วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กายวิภาค มีเดียเพื่อชาติ

มจธ. สถาบันแรกของไทย ที่เปิดหลักสูตรมีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ผลิตบุคลากรสร้าง Atlas of Human Anatomy สัญชาติไทย

สาลินีย์ ทับพิลา / รายงาน

Netter’s Atlas of Human Anatomy ชุดหนังสือภาพวาดประกอบทางการแพทย์แสดงกายวิภาคร่างกายมนุษย์อย่างละเอียด เช่น ภาพวาดแสดงหัวใจพิการแต่กำเนิด ภาพวาดแสดงโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยนายแพทย์แฟรงค์ เอช เนตเตอร์ (Frank H. Netter) แม้จะผ่านมากว่า 60 ปียังคงได้รับความนิยมและอ้างอิงในวงการแพทย์มาจนกระทั่งทุกวันนี้

แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่าผลงานของคุณหมอแฟรงค์ แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของไทยในการพัฒนาสื่อประกอบทางการแพทย์ กับหลักสูตรสาขามีเดียทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งเป็นสถาบันแรกของไทยที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรนี้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อปี 2553

สร้างคนสร้างสื่อ

หลักสูตรมีเดียทางการแพทย์เน้นการสร้างคนที่สร้างสรรค์สื่อทางการแพทย์และสาธารณสุข สร้างสื่อจากข้อมูลที่แพทย์ต้องการสื่อไปยังผู้ป่วยหรือให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปอย่างเข้าใจง่าย และสวยงามด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีของสื่อด้านเสียง กราฟิก ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว 2 และ 3 มิติ แอนิเมชั่น ตลอดจนแบบจำลองต่างๆ เข้ากับศาสตร์ทางด้านการแพทย์โดยมีกระทรวงสาธารณสุขดูแลในเรื่องของหลักสูตร

นักศึกษาสาขานี้จะต้องเรียนวิชาอนาโตมี สรีระ เนื้อเยื่อ โครงสร้างกล้ามเนื้อ และศัพท์ทางการแพทย์ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในมหาวิทยาลัยและที่โรงพยาบาล

"ในต่างประเทศ เทคโนโลยีด้านนี้ก้าวไกลไปมาก และประเทศไทยเองก็ยังต้องการบุคลากรด้านนี้พอสมควร เพราะนอกจากการเป็นผู้ช่วยด้านการสื่อสารของแพทย์ในโรงพยาบาลแล้ว ก็ยังมีบริษัทผลิตสื่อทางการแพทย์อีกมากที่ต้องการแรงงานด้านนี้" ผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานหลักสูตรมีเดียอาตส์ กล่าว

โมเดลหัวใจและหลอดเลือด หุ่นจำลองกล้ามเนื้อและหัวใจ หุ่นกายวิภาคสามารถแยกชิ้นส่วนอวัยวะได้ทุกชิ้น เป็นตัวอย่างของสื่อทางการแพทย์จากต่างประเทศในราคาสูง หากไทยเราพัฒนาบุคลากรให้สามารถสร้างสื่อใช้ได้เองในประเทศ ก็จะลดต้นทุนและได้สื่อที่ทำจากความเข้าใจของคนไทย เพื่อคนไทยด้วยกัน

นายแพทย์ยลชัย จงจิระศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน กล่าวว่า สื่อทางการแพทย์เป็นสื่อกลางที่จะนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ไปยังคนทุกชนชั้นให้รู้เรื่องเข้าใจง่าย นำไปปฏิบัติได้ โดยใช้สื่อทุกประเภทตั้งแต่กระดาษ ไปจนถึงสื่อสามมิติ นอกจากนี้ เทรนด์ของการใช้สื่อยังมาเสริมเทรนด์ทางการแพทย์ที่เน้นการป้องกัน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด

“การทำสื่อ นอกจากความขยัน รับผิดชอบต่องานแล้วยังต้องการความคิดสร้างสรรค์ในการทำสื่อที่ย่อยข้อมูลให้เข้าใจง่าย ไม่เกินความจริง”

ตลาดแรงงานจองตัว

ผศ.บุญเลี้ยง กล่าวว่า บัณฑิตสาขามีเดียทางการแพทย์มีตลาดงานรองรับทั้ง โรงพยาบาลรัฐและเอกชน หรืออาจไปผลิตสื่อในโรงเรียน รวมถึงการทำงานกับนักวิทยาศาสตร์ เช่น นักกีฏวิทยา ในการวาดภาพแมลง ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ต้องการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดมาก เป็นต้น

ประเทศไทยต้องการบุคลากรด้านนี้พอสมควร เพราะนอกจากการเป็นผู้ช่วยด้านการสื่อสารของแพทย์ในโรงพยาบาลแล้ว ก็ยังมีบริษัทผลิตสื่อทางการแพทย์อีกมากที่ต้องการเช่นกัน เห็นได้จากนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยได้รับการติดต่อจองตัวจากโรงพยาบาลและบริษัทยา

"การเรียนการสอนของ มจธ.ที่ผ่านเข้าปีที่ 3 จะเน้นการปฏิบัติทั้งการสร้างโมเดล สื่ออินเทอร์แอคทีฟ ภาพประกอบทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ แต่ก็มีแผนจะปรับเปลี่ยนในช่วง 4 ปีแรกตามเทรนด์โลก อาทิ เทรนด์ดิจิทัลมีเดีย ในขณะเดียวกันจะเพิ่มวิชาด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับนักศึกษา"

อาจารย์บุญเลี้ยง วิเคราะห์ว่า อนาคต 5-10 ปี นักศึกษาในสาขาเหล่านี้ นอกจากจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์แล้ว ยังจะเติบโตไปพร้อมกับอำนาจการตัดสินใจในฐานะผู้บริหารหรือผู้อำนวยการสร้างสื่อต่างๆ ที่จะสามารถปรับมุมมองของสื่อที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ

ณ เวลานั้นอาจจะมี Atlas of Human Anatomy สัญชาติไทยที่ได้รับความนิยมและอ้างอิงสูงสุดในวงการแพทย์อาเซียน