โรงเรียนนายเรืออากาศเน้นเรียนรู้ เล่น และฝึกวิจัย เพื่อให้จบออกมาพร้อมปฏิบัติในภาคสนามเสริมแกร่งกองทัพ
เรื่อง กานต์ดา บุญเถื่อน
:เรียนปนเล่นเน้นทักษะ
ร.อ.รัตนสุทธิ สุทธิแย้ม กองการศึกษา ภาควิชาวิศวกรรมอากาศยาน โรงเรียนนายเรืออากาศ (ร.ร.นอ.) กล่าวว่า ห้องเรียน ร.ร.นายเรืออากาศ ใช้ทั้งการเรียนการสอนนักเรียนนายเรืออากาศ และให้บริการตามโจทย์ภารกิจด้านการวิจัยและพัฒนา หรือตามแต่ละหน่วยงานทั้งภายในกองทัพหรือภายนอกกองทัพต้องการขอให้ช่วยสนับสนุน
ที่ร.ร.นอ.มีหลักสูตรให้ผู้เรียนเลือกไม่ต่างจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป อาทิ วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมอุตสาหการ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และวัสดุศาสตร์ทางการทหาร ซึ่งทุกหลักสูตรเป็นไปตามข้อกำหนดและระเบียบเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทุกประการ
การเรียนการสอนของร.ร.นอ.จะต่างกับที่อื่นก็ตรงที่ ทุกหลักสูตรจะเพิ่มเติมการประยุกต์ใช้งาน (Application) ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานและการบินโดยเฉพาะ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทุกสาขาวิชาที่มีเข้าไปสู่อากาศยาน 1 ลำ เพื่อให้นักเรียนนายเรืออากาศที่จบทุกคน สามารถทำงานตอบสนองภารกิจของกองทัพอากาศในส่วนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมาหลักสูตรวิศวกรรมอากาศยานของ ร.ร.นอ. มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยภายนอกและลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่างกองทัพอากาศกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง อาทิ การสนับสนุนการทดลองทางวิศวกรรมอากาศยานให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่น โครงการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ โครงการวิจัยที่เกี่ยวกับอุโมงค์ลมความเร็วต่ำกว่าเสียง เป็นต้น
ร.อ.รัตนสุทธิ กล่าวต่อว่า การพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน เป็นโครงการวิจัยหนึ่งที่เกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียอากาศยานที่มีราคาแพง รวมถึงชีวิตของนักบินหรือผู้ทำการในอากาศในบางภารกิจ ซึ่งจะนำเข้ามาปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานที่กองทัพใช้งานอยู่ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จโดยปราศจากการสูญเสีย
“ที่ร.ร.นอ.นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้จากตำรา ลองเล่นสิ่งประดิษฐ์ที่มีอยู่ และลงมือวิจัยพัฒนาขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง เพื่อให้รู้และเข้าใจกลไกของเนื้อหาโดยมีประสบการณ์ตรงในการแก้ไขเฉพาะหน้า รวมถึงบุคลากรภายในก็ให้บริการด้านการวิจัยนอกจากสอนไปด้วย เพราะนอกจากเป็นการบริการวิชาการให้กับสังคมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะและประสบการณ์ในการวิจัยภาควิชาวิศวกรรมอากาศยานซึ่งอนาคตอาจเกิดงานวิจัยใหม่ๆขึ้นก็ได้”ร.อ.รัตนสุทธิ กล่าวและว่า ถ้าเทียบกันในเรื่องความทันสมัยของเทคโนโลยีด้านการบิน ประเทศไทยในตอนนี้ถือว่าสู่สีกับมาเลเซีย โดยเฉพาะภาควิชาวิศวกรรมอากาศยานถือว่ามีความพร้อมด้านการเรียนการสอนและการทำวิจัยพอสมควร ซึ่งจุดนี้เองที่มหาวิทยาลัยที่มีผู้เข้ามาขอใช้อุปกรณ์อยู่เนืองๆ
