กสทช.เผย 29 บริษัท ยื่นซองชิง "ทีวีดิจิทัล" 41 ซอง "จันทร์25"ส่งหนังสือถอนตัวประมูล "สุรางค์"หวั่นส่งผลกระทบช่อง 7 ถูกตัดสิทธิ
หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้เอกชนที่ซื้อซองประมูลทีวีดิจิทัล จำนวน 33 บริษัท 49 ซอง มายื่นซองประมูลทีวีดิจิทัล 28-29 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีเอกชนมายื่นซองจำนวน 29 บริษัท รวม 41 ซอง
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. เปิดเผยว่าจากจำนวนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ ที่เปิดประมูล 24 ช่อง ประกอบด้วย ช่องเอชดี 7 ช่อง มีผู้ยื่นซอง 9 ซอง ,วาไรตี้ 7 ช่อง มีผู้ยื่นซอง 16 ซอง ,ข่าว 7 ช่อง มีผู้ยื่นซอง 10 ซอง และเด็ก 3 ช่อง มีผู้ยื่นซอง 6 ซอง มีการวางเงินหลักประกันรวม 2,271 ล้านบาท
ฟรีทีวี-ทุนใหญ่ชิง"เอชดี"
สำหรับช่องเอชดี ซึ่งเปิดประมูล 7 ช่อง มีผู้ซื้อซอง 12 ซอง มีผู้ยื่นรวม 9 ซอง ประกอบด้วย 1.ช่อง7 2.พีเอ็ม กรุ๊ป (มหากิจศิริ) 3.อมรินทร์ทีวี 4.ช่อง3 5.เวิร์คพอยท์ 6. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 7.อสมท 8.บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งมี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นเจ้าของ และ 9.บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด ผู้บริหารช่องไทยรัฐทีวี มีเงินหลักประกันรวม 1,359 ล้านบาท ส่วนผู้ซื้อซองและไม่ยื่นซอง คือ ทรู ดีทีที (กลุ่มทรูฯ) บริษัท โมโน ทีวี จำกัด (กลุ่มจัสมิน) และบริษัท จันทร์ 25 จำกัด
ช่องเอชดี มีราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 1,510 ล้านบาท เคาะประมูลเพิ่มครั้งละ 10 ล้านบาท
ช่องวาไรตี้ชิงสูงสุด 16 ซอง
ช่องวาไรตี้ (SD) เปิดประมูลใบอนุญาตรวม 7 ช่อง มีผู้ซื้อซองประมูล 17 ซอง มีผู้มายื่นซอง 16 ซอง ประกอบด้วย 1.ช่อง7 2.วอยซ์ทีวี 3.อาร์เอส 4.อมรินทร์ 5.โฟร์วันวัน (มหากิจศิริ) 6.ไทยรัฐ 7.ไทยทีวี (ทีวีพูล) 8.ช่อง3 9.เวิร์คพอยท์ 10.ทัชทีวี (อินทัช) 11.อสมท 12.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 13.เครือเนชั่น 14.บางกอก มีเดียฯ 15.โมโน และ16. ทรู ดีทีที (ทรูฯ) มีเงินหลักประกัน 608 ล้านบาท โดยมีเพียง บริษัท เนชั่นแนล เทเลวิชั่น แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่ไม่มายื่นซอง
สำหรับช่องวาไรตี้ เปิดประมูล 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 380 ล้านบาท เคาะเพิ่มราคาครั้งละ 5 ล้านบาท
"ช่องข่าว"ยื่นซองรวม10ซอง
ด้านช่องข่าว มีผู้ยื่นซองประมูลรวม 10 ซอง ประกอบด้วย 1.วอยซ์ทีวี 2.ดีเอ็น (เดลินิวส์) 3. 3เอ.มาร์เก็ตติ้ง 4.ไอ-สปอร์ต 5.ไทยทีวี (ทีวีพูล) 6.โพสต์ทีวี 7.เครือเนชั่น 8.สปริงนิวส์ 9.ทีเอ็นเอ็น (ทรูฯ) 10.โมโน (จัสมิน) มีเงินหลักประกันรวม 220 ล้านบาท ทั้งนี้ช่องข่าวมีผู้ซื้อซอง 12 ช่อง โดยผู้ที่ซื้อแต่ไม่ยื่นซองประมูลคือ ไทยรัฐทีวี และช่อง3
สำหรับช่องข่าวมีจำนวนช่องเปิดประมูล 7 ช่อง ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 220 ล้านบาท เคาะประมูลเพิ่มครั้งละ 2 ล้านบาท
ชิง"ช่องเด็ก"6ซอง
สำหรับช่องเด็ก ซึ่งเปิดประมูล 3 ช่อง มีผู้ซื้อซอง 8 ซอง มีผู้ยื่นซองรวม 6 ซอง ประกอบด้วย 1.โรสมีเดีย 2.ไทยทีวี (ทีวีพูล) 3.อสมท 4.เครือเนชั่น 5.ช่อง3 และ 6.ทรูฯ มีเงินหลักประกันรวม 84 ล้านบาท โดยมีผู้ซื้อซอง 2 รายที่ไม่มายื่นซอง คือ ทัชทีวี ของกลุ่มอินทัช และบริษัทแอคทีฟ โพสต์
ช่องเด็ก มีราคาประมูลเริ่มต้นช่องละ 140 ล้านบาท เคาะประมูลครั้งละ 2 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากจำแนกกลุ่มผู้ซื้อซองประมูล จะแบ่งออกเป็น 22 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มที่ซื้อซองประมูล 3 ซอง 5 กลุ่ม คือ ช่อง3 , อสมท ,ทีวีพูล ,เครือเนชั่น และ กลุ่มทรูฯ
