การบินแข่งเร่งความเร็วไว-ไฟบนเครื่อง เปิดโอกาสธุรกิจไร้สาย
การแข่งขันเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ระดับ 30,000 ฟุตเหนือพื้นดิน กำลังดุเดือดขึ้น จากการที่สายการบินต่างๆ พากันเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆ และการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น สถานการณ์ที่นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อบรรดานักเดินทางเพื่อธุรกิจแล้ว ยังทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอันหาได้ยากสำหรับโลกไร้สายด้วย
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โกโก อิงค์ ผู้จัดหาบริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินรายใหญ่สุดของสหรัฐ วางแผนที่จะเปิดตัวระบบใหม่ ที่ทำงานด้วยการนำดาวเทียม และหอส่งสัญญาณ เชื่อมต่อเครื่องบินเข้ากับเว็บได้เร็วขึ้นถึง 6 เท่า จากความเร็วสุดที่มีให้เลือกในปัจจุบัน
เวอร์จิน อเมริกา อิงค์ เตรียมเปิดให้บริการไวไฟบนเครื่องบิน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยบริษัทคาดว่า ที่สุดแล้วจะมีการอัพเกรดเครื่องบินที่มีอยู่ทั้งหมด 53 ลำให้สามารถใช้บริการนี้ได้
การเคลื่อนไหวของเวอร์จิน ยังเกิดขึ้นหลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ็ตบลู แอร์เวย์ส คอร์ป ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ให้ติดตั้งการเชื่อมโยงดาวเทียมความสามารถสูงบนเครื่องบินของสายการบิน ซึ่งเป็นการให้บริการไวไฟภายในเครื่องที่สามารถสนับสนุนวีดิโอสตรีมมิ่งให้กับอุปกรณ์ของผู้โดยสาร ผ่านการให้บริการของผู้จัดหาบริการหลายราย อาทิเช่น เน็ตฟลิกซ์ อิงค์ และฮูลู
เจ็ตบลู ซึ่งยังไม่มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน วางแผนที่จะให้บริการดังกล่าวในเที่ยวบินจำนวนหนึ่งในปีนี้ และเตรียมติดตั้งระบบดังกล่าวบนเครื่องบินทั้งหมดที่มีอยู่ 180 ลำ ภายในสิ้นปี 2558 โดยสายการบินรายนี้ ระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนราคาในการให้บริการ แต่ในช่วงเริ่มแรกนั้นจะให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่เก็บเงิน โดยจะเรียกเก็บเฉพาะเนื้อหาสตรีมมิง ที่ต้องใช้แบนด์วิธมากกว่า
สายการบินอื่นๆ ที่ปัจจุบันมีบริการอินเทอร์เน็ตนั้น มักจะบล็อกการเข้าถึงบริการสตรีมมิ่ง อย่างเน็ตฟลิกซ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการทับซ้อนกับการบริการความบันเทิงบนเครื่อง ที่ทางสายการบินเรียกเก็บค่าบริการเอง
เทคโนโลยีใหม่ดังกล่าว ยังหมายความว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตในอากาศ ที่อย่างน้อยที่สุดจะมีความเร็วเทียบเท่ากับความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ยที่ชาวอเมริกันใช้กันอยู่บนพื้นดินนั้น จะช่วยทลายแรงต้านของผู้โดยสารในการจ่ายเงินสำหรับบริการนี้ และทำให้เป็นบริการที่ทำกำไรด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฮันนี่เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการจัดหาอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน ได้เผยผลรสำรวจความเห็นผู้โดยสารเครื่องบิน 2,000 คน พบว่า เกือบ 9 ใน 10 รายของผู้โดยสารสหรัฐ คิดว่า ทุกเที่ยวบินควรมีบริการไวไฟ แต่โกโก บอกว่า มีเพียง 6% ของลูกค้ากลุ่มที่มีศักยภาพเท่านั้น ที่ซื้อบริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่อง
ทิม ฟาร์ราร์ ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมดาวเทียม แสดงความเห็นว่า สัดส่วนผู้ใช้ที่น้อยเกินความคาดหมายนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม และยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเรื่องนี้แต่อย่างใด และแนวโน้มนี้อาจเป็นปัจจัยขวางการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่โกโก และคู่แข่งในบริการนี้ ตั้งความหวังกันอยู่
ขณะที่โกโก ระบุว่า บริการใหม่ของบริษัท จะนำเสนออินเทอร์เน็ตความเร็ว 60 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับเครื่องบินแต่ละลำ เทียบกับการเชื่อมต่อไวไฟแบบดั้งเดิมที่มีความเร็วอยู่ที่ 3 เมกะบิตต่อวินาที ที่ยังมีเครื่องบินราว 1,700 ลำใช้บริการนี้อยู่ และ 10 เมกะบิตต่อวินาที ที่เป็นบริการซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ที่ปัจจุบันมีเครื่องบินใช้บริการนี้ราว 300 ลำ เทียบกับความเร็วอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินในสหรัฐ ที่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 8.6 เมกะบิตต่อวินาที
ทั้งนี้ นับแต่สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ในเครือเอเอ็มอาร์ คอร์ป เริ่มให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ ที่มีบริการของโกโก เป็นรายแรก ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา บริการไวไฟบนเครื่องบิน ในอุตสาหกรรมการบินสหรัฐ ก็ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้มีเครื่องบินให้บริการไวไฟแล้วเกือบ 2,500 ลำ
ปัจจุบัน เกือบ 60% ของผู้โดยสารเครื่องบินพาณิชย์ ไม่รวมเครื่องเช่าเหมาลำ ในสหรัฐ มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เทียบกับจำนวน 35% เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และเมื่อถึงสิ้นปี 2558 สายการบินจำนวนหนึ่ง มีแผนที่จะติดตั้งระบบไวไฟในเส้นทางหลักมากกว่า 85%





