35 ปีของ หลิวเดอแซค เจ้าของแบรนด์แครี่-ออล ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ผ่านการดีไซน์และการคิดค้นนวัตกรรม
เรื่อง : กานต์ดา บุญเถื่อน
'เปลือกยูคาลิปตัส'วัสดุล่าสุดที่กลายเป็นจุดขายให้กับ "แครี่-ออล" แบรนด์กระเป๋าสัญชาติไทย หลังจากขบคิดหาความแปลกใหม่ให้กับการตลาดสีเขียว เตรียมรับการเข้ามาทำตลาดในไทยของกลุ่มสินค้าแฟชั่นทั้งจากแบรนด์ดังราคาแพงและแบรนด์ราคาถูกจากเพื่อนบ้านในอาเซียน
35 ปีของบริษัท หลิวเดอแซค จำกัด เจ้าของแบรนด์แครี่-ออล กับการผลิตและจำหน่ายกระเป๋าทุกชนิด ตั้งแต่กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ กระเป๋าโน้ตบุ๊ค กระเป๋าสะพายแฟชั่นจนถึงเคสอุปกรณ์ไอทีสารพัดรุ่น ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ผ่านขั้นตอนการดีไซน์และการคิดค้นนวัตกรรม สนองตอบความต้องการของตลาด
สินค้าเขียวครองโลก
พิชญ์ เหล่าศรีศักดากุล ผู้จัดการฝ่ายส่งออกบริษัท หลิวเดอแซค จำกัด กล่าวว่า โจทย์การพัฒนาสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่บริษัทให้ความสนใจ เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าที่อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมลดโลกร้อน ด้วยการค้นหาวัสดุทดแทนจากธรรมชาติ
เดิมบริษัทเลือกใช้เส้นใยสนนำเข้าจากออสเตรียมาแปรรูปเป็นกระเป๋า แต่ก็ทำให้ผลิตภัณฑ์มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1-2 เท่าตัวและจำหน่ายได้ยาก กระทั่งมีโอกาสเข้าร่วมโครงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตระหนักในเรื่องของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือดังกล่าว ทำให้มีโอกาสทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยมีความรู้เกี่ยวกับเส้นใยธรรมชาติซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็น เส้นใยฝ้าย ไหม กัญชง สับปะรด กล้วย ปอ แต่เส้นใยทางเลือกที่ดูจะตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทได้ดีมาหยุดที่เส้นใยเทนเซลซึ่งได้จากเปลือกต้นยูคาลิปตัส ซึ่งหาได้ไม่ยากในประเทศ
บริษัททดลองนำเส้นใยจากเปลือกต้นยูคาลิปตัสมาใช้เป็นโจทย์ในการผลิตกระเป๋า โดยร่วมกับบริษัทที่ทอผ้าพัฒนาเป็นผ้าผืน ไม่เพียงได้วัสดุใหม่ที่ตอบโจทย์รักษ์โลก แต่สิ่งที่ได้คือ สินค้าที่มีลวดลายแปลกตา เนื้อสัมผัสที่ต่างไปจากเดิม และเมื่อเคลือบด้วยเทคนิคพิเศษเพิ่มสมบัติการไม่ดูดซับน้ำ ทำให้น่าจะเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างจากคู่แข่งได้เป็นอย่างดี
"ขณะนี้เราสามารถพัฒนากระเป๋าต้นแบบได้สำเร็จ และอยู่ระหว่างการผลิต น่าจะพร้อมวางตลาดไม่เกินช่วงต้นปีหน้า" พิชญ์กล่าว
เปลี่ยนตามเทรนด์
เทรนด์สินค้าสีเขียวยังคงติดตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแถมมีนวัตกรรมพ่วงท้าย เพราะผู้บริโภคปัจจุบันไม่เพียงมองหาของใช้ที่ตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังคำนึงถึงเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุนและความคงทนในระยะยาวก่อนจะตัดสินใจซื้ออีกด้วย
“การนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น เทคนิคการเคลือบผิวเพื่อลดการดูดซับน้ำของเนื้อผ้า และถือเป็นการยืดอายุการใช้งานไปในตัว เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและทำให้มีจุดขายเป็นเอกลักษณ์ที่ต่างไปจากคู่แข่งในท้องตลาด และไม่เพียงตลาดในประเทศเท่านั้นที่ต้องการสินค้าดังกล่าว ตลาดอาเซียน หรือตลาดโลกก็มีความต้องการสูงเช่นกัน” พิชญ์ กล่าว
การปรับเปลี่ยนวัตถุดิบเส้นใย ทีมงานต้องออกแบบโครงสร้างใหม่ วางแผนกระบวนการผลิต และเลือกว่าจะใช้เทคนิคพิเศษอะไรบ้าง รวมถึงการดีไซน์รูปลักษณ์ให้สอดรับกับเทรนด์แฟชั่น เพราะวัสดุทุกอย่างที่จะนำมาใช้นั้นล้วนมีคุณสมบัติต่างกัน จึงต้องวางแผนให้ดีเพื่อให้ชิ้นงานมีความสมบูรณ์
นอกจากการแสวงหาวัสดุใหม่แล้ว เรื่องของการดีไซน์สร้างสินค้าใหม่ตอบโจทย์ตลาดก็สำคัญ ล่าสุดบริษัทเน้นผลิตกระเป๋าที่ใช้เป็นเคสอุปกรณ์ไอทีมากกว่าสินค้าประเภทอื่น เนื่องจากตลาดไอทีขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คอลเลคชั่นกระเป๋ารองรับอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ แครี่-ออลจะออกเคสไอทีคอลเลคชั่นใหม่ 3-4 คอลเลคชั่นต่อเดือน ขณะที่กระเป๋าใช้งานอื่นๆ จะมีความถี่ในการเปิดตัวสินค้าใหม่อยู่ที่ไตรมาสละ 1-2 แบบเท่านั้น
แม้ว่าแครี่-ออลจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมสัญชาติไทย มีคู่แข่งหลักเป็นแบรนด์นำเข้า ทำให้การแข่งขันจำเป็นต้องเน้น "นวัตกรรมและดีไซน์" เข้ามาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แบรนด์คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน





