วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.วท.ดันวิจัยสู่อุตสาหกรรมด้วย"แสงซินโครตรอน"

พีรพันธุ์ หวังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมด้วย“แสงซินโครตรอน”ใหญ่สุดในอาเซียน

ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวว่าเทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอนถือ เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนมีเฉพาะที่ประเทศไทยและสิงคโปร์ สำหรับแสงซินโครตรอนถือเป็นแสงชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในงานวิจัยได้หลายด้านเนื่องจากเป็นแสงที่มีความสว่างจ้ามากกว่าดวงอาทิตย์ถึงล้านเท่าจึงสามารถส่องดูสิ่งเล็กๆในระดับอะตอมได้

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนรวมถึงส่งเสริมการพัฒนากำลังคน โดยสถาบันฯ แห่งนี้มีบทบาทเป็น“ห้องปฏิบัติการกลาง”ของประเทศที่มีหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และตอบโจทย์ปัญหาของอุตสาหกรรม

ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยให้ก้าวไกลในหลากหลายด้าน อาทิ การแพทย์การเกษตร โบราณคดี สิ่งแวดล้อม วัสดุศาสตร์ และอุตสาหกรรมทำให้เรามีศักยภาพที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้โดยที่ผ่านมามีอุตสาหกรรมประเภทต่างๆได้เข้าใช้บริการห้องปฏิบัติการแสงสยามเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแค่เป็นการแก้ปัญหาในกระบวนการผลิตแต่ยังเป็นการใช้แสงซินโครตรอนเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมได้

ซึ่งในยุคที่มีการแข่งขันทางการค้าสูงรวมถึงการรวมกลุ่มกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ทำให้ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าโดยนำวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยโดยแสงซินโครตรอนจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้เราได้เปรียบในการแข่งขันครั้งนี้