"ทีดีอาร์ไอ"แนะกทค.เปิดเวทีสาธารณะ ถกสดวาระคุ้มครองลูกค้า 2จี 1800 ยิง 10 คำถามถึง กทค.ทำหน้าที่ตัวเองดีแล้วหรือไม่
กรณีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องนางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ และนางสาวณัฎฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส ข้อหาหมิ่นประมาท เกี่ยวกับการนำเสนอรายงานและข่าวกสทช.มีมติให้เอกชนถือครองคลื่น 1800 ที่กำลังหมดอายุสัมปทาน ต่ออีก 1 ปี ว่าส่งผลให้ประเทศเสียหาย ล่าสุดทีดีอาร์ไอเห็นว่า กทค.ควรใช้วิธีการอื่นแทนฟ้องร้อง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การฟ้องร้องดังกล่าวถือเป็นการข่มขู่นักวิชาการและสื่อมวลชน เนื่องจากการเสนอความเห็นต่อสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ และสุจริต ไม่ได้ตัดสินว่าใครผิดใครถูก เป็นการตั้งคำถามโดยอาศัยข้อมูลอีกด้านที่สังคมอาจจะยังไม่รู้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นประเด็นสาธารณะ และทีดีอาร์ไอเพียงแค่เสนอข้อมูลทางวิชาการต่อกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของ กสทช. เท่านั้น
ทีดีอาร์ไอจี้จัดดีเบตคลื่น1800
ทีดีอาร์ไอเห็นว่าทางออกที่ดีคือการเปิดเวทีสาธารณะ เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจว่าใครเสนอข้อมูลถูกต้อง
"จริงๆ แล้วกทค.ไม่ควรข่มขู่นักวิชาการ และสื่อมวลชนด้วยการฟ้องร้อง แม้จะอ้างว่าไม่ใช่เป็นการคุกคามการทำงานของนักวิชาการ และสื่อมวลชน แต่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีก็ตาม"
ขณะเดียวกัน ทีดีอาร์ไอได้ฝากคำถาม 10 ข้อไปยัง กทค.ประกอบด้วย 1.กทค.รู้หรือไม่ว่าสัมปทานบนคลื่นความถี่ 1800 ของทรูมูฟ และดีพีซีจะหมดลงวันที่ 15 ก.ย.2556 นี้ 2.ทราบหรือไม่ว่าเมื่อสัมปทานหมดจะต้องนำคลื่นดังกล่าวมาประมูลเท่านั้น 3.จริงหรือไม่ที่แผนแม่บทบริหารจัดการคลื่นความถี่ฯ ระบุว่าต้องคืนคลื่นหลังหมดสัญญาสัมปทานให้ กสทช. 4.จริงหรือไม่ที่คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย กสทช. เคยมีความเห็นว่าเมื่อสิ้นสุดสัมปทานต้องคืนคลื่น
5.ทำไม กทค.ไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่ระบุไว้ แต่กลับออกมาตรการเยียวยาแทน 6.ได้แจ้งให้ผู้บริการทราบถึงวันหมดอายุสัมปทานตั้งแต่เนิ่นๆ หรือไม่ 7.ห้ามผู้ประกอบการออกแพ็คเกจที่จะหมดอายุหลังสิ้นสุดสัมปทานหรือไม่ 8.ได้ปรับปรุงการโอนย้ายเลขหมายให้มีการโอนย้ายต่อครั้งได้ทีละจำนวนหลายหมายเลขหรือไม่ 9.ได้จ้างที่ปรึกษาตีราคา และวิธีการจัดประมูลตั้งแต่ปี 2555 หรือไม่ และข้อ 10. ในเวลา 420 วันก่อนจะมีประกาศเยียวยาเพียงพอในการดำเนินการไม่ ถ้าไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
"ถือเป็นคดีแรกในรอบ 30 ปีที่ทีดีอาร์ไอโดนฟ้อง ซึ่งหาก กทค.ยังคงเดินหน้าฟ้องร้องต่อไป ไม่ถอนฟ้องเราก็พร้อมที่จะสู้คดี" นายสมเกียรติ กล่าว
ขณะที่นางเดือนเด่น กล่าวว่า กรณีความเสียหาย 1.6 แสนล้านบาท ที่อ้างถึงการเปิดประมูล 4จีล่าช้า ไม่ได้กล่าวหา กทค.แต่อ้างถึงรายงานของสถาบันอนาคตไทยที่เปรียบเทียบกับอังกฤษ จึงต้องการให้ กสทช.ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนว่าได้คำนึงถึงต้นทุนหรือไม่
จี้กทค.ถอนฟ้อง-ใช้เวทีสาธารณะแจง
นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า การฟ้องร้องควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากการที่สื่อมวลชน และนักวิชาการออกมาเสนอข้อมูลต่างๆ ถือเป็นหน้าที่โดยปกติแต่หากข้อมูลที่นำเสนอออกมาผิดจากความเป็นจริง กทค.ควรทำหนังสือชี้แจง หรือแถลงข่าวเพื่อโต้แย้ง
"การฟ้องร้องดังกล่าวถือเป็นการข่มขู่ซึ่งส่งผลกระทบต่อสื่อ และนักวิชาการคนอื่นๆ ที่จะไม่กล้าออกมานำเสนอเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป"
ขณะที่ การนำเสนอว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ ไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน แต่เป็นการคาดการณ์ว่าจะเกิดความเสียหาย ซึ่งหากเห็นว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนก็ควรที่จะออกมาชี้แจงหรือแถลงตอบโต้ซึ่งเป็นสิทธิอันพึงกระทำ
"กทค.ควรถอนฟ้อง โดยหากยังติดใจอยู่ เราพร้อมที่จะเป็นคนกลางเปิดเวทีสาธารณะขึ้นเพื่อให้ 2 ฝ่ายนำข้อมูลมาโต้แย้งกัน เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการปิดปากสื่อ ปิดกั้นความคิด และปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้รับรู้ข่าวสารรอบด้าน”
นางมาลี บุญศิริพันธ์ ประธานกรรมการนโยบาย สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า การฟ้องร้องของ กทค.เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะเป็นการแสดงออกว่าเป็นการข่มขู่ เพื่อให้เกิดความหวั่นเกรงต่อการเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อทั้งที่เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อสังคม และสาธารณะ
สำหรับความเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ร่วมลงนามข้อตกลง (เอ็มโอยู) ประสานกับสภาทนายความแห่งประเทศไทยเพื่อเตรียมพร้อมสู้คดี





