเออร์ไต้หวันมาติดต่อไปทำตลาด จากนั้นเราก็เพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มหมอนและเสื้อยืดอีกด้วย” สุทธิมากล่าวและว่า ทิศทางการออกแบบจะต้องอ้างอิงตามเทรนด์และความต้องการของตลาด โดยทางแบรนด์จะมีสินค้าแบบใหม่ปีละ 2 ครั้ง แต่จะคงจำนวนชิ้นงานละ 10 แบบ โดยดูจากยอดขาย หากแบบไหนขายไม่ดีก็จะปลดออก
ด้านการแข่งขันนั้น สุทธิมาเชื่อมั่นใจดีไซน์และลูกเล่นที่แตกต่าง อีกทั้งตลาดยังเปิดกว้างอีกมาก แบรนด์อื่นๆ จึงไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นความร่วมมือในการสร้างตลาด สร้างเทรนด์กับสินค้ารูปแบบใหม่นี้ให้ผู้บริโภคมาเลือกและตัดสินใจซื้อในดีไซน์ที่ตอบโจทย์ของตนเอง





