"อีริค ชมิดท์"ประธานกรรมการบริหาร กูเกิล อิงค์ เปิดใจ "สุทธิชัย หยุ่น" เสนอแนะรัฐบาลไทยพัฒนาคน-เร่งประมูล 4 จี
"นายอีริค ชมิดท์" ประธานกรรมการบริหาร กูเกิล อิงค์ ให้สัมภาษณ์ "นายสุทธิชัย หยุ่น" ประธานเครือเนชั่น โอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก เพื่อร่วมงาน "Big Tent Thailand 2013" ในประเด็นต่อสถานะประเทศไทยในยุคดิจิทัล ทำไม่ใช่ตัวเลือกแรก และความคิดเห็นที่น่าสนใจต่อสถานการณ์การเมืองที่กำลังเป็นที่สนใจ ประธานกูเกิล เสนอว่าไทยควรเร่งจัดประมูล 4จี ให้เร็วที่สุด พร้อมเร่งพัฒนาบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ และวิศวกรรมเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในอาเซียน ทั้งยังยาหอมไทยว่า "ตื่นตัว" การใช้เทคโนโลยี รายละเอียดการสัมภาษณ์มีดังต่อไปนี้
สุทธิชัย : คุณมองจุดยืนของประเทศไทยตอนนี้เป็นอย่างไร
ชมิดท์ : ไทยเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ จากความพร้อมเครือข่าย 3จี การใช้สมาร์ทโฟน การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือที่มีสัดส่วนมากถึง 130% แต่ทั้งนี้เทียบระดับอาเซียน สิงคโปร์ ยังครองความเป็นผู้นำแม้เป็นเพียงประเทศเล็กๆ ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากมาเลเซีย
สุทธิชัย : คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สิงคโปร์มีแต่ไทยยังไม่มี
ชมิดท์ : อันดับแรกความทั่วถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มากกว่านั้นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจ สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ภายในวันเดียว สิ่งที่ไทยต้องก้าวไปให้ถึงคือ การพัฒนาอีโคซิสเต็มส์ของซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชั่น ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โซลูชั่นที่ดีที่สุดคือ สนับสนุนให้เกิดบริษัทสตาร์ทอัพ พร้อมชักจูงเหล่านักลงทุนเข้ามามากขึ้น
สุทธิชัย : คุณมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยอย่างไรบ้าง
ชมิดท์ : อันดับแรก การปฏิวัติโมบาย (Mobile Revolution) จะสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศไทยหลังเปิดบริการ 3จี จากนี้ควรเร่งการประมูลใบอนุญาต4 จี ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยสูญเสียโอกาส สามารถสร้างธุรกิจบนโลกออนไลน์ และใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้สูงสุด และประการที่ 2 ไทยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา ทำให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการสร้างบุคลากรทั้งด้านซอฟต์แวร์โปรแกรมเมอร์และวิศวกรรม ส่วนโครงการแทบเล็ตนักเรียน เป็นแนวคิดที่ดี แต่สิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จต่อไปในระยะสั้น คือ พัฒนาคอนเทนท์และซอฟต์แวร์เพื่อศึกษารองรับการใช้งาน
สุทธิชัย : สถานะของประเทศไทยต่อการเป็นส่วนหนึ่งของยุคดิจิทัล คุณมองเรื่องนี้อย่างไร
ชมิดท์ : ผู้บริโภคไทยตื่นตัวต่อการใช้เทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะสินค้าที่อินเทรนด์ สวยงาม เข้ากับแฟชั่น นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคธุรกิจ ที่น่าสนใจพบว่ามีบริษัทขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ทำธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซซึ่งมีบริการส่งสินค้าถึงบ้าน ที่ทำงาน มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่นโมบายแอพพลิเคชั่น และโซเชียลเน็ตเวิร์คซึ่งไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ดี ไทยเป็นประเทศกำลังเติบโต ทั้งมีโอกาสรออยู่อีกมหาศาล ที่ต้องทำคือบริหารจัดการ ทำให้เกิดการเข้าถึง มีการเชื่อมโยง และกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นมาตรฐาน สำคัญรู้จักดึงพลังของอินเทอร์เน็ตและข้อมูลไปใช้
สุทธิชัย : คุณเคยกล่าวถึงประโยชน์อันมหาศาลของอินเทอร์เน็ตต่อการเสริมศักยภาพของคนและสังคม เช่น เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น ประท้วง ระดมพล ด้านรัฐบาลเข้าควบคุมประชาชนได้ยากขึ้น สถานการณ์ไทยขณะนี้ที่มีการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อคัดค้านการทำงานของรัฐบาล และที่น่าสนใจคือการระดมพล ด้วยโทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ กูเกิลพลัส ทั้งเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่อาจมาร่วมงานครั้งนี้ได้ตามกำหนดการ คุณมีเห็นอย่างไรต่อพลังมวลชนที่เกิดขึ้น และมีอะไรที่จะแนะนำต่อนายกรัฐมนตรีไทย
ชมิดท์ : สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของสังคม ในมุมหนึ่งพบว่ามีทั้งกลุ่มผู้ประท้วง กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับผู้ประท้วง รวมถึงฝ่ายภาครัฐ โดยต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกข้อมูลที่ออกมาจะเป็นความจริง และไม่ใช่ทุกคนพูดความจริง สิ่งคือเกิดขึ้นเป็นอีกหนึ่งหนทางของกระบวนการทางประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ควรเข้าไปเซนเซอร์ พูดความจริงต่อประชาชน พร้อมเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่ทางออก และแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส
สุทธิชัย : กูเกิลได้รวบรวมข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลกเอาไว้ อะไรคือความรับผิดชอบของบริษัทต่อการส่งต่อความจริง และจุดยืนของกูเกิลในอีก 3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
ชมิดท์ : คงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะไปแยกระหว่างความถูกผิดกับทุกประเด็นที่เกิดขึ้นบนโลก แต่สิ่งที่กูเกิลสามารถทำได้ดีที่สุด คือ ประเมินความเป็นจริงจากสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่กระทำ เช่นที่กำลังพยายามรวบรวมอยู่ คือ ข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เช่นสถานที่ ร้านอาหารยอดนิยม รวมถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของแต่ละท้องถิ่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการโฟกัสไปที่การตอบคำถามให้ดีมากขึ้น แม้กระทั่งกับคำถาม ที่ผู้ใช้ยังไม่ได้ถามเข้ามาเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับผู้คน กูเกิลเชื่อว่าคนทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อถึงกัน
สุทธิชัย : บางครั้งคนรู้สึกกลัวว่ากูเกิลรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเรามากจนเกินไป อะไรคือความหมายของว่าความเป็นส่วนตัวสำหรับกูเกิล
ชมิดท์ : ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากผู้ใช้สามารถควบคุมได้ว่าอะไรที่จะอนุญาตให้กูเกิลทราบได้ เช่นการใช้เบราเซอร์โครมสามารถปรับแต่งความเป็นส่วนตัวได้ตามการใช้งาน โดยภาพรวมแต่ละบุคคลมีความต้องการที่ต่างกัน ขณะที่บางคนอาจกังวลมาก บางคนน้อย หรือ บางคนกลับไม่สนใจอะไรเลย ทว่ามั่นใจได้ว่าบริษัทได้เตรียมระบบหลังบ้านเพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างดีที่สุด และไม่ได้เข้าไปสอดแนมคุณแน่นอน





