กสทช.ส่งหนังสือถึง "ทีโอที-กสท" แก้สัญญาแนบท้ายประเภทที่ 3 ระบุต้องส่งคลื่นคืน กสทช.พร้อมทำแผนรองรับหลังหมดสัมปทาน
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด กทค.ว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งหนังสือแจ้งคำสั่งปกครองไปยังผู้รับใบอนุญาตประเภทที่ 3 แก่ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ.ทีโอที ดำเนินการแก้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตสำหรับเป็นมาตรการรองรับภายหลังจากสิ้นสุดสัมปทาน โดยหนังสือที่ออกไปจะเป็นคำสั่งทางปกครอง หากไม่ยินยอมทำตามต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาล
ทั้งนี้ เงื่อนไขที่ให้ปรับปรุงมี 2 ข้อ คือ 1.แจ้งเงื่อนไขและข้อปฏิบัติให้ผู้ร่วมการงานทราบ โดย ทีโอที และกสท ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2568 ต้องแจ้งให้ผู้ร่วมการงานหรือสัมปทานรับทราบ และแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนสัมปทานสิ้นสุดไม่น้อยกว่า 90 วัน พร้อมจัดทำแผนและมาตรการรองรับประกอบกิจการ เพื่อไม่ให้กระทบถึงผู้ใช้บริการ 2.มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการภายหลังสิ้นสุดสัมปทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการที่อาจคงค้างในระบบ โดยต้องให้ผู้รับสัมปทานได้รับความคุ้มครองให้สามารถใช้บริการได้ต่อเนื่องภายใต้บริการเดิม
"การที่ กสท จะยื่นฟ้องเราไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะเขาต้องรักษาสิทธิ์ขององค์กร แต่การออกคำสั่งทางปกครองนี้เพื่อกำหนดสิทธิ์และหน้าที่ให้ผู้รับไลเซ่นจากเราดำเนินการ"
นอกจากนี้ บอร์ด กทค.ยังได้ให้คณะทำงานตรวจสอบกิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตีความว่าไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกของ บมจ.ไทยคม ไม่ถือเป็นดาวเทียมสำรองไทยคม3 เพราะการใช้งานและสเปคของดาวเทียมต่างกัน และเป็นดาวเทียมนอกสัมปทานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดังนั้น ตามสถานะภาพของไอพีสตาร์ต้องขออนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารจากกสทช.หรือไม่
ในเบื้องต้น คณะทำงานฯ ได้ชี้แจงแล้วว่า ไอพีสตาร์ยังคงอยู่ในสัมปทานของไอซีที ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นจะไม่เกี่ยวกับการดำเนินการของ กสทช. ดังนั้นการตรวจสอบ และพิจารณาสถานภาพของไอพีสตาร์ ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไข 3 ข้อ ที่ศาลฎีกามีมติให้ไอซีทีและไทยคมดำเนินการ เพราะหากทำความผิดก็เป็นเรื่องของคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย
"เราแค่จะตรวจสอบตามขอบข่ายหน้าที่ของเราว่า กรณีไอพีสตาร์เราดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เบื้องต้นก็จบไปแล้วว่าไอพีสตาร์ยังอยู่ในสัญญาสัมปทาน ดังนั้น กสทช.จะไม่เข้าไปตรวจสอบ เพียงแต่ให้คณะทำงานฯ ไปสรุปอย่างเป็นทางการเพื่อนำเข้าที่ประชุมกทค.รับทราบต่อไป"
ปัจจุบันไทยคมให้บริการดาวเทียมอยู่ 2 ดวง คือ ไทยคม 5 ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออกและไอพีสตาร์ นอกจากนี้มีแผนยิงดาวเทียมไทยคม 6 ในตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก จะสามารถยิงขึ้นสู่วงโคจรได้ภายใน พ.ย.นี้ และมีแผนยิงไทยคม 7 ซึ่งถือว่าเป็นดาวเทียมที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.ในตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออกในปี 2557 ด้วย





