ไอทียูโชว์รายงานประจำปีชี้แทบเล็ต-สมาร์ทโฟนโตทะลุตลาดไอทีโลก คาดสิ้นปีนี้ยอดผู้ใช้มือถือทั่วโลกเกือบเท่าจำนวนประชากรโลกที่ 6,800 ล้านราย
นายฮามาดูน ทูเร เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) กล่าวว่า ตามรายงานประจำปีของไอทียู เรื่อง ดัชนีชี้วัดสังคมสารสนเทศปี 2556 การใช้บริการบรอดแบนด์ผ่านสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตมีอัตราการเติบโตสูงสุดในตลาดไอซีทีโลก จากตัวเลขล่าสุดเผยถึงอุปสงค์ในการใช้บริการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เพิ่มสูงขึ้นๆ แต่ราคาค่าบริการทั้งระบบโทรศัพท์มือถือและบรอด์แบนด์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ไอทียูคาดการณ์ว่าปลายปี 2556 จะมียอดผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือถึง 6,800 ล้านคน ซึ่งเกือบเท่ากับประชากรของทั้งโลก 7,000 ล้านคน นอกจากนี้ มีประมาณการว่าจะมียอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกถึง 2,700 ล้านคน
ส่วนการเชื่อมต่อเครือข่าย 3จีและ 3จีพลัส มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 40% เท่ากับจำนวนผู้ใช้งานในระบบบรอดแบนด์เคลื่อนที่ 2,100 ล้านคน หรือเท่ากับอัตราการเข้าถึงทั่วโลก (โกลบอล เพนเนเทรชั่น) ที่ 30%
เกาหลีแชมป์โลก3ปีซ้อน
ขณะที่ เกาหลีใต้เป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกด้านการพัฒนาและการเติบโตด้านไอซีทีโดยรวม เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตามด้วยสวีเดน ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ค ฟินแลนด์ และนอร์เวย์
"ต้นปี 2556 เกือบ 80% ของครัวเรือนทั่วโลกมีทีวี เทียบกับ 41% ของครัวเรือนที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ และ 37% ของครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไอทียู และยูเนสโก้ บรอดแบนด์ สำหรับการพัฒนาดิจิทัลได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2558 ราคาเฉลี่ยทั้งโลกของบริการบรอดแบนด์เริ่มต้นจะต้องน้อยกว่า 5% ของค่าเฉลี่ยรายได้ของประชากรต่อหัวต่อเดือน"
อย่างไรก็ดี จำนวนครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ยังแตกต่างกันอย่างมากระหว่างจำนวนครัวเรือนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ 80% ขณะที่ กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่เพียง 28% หรือประมาณ 1,100 ล้านครัวเรือนทั่วโลกยังไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่ง 90% ของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา
ไทยรับเจ้าภาพงานพ.ย.
ขณะที่พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจกานวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า วันที่ 19-22 พ.ย.นี้ ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพโดยตรง กสทช. เป็นผู้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ งานดังกล่าวเปิดโอกาสให้คนในธุรกิจไอซีทีทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนข้อมูล
การจัดงานดังกล่าว กสทช. มุ่งให้ความรู้ความเข้าใจกับบทบาทหน้าที่ของ กสทช. และให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ การจัดสรรคลื่นความถี่เดิม (รี-ฟาร์มมิ่ง) ให้นำกลับมาใช้เกิดประโยชน์สาธารณะ ทั้งในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
นอกจากนี้ กสทช. เตรียมจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการหัวข้อเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ วันที่ 20 พ.ย. ถือเป็นครั้งแรกในการร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนและยังเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย และวันที่ 8 พ.ย. กสทช.จะเตรียมจัดเดินสายให้ความรู้สำหรับภัยในไซเบอร์ในต่างจังหวัด
โชว์สมาร์ทไทยแลนด์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ระบุว่า การตัดสินใจเลือกไทยเป็นสถานที่จัดงาน เพราะเห็นโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ที่เติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยก็เป็นเกตเวย์ซิตี้ ประกอบกับประเทศไทยกำลังพัฒนาเรื่องไอซีทีเช่นกัน และต้องการใช้เวทีนี้นำเสนอโครงสมาร์ทไทยแลนด์ 2020
การจัดงานครั้งนี้มั่นใจว่าจะมีระดับรัฐมนตรีด้านไอซีที ผู้นำในระดับซีอีโอ และผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (ซีไอโอ) จากทั่วโลกเดินทางเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน สร้างรายได้จากธุรกิจไมซ์ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 130,000 บาทต่อคน ทั้งสร้างรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มราว 210 ล้านบาท ภาษีนิติบุคคลราว 230 ล้านบาท และสร้างรายได้แก่ผู้รับเหมาเข้าตกแต่งบูธ 400-500 ล้านบาท





