'โครงสร้างไม้ดัดโค้ง'นวัตกรรมเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ ขานรับความต้องการที่แตกต่างและไม่ธรรมดาของคนรุ่นใหม่
'โครงสร้างไม้ดัดโค้ง'นวัตกรรมเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ ขานรับความต้องการที่แตกต่างและไม่ธรรมดาของคนรุ่นใหม่ ไม่เว้นกระทั่งธรรมชาติความตรงของไม้ยังถูกปรับให้เป็นไม้โค้งงอ พลิกโฉมสถาปัตยกรรมไม้เพื่อการใช้ไม้อย่างถูกต้องและสมดุลกับสิ่งแวดล้อม
เอส.บี.พี.ทิมเบอร์กรุ๊ป พลิกโฉมวงการไม้ไทยจากเทรดดิ้งขยับมาผลิตไม้อัดและโครงประตูหน้าต่าง ต่อมายกระดับการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์โครงสร้างไม้ดัดโค้งขนาดใหญ่ ที่ไม่แพ้งานโครงสร้างไม้ดัดโค้งในต่างประเทศ โดยสามารถดัดไม้ให้โค้งเป็นเกลียวขนาด 20-30 เมตร หลังจากการวิจัยและพัฒนากว่า 3 ปี
วิศวกรรมถึงสถาปัตย์
อาคารไม้ทรงกลมคล้ายรูปโลกขนาด 12 เมตร (เป็นการดัดแบบสามมิติ) มีขนาดเท่ากับตึก 3 ชั้นจุคนได้ ใช้เป็นช่องทางเดินในงานเปิดตัวตามอีเว้นท์ เป็นงานที่ท้าทายและสนุกมาก ซึ่งงานลักษณะนี้จะต้องใช้องค์ความรู้ทั้ง 3 ด้านคือ เทคโนโลยีไม้ วิศวกรรมไม้และสถาปัตยกรรมไม้
คมวิทย์ บุญธำรงกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส.บี.พี.ทิมเบอร์กรุ๊ป จำกัด ทำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูป ไม้กันปลวก กล่าวว่า การทำโครงสร้างดัดโค้งเป็นผลมาจากการไปดูงานต่างประเทศ สะสมความรู้และประสบการณ์นำมาต่อยอด ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
"บ้านหรือสนามบินในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้ที่ดัดโค้งอย่างสวยงาม จึงจุดประกายความคิดให้กลับมาพัฒนา" คมวิทย์ กล่าวและว่า ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องเร่งเรียนรู้ รู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ต้องรู้รอบด้าน ยิ่งได้ศึกษาได้อ่านมากจะเห็นว่าทุกอย่างจบที่เรื่องเดียวกัน
ขณะที่งานวิจัยของไทยยังเป็นเพียงงานวิจัยขั้นพื้นฐาน แต่บริษัทพัฒนางานวิจัยขั้นสูงและกำลังพัฒนาต่อไปสู่เทคโนโลยีที่มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น แต่ยังไม่ขอเปิดเผย
iTAP เปิดโลกทัศน์
คมวิทย์มองหาจุดแข็งของบริษัท ซึ่งเป็นกิจการครอบครัวที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี เริ่มกำหนดเป้าหมายที่จะมุ่งไปแทนการทำธุรกิจแบบเดิมๆ รวมถึงการได้ออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ทำให้มองเห็นโอกาสทำตลาดจากความร่วมมือทางการค้าต่างๆ อาทิ การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ที่บริษัทได้นำเข้าไม้อัดมาจำหน่าย การเปิดสาขาในจีนตั้งแต่ปี 2543 เพื่อนำไม้จากจีนไปขายอินโดนีเซียและนำไม้จากอินโดนีเซียไปขายในจีนและไทย
จากจุดเริ่มต้นซื้อมาขายไป มีทักษะเฉพาะเรื่องชนิดของไม้และราคาเหมือนพ่อค้าไม้ทั่วไป แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณสมบัติของเนื้อไม้แต่ละชนิดและปัญหาการหดตัว หรือการบิดงอของเนื้อไม้เกิดจากอะไร โดยเฉพาะไม้จากป่าปลูกมีข้อเสีย คือ ไม้ไม่ทน จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มคุณภาพให้ไม้มีความทนทานมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการสัมผัสและเริ่มเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยี
ต่างประเทศพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ไม้กันอย่างกว้างขวาง ทำให้การใช้ไม้ในต่างประเทศยังคงเป็นที่นิยมกันมาก ขณะที่ประเทศไทย แม้ทุกคนจะรักไม้อยากใช้ไม้แต่ใช้แล้วมีปัญหาบิดงอ จึงไม่อยากใช้หรือเปลี่ยนไปใช้วัสดุทดแทน เขาจึงเกิดมุมมองที่แตกต่างไปจากพ่อค้าไม้อื่นๆ เป็นจุดเปลี่ยนและหันมาสนใจศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น
"รู้จักกับโครงการ iTAP ผ่านการแนะนำของ รศ.ทรงกลด จารุสมบัติ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2542 จึงได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ iTAP จัดขึ้น อาทิ กิจกรรมการเดินทางไปเสาะหาดูงานเทคโนโลยีในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ จีน มาเลเซีย การเข้ารับคำปรึกษาในโครงการพัฒนาสายการผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง(MDF) โครงการติดอาวุธผู้บริหาร : อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย เป็นต้น ทำให้ได้ความรู้ใหม่ๆ รู้ว่าทำไมไม้ของต่างประเทศถึงไม่บิดและทนกว่า รู้ว่าหากเรายังอยู่ในวงการไม้แบบเดิม ไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาสร้างมูลค่า วงการไม้บ้านเราอาจถึงทางตันได้" นี่คิอมุมคิดจากภาคธุรกิจที่ต้องการอยู่รอดและเติบใหญ่บนฐานเทคโนโลยี