:เรียนจบมีงานรองรับ
ร.อ.รัตนสุทธิ กล่าวต่อว่า ผู้ที่จบการศึกษาจากที่นี่ไปมีงานในส่วนกองบินต่างๆ ของ ทหารอากาศรองรับ อาทิ การเข้ารับราชการในส่วนสนับสนุนการรบ การเป็นนักบินตามสายวิทยาการที่เรียนมา เช่น จบวิศวกรรมอากาศยาน เข้าทำงานในกรมช่างอากาศ จบวิศวกรรมไฟฟ้า เข้าทำงานในกรมสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมถึงบางคนที่ไม่ประสงค์ประจำการในกองทัพก็ยังมีบริษัทสายการบินรองรับอีกมากมาย
แรงงานด้านอากาศยานมีพอเพียง แต่สิ่งที่ขาดแคลน คือ อุตสาหกรรมด้านอากาศยานและการบินที่รองรับบุคคลากรที่จบใหม่ ซึ่งส่วนมากที่จบไปก็จะเข้าไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วๆ ไป เช่นเดียวกับคนที่จบวิศวกรรมเครื่องกล
ประชาคมอาเซียนที่กำลังจะเกิด มีผลให้ทางโรงเรียนมีการปรับหลักสูตรเพื่อรองรับเช่น การใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น การปรับปรุงหลักสูตรที่จะมีการปรับปรุงทุกๆ 4 ปี ซึ่งในรอบการปรับปรุงหลักสูตรปี 2557 ได้มีการคำนึงถึงการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไว้อย่างชัดเจน
:สานฝันการบิน
น.ต.ธนาวุฒิ ลิขิตสัมพันธ์ นายยุทธการ แผนกยุทธการ กองบังคับการ กองบิน 1 กล่าวว่า การเป็นนักบินต้องมีใจรักมาตั้งแต่ต้น เพราะระหว่างที่เรียนจนถึงเรียนจบและทำงาน จะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้น ซึ่งท้ายสุดของการเรียนไม่ว่าจะเลือกประจำการบนเครื่องบินแบบขนส่ง เครื่องบินรบ หรือเครื่องบินพาณิชย์ชีวิต ก็ยังต้องอยู่กับการฝึกบินและการเตรียมความพร้อมเหมือนกับการเรียนวันแรกอยู่เสมอ
“คนที่อยากจะเป็นนักบินให้ถามใจตัวเองก่อน ว่าอยากที่จะทำงานตรงนี้จริงไหม การเป็นนักบินจะต้องเสียสละเรื่องเวลา และอาจโยกย้ายไปฝึกซ้อมในสนามใหม่ๆ อยู่เป็นระยะ ซึ่งส่วนตัวมองว่า คนที่ตั้งใจแต่ต้นเมื่อพบจุดหนึ่งที่ท้อหรือเหนื่อยจนถึงที่สุดก็จะมีเหตุมีผลที่จะผ่านมันไปจนได้อยู่ดี เพราะอย่างไรการเป็นนักบินก็คือความฝันในใจ”นักบินจากกองบังคับการ กองบิน 1 กล่าวและว่าทุกคนที่เรียนจบจากโรงเรียนนายเรืออากาศล้วนมีงานรองรับ แม้จะไม่ได้เป็นนักบินโดยตรงก็ยังมีงานสนับสนุนกองทัพอากาศรองรับอยู่อีกหลายส่วน ซึ่งล้วนต้องการความรู้เฉพาะทางแทบทั้งสิ้น ซึ่งในวันนี้นักบินกองทัพอากาศถือว่าอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมไม่ขาดไม่เกิน แต่หากกองทัพมีแผนจัดซื้อเครื่องเพิ่มก็อาจมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้นก็ได้
ที่ผ่านมากองทัพอากาศของไทยมีการฝึกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านมาหลายสิบปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ มาเลเซีย อเมริกา เพื่อให้นักบินทุกคนมีทักษะด้านการปฏิบัติและภาษาสื่อสารที่เข้าใจกันในแบบสากล





