ITAPเครือข่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกับคาร์เปท เมกเกอร์ พัฒนาเครื่องมือผ่อนแรงหรือเครื่องจักรสำหรับแยกเส้นไหมจากไหมพันเกลียว
โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) เครือข่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกับภาคเอกชน บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์(ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาเครื่องมือผ่อนแรงหรือเครื่องจักรสำหรับแยกเส้นไหมจากไหมพันเกลียว โดย ผศ.ดร.สิริวิชญ์ เตชะเจษฎารังษี จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้เชี่ยวชาญในการเข้าพบผู้ประกอบการและวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นยังสถานประกอบการ
บริษัท คาร์เปท เมกเกอร์(ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1987 โดยเป็นบริษัทของคนไทย 100% ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประมาณ 600 คน ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทคือพรมปูพื้น ซึ่งพรมปูพื้นจะมี 2 ประเภทคือ พรมแบบแยกชิ้นและพรมปูพื้นจากผนังถึงผนัง โดยกระบวนการผลิตพรมของบริษัทมี 2 แบบคือ พรมทอมือและพรมทอด้วยเครื่องจักร
ความเป็นมาของการพัฒนาเครื่องมือดังกล่าว เกิดจากกระบวนการผลิตพรมของบริษัทไม่ว่าจะเป็นการผลิตด้วยเครื่องจักรหรือผลิตด้วยมือ จะมีกระบวนการเตรียมไหมสำหรับทอพรมแบบเดียวกัน คือ จะมีการรวมเส้นไหม 3-8 เส้น แล้วพันเกลียวเส้นไหมทั้ง 3-8 เส้น ให้เป็นเส้นไหมเส้นเดียว การพันเส้นไหมหลายเส้นให้เป็นเส้นเดียวมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้มีสีสันที่แปลกใหม่ หรือเพื่อเป็นการเพิ่มความนุ่มฟูให้กับพรม โดยกระบวนการพันเกลียวเส้นไหมจะใช้แรงงานคนในการพันเกลียวและเส้นไหมที่พันเกลียวแล้วจะมีเกลียวที่ไม่สม่ำเสมอเนื่องจากทักษะของพนักงานที่พันเกลียวแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เมื่อนำเส้นไหมพันเกลียวไปทอเป็นพรมเสร็จแล้วจะมีเส้นไหมพันเกลียวเหลือจากขั้นตอนการทอพรมเสมอ เนื่องจากความยาวของเส้นในการทอพรมแต่ละผืนจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับลวดลายและทักษะของพนักงานทอพรม จึงทำให้มีเส้นไหมพันเกลียวเหลือจากกระบวนการทอ ซึ่งไหมพันเกลียวที่เหลือจากการทอจะถูกเก็บไว้ในคลังวัตถุดิบ หากต้องการจะนำเส้นไหมพันเกลียวไปใช้งานอื่นต่อไปจะต้องเสียเวลาในการคลายเกลียวเพื่อแยกเส้นไหมแต่ละเส้นออกจากกัน ซึ่งใช้เวลานานและต้องใช้แรงงานคนในการคลายเกลียวเท่านั้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องมือผ่อนแรงหรือเครื่องจักรสำหรับแยกเส้นไหมจากไหมพันเกลียว เพื่อนำเส้นไหมกลับมาใช้ในงานอื่นๆ
ผลจากการวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นพบว่า การคลายเกลียวของเส้นไหมมีความซับซ้อนมาก เนื่องจากความไม่สม่ำเสมอของเกลียวในแต่ละช่วง จำนวนของเส้นไหมที่พันเกลียว ความตึงหย่อนที่ไม่เท่ากันของเส้นไหมแต่ละเส้น ปมเกลียวไหมที่เกิดจากการพันเกลียวในตอนแรก และลักษณะของเส้นไหมแต่ละชนิด ทำให้การใช้แรงงานคนในการคลายเกลียวจึงใช้ระยะเวลานาน ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญและโครงการ ITAP จึงเห็นว่าการพัฒนาเครื่องมือสำหรับคลายเกลียวเส้นไหมเหมาะสมกับการแก้ปัญหาของผู้ประกอบการ โดยแนวคิดของเครื่องแยกไหมคือ
1) เครื่องแยกไหมสามารถแยกไหมพันเกลียวได้ 2-4 เส้น ในระยะแรก
2) สามารถดูแลรักษาและซ่อมบำรุงได้ง่าย
3) มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม
การพัฒนาเครื่องแยกไหมผู้เชี่ยวชาญได้มีการทดลองหลักการของการคลายเกลียวหลายวิธีจนพบว่า การคลายเกลียวที่ไม่สม่ำเสมอจำเป็นจะต้องใช้พนักงานในการบังคับและควบคุมเครื่องแยกไหม จึงจะสามารถแยกไหมได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ใช้ระยะเวลานาน และหลักการทำงานของเครื่องแยกไหมคือ จะทำการคลายเกลียวของเส้นไหมสองแบบพร้อมกันคือ คลายเกลียวในเส้นไหมพันเกลียวและคลายการพันเส้นไหมกับม้วนไหม โดยการหมุนย้อนการม้วนของม้วนไหม ในขณะเดียวกันก็จะหมุนย้อนเกลียวของเส้นไหมที่รวบกันอยู่ จากนั้นจะแยกเส้นไหมออกเป็นม้วนไหมย่อย ตามจำนวนเส้นไหมที่พันเกลียว
ซึ่งผลจากการพัฒนาเครื่องแยกไหม ทำให้ภาคเอกชนได้เครื่องต้นแบบในการแก้ปัญหาการแยกไหมของบริษัทโดยสามารถแยกเส้นไหมได้ 2-4 เส้นพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่ดีจากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เข้าร่วมโครงการ





