ผืนนา 20 ไร่ของครอบครัวที่ให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ คือบทพิสูจน์ของมานพ แก้วโกย ที่จะสืบทอดกิจการ
การเกษตร
เรื่อง กานต์ดา บุญเถื่อน
กระโดดข้ามตลาดข้าวออร์แกนิกไปอย่างเหนือชั้นกว่า เมื่อลูกชาวนาที่พ่วงดีกรีวิศวกรรมศาสตร์ได้ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปลี่ยนสถานะข้าวปลอดสารจากผลิตภัณฑ์อาหารเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งคุณค่าทางโภชนาการและมูลค่าทางการตลาด
สมาร์ทไดเอตไรซ์และข้าวหอมมะลิผสมผักสด ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวโภชนาการเพื่อสุขภาพ ผลงานร่วม “มานพ แก้วโกย” ทายาทเกษตรกรกับ ผศ.พิมพ์
เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ นักวิจัยสาขาวิศวกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายใต้โครงการ Thailand Food Valley ที่มุ่งจับคู่นักธุรกิจกับนักวิจัยเพื่อให้เกิดนวัตกรรมอาหารที่พร้อมแข่งขันในตลาดอาเซียน
::ข้าวในมือลูกชาวนา
ผืนนา 20 ไร่ของครอบครัวให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษประมาณ 16 ตันต่อรอบการปลูก คือบทพิสูจน์ของมานพ บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ที่จะสืบทอดกิจการ
การเกษตร ไม่ต่างจากทายาทครอบครัวนักธุรกิจคนดังทั้งหลาย โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นนักธุรกิจค้าข้าว เพื่อให้ครอบครัวมีโอกาสในการแข่งขันเรื่องราคาข้าวได้ดีกว่าการขายให้กับโรงสี ซึ่งราคาไม่แน่นอน
“ผมมีปริญญาบัตรที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางสู่การต่อยอดผลผลิต และมีข้าวหอมมะลิออร์แกนิกเป็นทุน” ทายาทชาวนายุคใหม่ กล่าวและว่า ข้าวสารผสมผักสดประกอบ
ด้วยแครอท ข้าวโพด เห็ดหอม ฟักทองและกระเทียม เป็นผลงานที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยร่วมกับนักวิจัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
ข้าวหอมมะลิออร์แกนิกอุดมด้วยคุณค่าของสารอาหารจากจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดในระยะอ่อน ผสมผสานอย่างลงตัวกับผักสดที่ทำแห้งด้วยเทคโนโลยีฟรีซดราย
(ใช้ความเย็นจัดทำให้แข็งตัวและลดความดันเพื่อให้น้ำระเหิดไป) จึงยังคงคุณค่าทางสารอาหารไว้ครบถ้วนและคงสีสันสดใสจากข้าวโภชนาการสูงขยับมาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อสุขภาพและความงาม หรือข้าวลดน้ำหนัก (สมาร์ทไดเอต) ด้วยการผสมแอล-คาร์นิทีนซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น ขานรับเทรนด์การบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพ และสร้างโอกาสทาง
การตลาดสูงขึ้น
“กลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่รักสุขภาพและคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือคนที่อ้วนลงพุงแต่ลดน้ำหนักยาก ในอนาคตจะต่อยอดเป็นข้าวเพื่อสุขภาพสูตรอื่นๆ อีก
มากมาย”
::นักธุรกิจนับหนึ่ง
“ชาวนารุ่นเก่าไม่เห็นด้วยกับการนำข้าวมาแปรรูป เพราะไม่เข้าใจกระบวนการว่าจะทำได้อย่างไร ระยะเริ่มแรกนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ผมต้องทำให้พวกเขาเห็นให้ได้ว่า ข้าวที่
มีในยุ้งสามารถเพิ่มมูลค่าด้วยงานวิจัย” เขากล่าว
อุปสรรคของนักธุรกิจมือใหม่คือ การเริ่มหนึ่งใหม่เกือบทั้งหมดตั้งแต่การหาเงินทุน แหล่งผลิตและพื้นที่วางจำหน่าย แต่การเข้าร่วมโครงการ Thailand Food Valley
ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมจะทำตลาดในปีนี้ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ โครงการ Thailand Food Valley เป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกับสถาบันวิชาการชั้นนำของประเทศ เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เติบโตในตลาดส่งออกโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ในปี 2556 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการที่สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้กว่า 120 ราย
และปี 2557 ตั้งเป้าจะสามารถเพิ่มจำนวนเครือข่ายผู้ประกอบการอีก 230 ราย โดยมุ่งเน้นไปที่การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ในปีแรกเขาตั้งใจที่จะขยายฐานการผลิต ด้วยการดึงเครือข่ายเกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียงที่มีข้าวออร์แกนิกให้มีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีอยู่หลายพันไร่จากการส่งเสริมของทางจังหวัดสุรินทร์ ที่ให้เกษตรกรในพื้นที่เปลี่ยนมาปลูกข้าวแบบปลอดสารพิษตั้งแต่ปี 2550 มานพวางเส้นทางธุรกิจโดยมุ่งทำให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์ของเขาโดยเริ่มจากสังคมใกล้ตัว จากนั้นจึงเริ่มปรับความคิดของผู้บริโภคให้เห็นถึงความสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ข้าว เพราะข้าวมีคุณค่ามากกว่าผลิตภัณ์อาหารที่ทำให้อิ่ม





