ดับบลิวดี รับตลาดพีซีหด-เศรษฐกิจโลกแกว่งกระทบยอดขาย หันโฟกัสองค์กร-ตลาดเฉพาะทางช่วยชดเชย เชื่อสมาร์ทโฟนโตก้าวกระโดดหนุนใช้งานสตอเรจเพิ่ม
นางสาวมาร์การ์เร็ต โค้ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภาคพื้นเอเชียใต้ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (เอส.อี.เอเชีย) พีทีอี จำกัด หรือ ดับบลิวดี กล่าวว่า บริษัทได้ปรับแนวทางทำตลาดใหม่หันเพิ่มโฟกัสผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลบนเครือข่าย (แนส) และกลุ่มสินค้าสตอเรจ รุ่นไฮเอนด์สำหรับองค์กร ชดเชยตลาดพีซีทั่วโลกซบเซาส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขาย
"ไม่ว่าจะเป็นภาวะพีซีหดตัว เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน หรือวิกฤติการเงิน ล้วนส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งนั้น จึงต้องพยายามมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ และแหล่งสร้างรายได้อื่นๆ ไว้เพื่อชดเชย และเห็นว่าสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีทิศทางดีที่สุด"
ข้อมูลบริษัทวิจัยไอดีซีระบุว่า แนสเป็นหนึ่งในเซ็กเมนท์ที่โตเร็วที่สุดของตลาดโซโห สตอเรจทั่วโลกทั้งแง่รายได้และความจุ นักวิเคราะห์ชั้นนำคาดตลาดเติบโตได้แข็งแกร่งกระทั่งถึงปี 2558 ทั้งเป็นตัวผลักดันให้ตลาดสตอเรจเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปสู่การเชื่อมต่อแบบไอพี
ดับบลิวดีมองตลาดเป็นเชิงบวก ทั้งเชื่อว่ายังโตได้อีกรับการเติบโตก้าวกระโดดของสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต รวมถึงพฤติกรรมใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ส่งผลให้การสร้างข้อมูลแต่ละบุคคลเติบโตเกิน 100% ขณะเดียวกันความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
การแข่งขันขณะนี้ ผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง 3 รายปรับตัวและใช้งบวิจัยและพัฒนามหาศาลแต่ละปี เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมเปิดตลาดสินค้าใหม่ ซึ่งตลาดยังดีและมีเสถียรภาพ
"หลังวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ผู้เล่นทุกรายในอุตสาหกรรมและที่เกี่ยวข้องต่างได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ทว่าเวลานี้ความต้องการกลับมามีเสถียรภาพ เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านที่ต้องปรับตัว"
ล่าสุด เปิดตัวฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ "ดับบลิวดี เอสอี" สำหรับองค์กรตัวแรก ความจุตั้งแต่ 2 เทราไบต์ สูงสุดถึง 4 เทราไบต์ กินไฟน้อย เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มบีและแนสขนาดกลาง ราคาเริ่มต้น 5,190-9,990 บาท รับประกัน 5 ปี พร้อมด้วย "ดับบลิวดี เรด" ซีรีส์ ฮาร์ดไดร์ฟฉลากสีแดงระดับพรีเมียมสำหรับคอนซูเมอร์และสำนักงานขนาดเล็ก ขนาด 2.5 นิ้วความจุ 750 กิกะไบต์ และ 1 เทราไบต์ ราคา 2,990 และ 3,590 บาท ขนาด 3.5 นิ้ว ความจุ 4 เทราไบต์ ราคา 7,990 รับประกัน 3 ปี
การทำตลาดองค์กรจะแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามการใช้แอพพลิเคชั่น ความต้องการใช้งาน โดยการเปิดตลาดสินค้าให้ครอบคลุมเอสเอ็มบีถึงเอ็นเตอร์ไพรซ์ รวมถึงเจาะตลาดเฉพาะทางเช่นกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) แนวทางกิจกรรมส่งเสริมการขาย หลักๆ คือ สร้างแบรนด์ ทำให้ลูกค้ารู้จักผลิตภัณฑ์ และความคุ้มค่าโดยรวมเมื่อตัดสินใจลงทุน
ส่วนลูกค้าคอนซูเมอร์พยายามเปิดตลาดสินค้าหลากหลาย และกลุ่มไฮเอนด์ที่ใช้งานเฉพาะทาง โดยเฉพาะความจุจำนวนมากหรือหน่วยเป็นเทราไบต์
"สตอเรจสำหรับพีซียังเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลักให้เราอยู่ ทว่าด้วยภาวะตลาดและอีกหลายปัจจัยทำให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีนำเสนอสินค้าใหม่ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะพีซีอย่างเดียว"
สำหรับดิสทริบิวเตอร์มี 3 รายประกอบด้วย บริษัท อีเอ ไทยแลนด์, บมจ.ซินเน็ค และ บริษัท คอมเซเว่น โดยไม่มีแผนเพิ่มคู่ค้ารายใหม่ มั่นใจว่ายอดขายตลาดไทยปีนี้จะทำได้ตามเป้า