กลุ่มที่ซื้อซองประมูล 2 ซองมี 9 กลุ่ม คือ ช่อง7, อมรินทร์, เวิร์คพอยท์, จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ,มหากิจศิริ , นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ,ไทยรัฐ ,วอยซ์ทีวี และโมโน (จัสมิน)
และกลุ่มที่ซื้อ 1 ซอง มี 8 ราย คือ โรสมีเดีย ,อินทัช , อาร์เอส ,เดลินิวส์ ,3เอ.มาร์เก็ตติ้ง , สยามกีฬา ,โพสต์ทีวี ,สปริงนิวส์
"จันทร์25"ถอนตัวหวั่น"7สี"ถูกตัดสิทธิ
ด้านนายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ได้เดินทางมาที่สำนักงาน กสทช. วานนี้ (29 ต.ค.) พร้อมเอกสารแถลงการณ์บริษัท จันทร์ 25 จำกัด "ขอสละสิทธิ์" เข้าร่วมประมูลช่องเอชดี โดยได้มอบเอกสารให้กับพ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และสื่อมวลชน
โดยในแถลงการณ์ระบุว่า บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ซึ่งมีนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นเจ้าของ และเป็นหนึ่งในผู้ซื้อซองประมูลช่องเอชดี มีความตั้งใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล หลังจากนางสุรางค์ ไม่ได้ต่อสัญญาเป็นผู้บริหารในบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง7) ตั้งแต่ปี 2555 โดยเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและสถานที่ เพื่อจัดสร้างละครและรายการ
แต่จากประกาศหลักเกณฑ์ กสทช.กำหนดลักษณะของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เกิดปัญหาในประเด็นการมีผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างจันทร์25 และช่อง7 ที่ซื้อซองประมูลช่องเอชดี ทั้ง 2 บริษัท และนางสุรางค์ เป็นผู้ถือหุ้นในทั้ง 2 บริษัท ในสัดส่วนเกิน 10% ทำให้เข้าข่ายผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ เมื่อ จันทร์ 25 แสดงเจตนาจะเข้าร่วมประมูล ช่อง7 ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือถึงนางสุรางค์และนายไพโรจน์ ให้ขายหุ้นในช่อง 7ออกไปให้เหลือน้อยกว่า 10% แต่เมื่อนางสุรางค์ ขอโอกาสให้ผู้สนใจซื้อหุ้นเข้าทำการตรวจสอบกิจการเพื่อกำหนดราคาซื้อขาย ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติในการทำธุรกิจ ในการซื้อขายหุ้นที่มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท แต่ได้รับการปฏิเสธจากช่อง7
อย่างไรก็ตาม การที่ กสทช.ยืนยันว่า จะตัดสิทธิบริษัททั้งสอง หากต่างก็ยื่นประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเอชดี เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ และพนักงานที่มีความภักดีและร่วมกับนางสุรางค์ คุณแม่ และพี่ชายทั้งสองที่ก่อตั้งและร่วมกันสร้างสถานีจนมาเป็นสถานีโทรทัศน์ชั้นนำในปัจจุบัน จันทร์ 25 จึงตัดสินใจ ไม่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้
กสทช.สอบคุณสมบัติ45 วัน
พ.อ.นที กล่าวว่าหากพิจารณาจำนวนผู้ยื่นซองทั้ง 4 ประเภท ถือว่ามีจำนวนเกินใบอนุญาตที่ กสทช. จัดประมูลทุกประเภท โดยหลังจากนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า จะทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นซองทุกรายภายใน 45 วัน หรือวันสุดท้ายในวันที่ 13 ธ.ค. ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเพื่อเข้าสู่การประมูล ในปลายเดือน ธ.ค.นี้ หรือต้นเดือน ม.ค.ปีหน้า
ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติหากไม่มีปัญหา เชื่อว่า ทีวีดิจิทัลทั้ง 4 ประเภท จะสามารถดำเนินการประมูลได้ทุกหมวด โดยเฉพาะหลังจากจันทร์ 25 ได้ขอถอนตัวไม่เข้าร่วมประมูล ถือเป็นสัญญาณที่ดี ในการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ส่งผลดีต่อกระบวนการประมูลและการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล ของประเทศไทย





