บอร์ดกสท ส่งหนังสือถึง "กสทช" ค้าน ร่างประกาศฯ เยียวยา 1800 เผย 4 ข้อกำหนด ขัดพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ-พ.ร.บ.ประกอบฯ 2544 เดินหน้าฟ้องศาลฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2556 นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ทำหนังสือคัดค้านมติบอร์ด กสทช.วันที่ 14 ส.ค.ที่เห็นชอบร่างประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ...(ร่างฯเยียวยาคลื่น1800) และขอให้เพิกถอนร่างประกาศฯ กสทช.ดังกล่าว
ร่างประกาศ กสทช.ขัดต่อกฎหมายดังต่อไปนี้ คือ 1.กำหนดนิยามคำว่า "ผู้ให้บริการ" หมายความว่า ผู้ให้สัมปทานและผู้รับสัมปทานเดิมตามสัญญาการอนุญาต สัมปทานหรือสัญญาที่สิ้นสุดลงขัดต่อมาตรา 80 วรรค 1 ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ที่กำหนดว่า "การประกอบกิจการโทรคมนาคมของการสื่อสารแห่งประเทศไทยหรือ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่ได้รับอนุญาต มาตรา79 ถ้าหน่วยงานที่ได้สัมปทาน หรือสัญญาแก่ผู้ใดเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้วก่อนวัน พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ให้ผู้ได้รับอนุญาตสัมปทาน ผู้นั้นมีสิทธิประกอบกิจการตามเดิมจนกว่าสัญญาดังกล่าวจะสิ้นสุด
และวรรค 4 กำหนดว่า กรณีผู้ได้รับอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญารายใดตกลงกับ กสท เป็นการอนุญาตตาม พ.ร.บ.นี้ ให้คณะกรรมการดำเนินการออกใบอนุญาตให้ผู้รับอนุญาต โดยให้สิทธิประกอบกิจการโทรคมนาคมตามการให้บริการเดิมที่คู่กรณีได้ตกลงกันและตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ของการอนุญาตเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.ดังกล่าว การออกใบอนุญาตให้นำมาตราม 79 มาใช้บังคับ ดังนั้น เมื่อสัมปทานสิ้นสุดลงผู้รับสัมปทานจึงไม่มีสิทธิประกอบกิจการโทรคมฯและเป็นผู้ให้บริการได้
2.ตามพ.ร.บ.ประกอบฯ 2544 มาตรา15 กำหนดว่า การประกอบกิจการโทรคมฯผู้รับใบอนุญาตต้องทำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด เงื่อนไขในการอนุญาตให้คณะกรรมการกำหนดสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้รับใบอนุญาตให้ชัดเจน และมาตรา 20 ระบุว่า ผู้รับใบอนุญาตจะพักหรือหยุดให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ได้ เว้นว่าได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
กฎหมายพ.ร.บ.ประกอบฯ 2544 มีบทบัญญัติ 2 มาตราที่ใช้บังคับผู้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายถึงผู้ให้สัมปทานเท่านั้น การกำหนดให้ผู้รับสัมปทานเป็นผู้ให้บริการจึงไม่มีกฏหมายมารองรับ การออกมาตรการคุ้มครองใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องบังคับใช้แก่ผู้รับใบอนุญาตนั้น คือ กสทเพียงผู้เดียว ประเด็นที่ 3.ร่างประกาศฯ กสทช.ข้อ 7 กำหนดให้ผู้ให้บริการเป็นผู้รับชำระเงินรายได้จากการให้บริการแทนรัฐ ข้อกำหนดนี้ขัดต่อ พ.ร.บ.กสทช.มาตรา 27 เนื่องจากกสทช.มีหน้าที่กำกับดูแลประกอบกิจการโทรคมฯ มีหน้าที่บริการคือผู้ได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ประกอบฯ 2544 มีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการและมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมตามกฎหมายกำหนด
ประเด็นสุดท้ายประกาศ กสทช.ข้อ 10 กำหนดว่า เมื่อสิ้นสุดเวลาคุ้มครอง หากยังมีผู้ใช้บริการที่ไม่แจ้งความประสงค์ย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ให้สิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้บริการอย่างร้ายแรงและเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ตามมาตรา 27 (13)
รายงานข่าวแจ้งว่า กสท เตรียมฟ้องร้อง กสทช.เรื่อง สิทธิดูแลลูกค้าหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน โดยสิทธิเป็นของ กสทฯ ตามสัญญาสัมปทาน แต่กสทช.ออกประกาศฯ ดังกล่าว เอื้อสิทธิให้เอกชนดูแลลูกค้าแทนกสท





