วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรีน'นวัตกรรมยั่งยืน

เมื่อสินค้าหลักอย่างกระดาษกำลังจะถูกแทนที่ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ "เอสซีจีเปเปอร์" จึงปรับยุทธศาสตร์รับมือด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

บุษกร ภู่แส รายงาน

เมื่อสินค้าหลักอย่างกระดาษกำลังจะถูกแทนที่ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ "เอสซีจีเปเปอร์" จึงปรับยุทธศาสตร์รับมือด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมออกมาสร้างความมั่นคง เน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA : High Value Added) ด้วยการประสานความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เสริมศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งยังได้รับการยอมรับจากสังคมเพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มสิ่งพิมพ์ต่างๆ ได้รับผลกระทบจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทรนด์ทั่วโลก ตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้วทุกตลาดเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แม้กระทั่งจีน ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมกระดาษโตเพียง1-2%

คิดต่อยอดแบบยั่งยืน

จากแนวโน้มตลาดหดตัวลง การแข่งขันสูงขึ้น รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปเปอร์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ เลือกใช้กลยุทธ์ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด 3G ได้แก่ Green Process, Green Product และ Green Mind คือ การมีกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปลูกจิตสำนึกของพนักงานและประชาชนทั่วไปให้รักษ์สิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ด้วยการดำเนินงานร่วมกับหลายฝ่ายผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน


นอกจากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนวัตกรรมในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ยังต้องแตกไลน์เข้าไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยการนำกระดาษไปพัฒนาเป็นนวัตกรรมอื่นที่ไม่ใช่งานพิมพ์ ยกตัวอย่าง กระดาษสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมที่นำไปห่อหรือรองชิ้นส่วนต่างๆ กระดาษห่ออาหาร หรือกระดาษที่ใช้ในอุตสาหกรรมการก่อสร้างหรือการนำเยื่อกระดาษไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ใช้ทำเป็นวัตถุดิบผสม (คอมโพสิต) นำไปใช้ในอุตสาหกรรมโพลิเอสเทอร์ ไฟเบอร์ สิ่งทอ เป็นต้น เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการใช้สินค้ารวมถึงคู่ค้าใหม่ๆ โดยอาศัยการคิด ค้นคว้าวิจัยทั้งจากภายในองค์กรและภายนอกองค์กร


ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของเอสซีจีเปเปอร์ แบ่งเป็นกระดาษคราฟต์และกระดาษพิมพ์เขียนในสัดส่วน 60:40 แต่ในอนาคตสัดส่วนของกระดาษพิมพ์เขียนจะลดลง และมีกลุ่มที่ไม่ใช่กระดาษพิมพ์เขียนมากขึ้น ในอนาคตกลุ่มนี้อาจมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 10-20% ของรายได้ทั้งหมด โดยเน้นการลงทุนด้านเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิด "Thinking forward for Sustainability : คิดไกลเพื่ออนาคต" โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์

รองรับตลาดเออีซีเปิด


ธุรกิจบรรจุภัณฑ์เป็นตลาดที่ยังมีการเจริญเติบโตทั้งในตลาดยุโรปและอาเซียน ที่เป็นฐานการผลิตในหลายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ รถยนต์ เมื่อเออีซีเปิดจะส่งผลให้ฐานลูกค้ากว้างขึ้นและเป็นโอกาสที่สินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์จะเติบโตมหาศาล


ยกตัวอย่างเช่น การผลิตแก้วกระดาษย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายใน 90 วัน โดยใช้กระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้เร็ว ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะ นอกจากนี้แก้วกระดาษดังกล่าวยังสามารถบ่งบอกความร้อนและเย็นได้จากสี ที่พิมพ์ด้วยหมึก Thermo Ink ตามอุณหภูมิ


เอสซีจียังมุ่งมั่นเติบโตอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยเน้นสร้างความแข็งแกร่งของ 2 สายธุรกิจหลักคือ สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ด้วยกลยุทธ์พัฒนาสินค้าและขยายธุรกิจสู่ตลาดในภูมิภาคอาเซียน อาทิ อินโดนีเซียและพม่า เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจกระดาษครบวงจรในภูมิภาค ทั้งฐานการผลิตและการตลาด โดยการสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจ หรือการควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition) เพื่อช่วยให้การขยายธุรกิจและตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ขณะที่สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ เน้นโตด้วยกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ การลงทุนผลิตสินค้ากลุ่ม HVA อาทิ กระดาษ Machine Glazed ที่ผลิตจากเยื่อกระดาษบริสุทธิ์ มีผิวมันวาวและความบางพิเศษ สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและอุตสาหกรรมทางการแพทย์ การลงทุนติดตั้งเครื่องจักรเพื่อผลิต Dissolving Pulp วัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตเส้นใยเรยอนในอุตสาหกรรมเส้นใยและสิ่งทอ คาดว่าในปี 2556 ยอดขายโต 7-8%

ภาพเคลื่อนไหว http://youtu.be/oiKN0NqpkNw