วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชี้ค่าโครงข่ายเอชดีราคา'สูง'

เอกชนชี้ค่าบริการโครงข่ายช่องเอชดีราคา "แพง" หวั่นกระทบต้นทุน ด้าน กสทช. มั่นใจยื่นซองชิง "ทีวีดิจิทัล" เกินจำนวนช่องประมูลทุกประเภท

หลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ประกาศราคาอ้างอิงสูงสุดอัตราค่าบริการโครงข่าย (Mux) ทีวีดิจิทัล ของผู้ประกอบการ 4 ราย คือ ไทยพีบีเอส, กรมประชาสัมพันธ์, กองทัพบกช่อง 5 และ อสมท โดยช่องมาตรฐานความคมชัดปกติ (SD) ราคาเฉลี่ย 4.6-4.7 ล้านบาท/เดือน และช่องมาตรฐานความคมชัดสูง (HD) ราคาเฉลี่ย 13-14 ล้านบาท/เดือน

พบว่าในการชี้แจงเอกสารซองประมูลทีวีดิจิทัล ครั้งที่ 2 วานนี้ (15 ต.ค.) มีเสียงสะท้อนจากมุมมองของกลุ่มเอกชนที่ซื้อซองประมูลต่อการประกาศราคาค่าบริการดังกล่าว

นายวัชร วัชรพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ จำกัด ผู้ซื้อซองประมูล "ทีวีดิจิทัล" ช่องเอชดี, วาไรตี้ และข่าว เปิดเผยว่า อัตราค่าบริการโครงข่ายช่องเอชดี ที่เฉลี่ย 13-14 ล้านบาท/เดือน ถือเป็นราคาที่ "สูงมาก" และมีผลต่อต้นทุนบริหารช่องทีวีดิจิทัล หากคิดเฉลี่ยต้นทุนจะอยู่ที่นาทีละประมาณ 4,000 บาท โดยโครงข่ายเป็นเพียงหนึ่งในต้นทุนคงที่ นอกจากนี้ยังมีต้นทุนดำเนินงานอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยต่อการกำหนดราคาโฆษณาให้สอดคล้องกับต้นทุนและการตอบรับของตลาด จากผู้ลงโฆษณาด้วย

"ค่าบริการโครงข่ายเอชดีที่มีราคาสูง ทำให้มีความลังเลในการประมูลช่องเอชดี และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาต้นทุนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนยื่นซองประมูลในวันที่ 28-29 ต.คนี้" นายวัชร กล่าว

นายพันธ์ทิต โตสมสกุล ผู้จัดการฝ่ายรายการ กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ บริษัทโรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้ซื้อซองประมูลช่องเด็ก เปิดเผยว่าราคาค่าโครงข่ายช่องเอสดี ถือว่าค่อนข้างแพง เนื่องจากเป็นต้นทุนคงที่ระยะยาว 15 ปีของใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ขณะที่การดำเนินธุรกิจทีวี ยังมีต้นทุนอื่นๆ อีก ที่ผ่านมาโรสฯ ได้ลงทุนสตูดิโอผลิตรายการใหม่ และซื้อคอนเทนท์ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีต้นทุนสำคัญคือค่าใบอนุญาตที่ต้องแข่งขันประมูล

ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี กล่าวว่า ค่าโครงข่ายช่องเอสดี ที่ผู้ประกอบการได้ประกาศราคาอ้างอิงสูงสุด ถือเป็นราคาที่อยู่ในความคาดหมายและยอมรับได้ ทั้งนี้ การประมูลช่องทีวีดิจิทัลของเครือเนชั่น วางแผนจะใช้โครงข่ายไทยพีบีเอส ซึ่งเสนอราคาต่ำสุด

กสทช.มั่นใจยื่นซองเกินช่องประมูล

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธาน กสท. เปิดเผยว่า ค่าบริการโครงข่ายที่ผู้ประกอบการทั้ง 4 รายเสนอมาเป็นเพดานสูงสุด ที่จะเรียกเก็บค่าบริการเมื่อขยายการส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ 97% ของครัวเรือนไทย

ทั้งนี้ การคิดค่าบริการโครงข่ายคำนวณจากอัตราการใช้แบนด์วิธในการส่งสัญญาณ จากการพัฒนาเทคโนโลยีการส่งสัญญาณในอนาคตจะทำให้การใช้แบนด์วิธลดลงทั้งช่องเอสดีและเอชดี ทำให้ต้นทุนค่าเช่าโครงข่ายลดลง

"ราคาค่าโครงข่ายที่ประกาศเพดานสูงสุด จะสะท้อนราคาเคาะประมูลทีวีดิจิทัลแต่ละประเภท ด้วยต้นทุนที่สมเหตุสมผล ในการดำเนินธุรกิจให้สามารถอยู่รอดได้" พ.อ.นที กล่าว

สำหรับค่าบริการโครงข่ายช่องเอชดี ที่มีราคาสูงกว่าช่องเอสดี 3 เท่า เนื่องจากใช้แบนด์วิธ ในการส่งสัญญาณมากกว่า ซึ่งในอนาคตหลังจาก กสทช.ได้คลื่นอนาล็อกคืนจากฟรีทีวีปัจจุบัน จะเปิดให้ผู้ชนะการประมูลช่องเอสดี ทั้ง 17 ช่อง ประมูลอัพเกรดเป็นช่องเอชดี

"ระบบเอชดี เป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ทั่วโลกที่จะก้าวสู่ระบบดังกล่าว ช่องเอชดียังเป็นเรือธง ในการประมูลทีวีดิจิทัลของ กสทช. เชื่อว่าผู้ที่ชนะการประมูลช่องเอชดีก่อน จะได้ประโยชน์จากการทำตลาด สร้างฐานผู้ชม และสร้างการรับรู้ในลำดับช่องรายการที่จัดเรียงไว้ที่ช่อง 30-36 ก่อนช่องเอสดีที่จะเปิดให้ประมูลอัพเกรดภายหลัง"

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเอกชนที่ซื้อซองประมูลไปแล้ว 49 ซอง จาก 33 บริษัท จะสนใจยื่นซองประมูลในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ "เกินกว่า" จำนวนช่องทีวีดิจิทัล ทุกประเภท ที่จัดประมูล รวมทั้งช่อง"เอชดี" ที่มีผู้ซื้อซองประมูลรวม 12 ซอง จากจำนวนช่องที่จัดสรร 7 ช่อง ทั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้ยื่นซองประมูลช่องเอชดีต่ำกว่าหรือเท่ากับจำนวนช่อง กสทช. อาจจะพิจารณา "เลื่อน" การประมูลช่องเอชดี และขยายเวลาการจำหน่ายซองช่องเอชดีให้กับผู้สนใจอีกครั้ง