บอร์ดกสท.เคาะมติ "ห้าม" ช่องรายการ ออกอากาศโครงข่ายไม่ได้ใบอนุญาต หวังบีบ"พีเอสไอ" เร่งขอไลเซ่นก่อนเจอ"จอดำ"ขีดเส้น 2 สัปดาห์เคลียร์ปัญหา
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เดินหน้ากระบวนการกำกับดูแลกิจการวิทยุโทรทัศน์ "ไม่ใช้คลื่นความถี่" ทั้งกลุ่มช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม รวมทั้งแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและดาวเทียม เพื่อเป็นหลักเกณฑ์พิจารณาให้ใบอนุญาตต่อเนื่อง 14 ปี หลังจากพิจารณาให้ใบอนุญาตชั่วคราวในปีแรกในกลุ่มช่องรายการเกือบครบ 100%
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กสท.วานนี้ (5 ส.ค.) มีมติ "เห็นชอบ" ห้าม "ช่องรายการ" ออกอากาศในโครงข่ายกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ หรือแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและดาวเทียม ที่ "ไม่ได้รับใบอนุญาต" จากกสทช. เพื่อเร่งให้ทั้งฝั่งกิจการช่องรายการที่ขณะนี้ได้รับใบอนุญาตแล้ว 98% หรือกว่า 752 ช่องรายการ และโครงข่ายระดับชาติ 19 โครงข่าย เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลโดย กสทช.
ปัจจุบันโครงข่ายดาวเทียม "พีเอสไอ" ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. เนื่องจาก พีเอสไอ ใช้บริษัทย่อย ชื่อ บริษัท โพลี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเทคโนโลยีจัดเรียงช่อง หรือ OTA มายื่นขอใบอนุญาตโครงข่าย โดยอนุกรรมการฯ เห็นว่าไม่ใช่บริษัทดำเนินกิจการโครงข่ายโดยตรง จึงยังไม่พิจารณาให้ใบอนุญาต
จากมติ บอร์ด กสท. คาดภายใน 2 สัปดาห์ สำนักงาน กสทช.จะส่งหนังสือแจ้งไปยังช่องรายการต่างๆ ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. "ห้าม" ออกอากาศบนโครงข่ายที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งก็คือ พีเอสไอ
"หากพีเอสไอ ยังไม่ดำเนินการขออนุญาตโครงข่ายให้ถูกต้อง ใน 2 สัปดาห์จากนี้ อาจต้องเผชิญปัญหาจอดำ เพราะช่องรายการต่างๆ ภายใต้ไลเซ่น กสทช. จะไม่สามารถออกอากาศบนแพลตฟอร์มพีเอสไอได้"
"พีเอสไอ"แจงเร่งขอไลเซ่น
นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ได้จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท โพลี บรอดคาสติ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจโครงข่าย เร่งดำเนินการขอใบอนุญาตโครงข่ายจาก กสทช. โดยอยู่ระหว่างการโอนทรัพย์สินในกิจการโครงข่าย จากบริษัท โพลี เทเล มีเดีย จำกัด (PTM) ซึ่งประกอบกิจการทั้งโครงข่าย และอื่นๆ เช่น ผลิตช่องรายการ การบริหารโฆษณา
"เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาให้ใบอนุญาตโดยเร็ว หรือในการประชุมบอร์ด กสท.ครั้งต่อไป และจะไม่เกิดปัญหาจอดำในพีเอสไอแน่นอน"
กสท.ชงร่างฯจัดเรียงช่องเพิ่มเติม
พ.อ.นที กล่าวต่อว่า บอร์ด กสท.เห็นชอบร่างประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นประกาศฯ เพิ่มเติม จากประกาศฯ หลักเกณฑ์การกำหนดหมวดหมู่และการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ พ.ศ.2556 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยร่างประกาศฯ เพิ่มเติม "จัดลำดับช่องรายการ" จะกำหนดรายละเอียดการเรียงช่องรายการในแพลตฟอร์ม "ไม่ใช้คลื่นความถี่" (เคเบิลและดาวเทียม) เปิดโอกาสให้แต่ละแพลตฟอร์มจัดเรียงช่องรายการลำดับช่องที่ 1-10 ได้เอง เพื่อให้ทุกแพลตฟอร์มใช้เป็นจุดเด่นและความแตกต่างในการทำตลาด ต่อจากนั้นให้เรียงหมวดหมู่ ตามประกาศกำหนดหมวดหมู่ คือช่องที่ 11-46 เป็นช่องทีวีดิจิทัลสาธารณะและธุรกิจ ตามด้วยช่องตามหมวดหมู่ที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องการจัดเรียง
ขณะที่โครงข่ายใช้คลื่นความถี่ ทีวีดิจิทัล จะต้องจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลสาธารณะ เป็นลำดับแรก คือ ช่องลำดับที่ 1-12 ทีวีดิจิทัลสาธารณะ หลังจากนั้นตามด้วยช่องทีวีดิจิทัล ลำดับที่ 13-15 ช่องเด็ก ลำดับที่ 16-22 ช่องข่าว ลำดับช่อง 23-29 ช่องวาไรตี้ และลำดับที่ 30-36 ช่องเอชดี
ส่วนการพิจารณาร่างประกาศฯ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ... (ร่างฯกำกับเนื้อหา) ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งบอร์ดใหญ่ กสทช.เห็นชอบร่างฯ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำร่างฯ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ เป็นเวลา 15 วัน จากนั้นอีก 30 วัน จะเปิดรับความคิดเห็น พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อนำมาปรับแก้ไขร่างฯ
"ประกาศ กสทช.ทุกฉบับ มีการรับฟังความคิดเห็น และนำมาปรับแก้จนเป็นที่พอใจกับทุกฝ่าย ไม่เคยมีประกาศฉบับไหนที่ไม่มีการแก้ไขเนื้อหา บอร์ด กสท. พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมทั้งข้อเสนอจากสมาคมสื่อ ที่ส่งข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯไปพิจารณาข้อเสนอแล้ว"





