ฉลาดซ่อนอยู่ในความเรียบง่าย โต๊ะเขียนหนังสือ Knotty berry ใช้จุดขายผลิตงานมาตรฐานญี่ปุ่น ดึงหลักกายศาสตร์ ปรับโครงสร้าง จุกจิก" เอาใจเด็ก
น็อตตี้ เบอรี่ (Knotty berry) ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก อาศัยความช่ำชองด้านโรงงานฐานผลิตโต๊ะเขียนหนังสือและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆส่งให้คู่ค้าชาวญี่ปุ่น มองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยที่ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอาจมองข้ามไป
“ผมทำเฟอร์นิเจอร์มาตั้งแต่ปี 2519 ส่วนหนึ่งทำสินค้าส่งออกญี่ปุ่น รู้เลยว่าผลิตยาก รายละเอียดทุกอย่างต้องเป๊ะ และจุกจิกมาก ชิ้นส่วนเล็กๆมากกว่าร้อยชิ้น ต้องลบเหลี่ยมมุมให้หมด เปรียบได้กับชุดห้องนอนส่งให้กับลูกค้าชาวตะวันออกกลางเลยทีเดียว”
มณเฑียร อมรเลิศวิมาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไทย ทีค เฟอร์นิเจอร์ เผยถึงจุดเริ่มต้นก่อนสร้างสรรค์ตราสินค้าใหม่ Knotty berry มากว่า 3-4 ปีแล้ว เขาดึงประสบการณ์ส่งออกกลับมาเปิดตลาดในไทย หวังเจาะลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง
จุกจิก สุด“เจ๋ง”
การออกแบบที่ซ่อนความฉลาดในความเรียบง่าย ทำให้โต๊ะเขียนหนังสือแบบโฮมเดส (Home Desk) ของน็อตตี้ เบอรี่ไม่ใช่เพียงแค่โต๊ะที่เราคุ้นชิน มันถูกกำหนดหน้าที่ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่จะสร้างความฝันและพัฒนาการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ เมื่อเด็กเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มันจะกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีของพวกเขาตลอดไป
“โฮมเดสมีผลต่อการเรียนของเด็กญี่ปุ่นอย่างมีนัยยะสำคัญ เด็กทุกคนต้องเข้าป.1 และต้องมันใช้ทุกวันอย่างน้อยๆก็ 12 ปี ปู่ย่าตายายต้องซื้อให้เป็นธรรมเนียม ราคามีตั้งแต่หลักหมื่นถึงแสนบาท บ้านจะแคบหรือกว้างก็ต้องมี เพราะเขาเชื่อว่าการใช้ของดีมีความสำคัญมาก ดูได้จากการ์ตูนทุกเรื่องที่มีฉากห้องนอนจะต้องมีโต๊ะเขียนหนังสือ ขนาดโดเรมอนยังออกมาจากลิ้นชักเลย”
มณเฑียร กล่าวต่อว่า ความพิเศษของชุดโต๊ะเขียนหนังสือต้นแบบเจแปน อยู่ที่ “โครงสร้างของชุดโฮมเดส” ผลิตจากไม้ ทั้งโอ๊คและยาง เพื่อสื่อสารความเป็นธรรมชาติ และยังถูกต้องตามหลักกายศาสตร์หรือกายวิภาค (Ergonomics)
ข้อเด่นไม่ใช่แค่ใช้วัสดุผ้าหุ้มบุเก้าอี้ ซึ่งผลิตจากผ้าชนิดพิเศษที่นุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดีแม้จะนั่งเป็นเวลานาน หรือพนักพิงหลังปรับท่านั่งให้ถูกหลักการนั่งที่ดี เพื่อประโยชน์กับโครงสร้างของกระดูกสันหลังเท่านั้น
แต่ยังเพิ่มเติมด้วย ล้อเก้าอี้หยุดอย่างปลอดภัย (Safe brake caster) เมื่อนั่ง ล้อเก้าอี้จะหยุดหมุนทันที เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่เมื่อไม่มีน้ำหนักกดทับ ล้อจะหมุนได้ตามปกติ กลไกที่เคลื่อนไหวไปกับผู้ใช้อย่างเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับล้อลิ้นชักเพิ่มล้อกลางที่ด้านหน้าอีกหนึ่งล้อ (3 ล้อ) เพื่อป้องกันการล้มเทมาข้างหน้าเวลาใส่ของหนัก
รวมทั้งส่วนวางเท้ารูปพระจันทร์ครึ่งดวง (Half moon foot bar) ในรุ่น Granger สามารถปรับได้ตามส่วนสูงของขาที่ต่างกัน จึงใช้ได้ตั้งแต่เด็กเล็กมากจนโตเป็นผู้ใหญ่
โฮมเดสของน็อตตี้ เบอรี่ ยังให้ความสำคัญกับจุดเล็กๆน้อยๆ อาทิ รางลิ้นชัก ผลิตจากวัสดุรางเลื่อนลูกปืน โต๊ะต้องมีความมน ไม่มีส่วนแหลมคมให้บาดเจ็บ ทั้งยังปิดผิวด้วยเมลามินของเยอรมนี ทนรอยกด รอยขูดขีด และกันน้ำ รวมทั้งมีชั้นวางของพิเศษใต้โต๊ะ หรือแบ่งช่องที่กั้นหนังสือตามความต้องการได้
ขณะเดียวกัน ก็ยังมองถึงพฤติกรรมในอนาคต จึงส่งส่วนประกอบหน่วยย่อยอย่างชั้นวาง(Top) ที่หนาจากเทคนิคการเพาะโครง ทำให้ทนทานแต่น้ำหนักเบา และลิ้นชักเคลื่อนที่ (Lifting Wagon) ผู้ใช้งานอาจปรับชั้นบนให้ขึ้นเสมอขอบโต๊ะ ขยายพื้นที่การทำงาน แต่ก็ลดระดับลงสอดไว้ใต้โต๊ะเพื่อประหยัดพื้นที่ห้องได้ เพื่อให้เหมาะกับความกว้างยาวของพื้นที่ที่แตกต่างกัน ตามจุดประสงค์การใช้งานของแต่ละคน และวัยที่เปลี่ยนไป
ตลาดเครื่องเรียนไทย
มณเฑียร เปิดเผยว่า จากประสบการณ์กับต่างแดน ฝึกให้ผลิตงานที่มีความประณีต บวกกับการวิเคราะห์แนวโน้มพ่อแม่คนไทยที่ทุ่มเทให้กับลูก มองการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ พิจารณาได้จากค่าใช้จ่ายเรียนพิเศษ จึงเปลี่ยนบทบาทจากซัพพลายเออร์ สู่การพัฒนาแบรนด์ตัวเอง
“เมื่อเราผลิตสินค้าแบบเดียวกันกับคู่ค้า ก็ต้องพูดคุยปรึกษากัน ทางญี่ปุ่นสนับสนุนเพราะกลุ่มเป้าหมายต่างภูมิภาคกัน ทั้งยังวางแผนจะนำแบรนด์น็อตตี้ เบอรี่ไปเปิดตลาดที่นั่นด้วย เมื่อก้าวเข้าสู่ AEC เราจะไม่ทำตลาด OEM อีกต่อไปแล้ว เราก็รีบตัดสินใจครีเอทงานใหม่ สร้างคุณค่าแบรนดิ้งเข้าไป”
ด้วยเหตุผลเก่งด้านผลิตอย่างเดียว จึงต้องหาที่ปรึกษาการตลาด เพื่อสร้าง Brand Character และ Brand Platform เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กับลูกค้าไทย น็อตตี้ เบอรี่เลือกใช้การประชาสัมพันธ์ และขายฝากในร้านสินค้าเด็ก สื่อสารกับลูกค้าผ่านฟังก์ชั่นใช้งานสุดเดิร์น และความนุ่มนวลของงานฝีมือ พร้อมเผยคอลเลคชั่นชุดเครื่องนอนเด็ก (System Bed) ชุดห้องนอนประหยัดพื้นที่ที่มีเตียงอยู่ด้านบนและโต๊ะเขียนหนังสือด้านล่าง
หวังปลุกตลาดเฟอร์นิเจอร์เด็กที่เป็น “ยักษ์หลับ” ให้ผงาดในตลาดอาเซียนและทั่วโลก





